คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 288, 371พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุก 63 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าเมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนดห้าสิบปีจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยไม่ได้เป็นฝ่ายก่อเหตุก่อน ผู้ตายกับพวกเล่นการพนันแล้วทะเลาะกันส่งเสียงดังในยามวิกาล จำเลยซึ่งอยู่บ้านใกล้ชิดติดกันย่อมมีความชอบธรรมที่จะไปขอร้องให้เบา ๆ ลงหรือเลิกเล่นการพนัน แต่ผู้ตายกลับด่าว่าจำเลยแล้วเกิดชกต่อยกัน เมื่อมีคนมาห้าม และคนทั้งสองยุติกันไปแล้วแต่นายบุญธรรมผู้ตายก็หาได้หยุดยั้งเพียงแค่นั้นไม่
กลับเข้าไปในบ้านหยิบขวดมาตีศีรษะจำเลยจนโลหิตไหล ฉะนั้นการที่จำเลยไปหยิบปืนออกมายิงนายบุญธรรมจึงเป็นการบันดาลโทสะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยมิได้ยิงนายบุญธรรมคนเดียว ได้ยิงนายวิกและนางศรีนวลด้วยแม้คนทั้งสองจะเป็นบุตรและภริยาของนายบุญธรรมและอยู่บ้านเดียวกับนายบุญธรรมผู้ตายก็ตาม แต่คนทั้งสองก็มิได้ร่วมทำร้ายจำเลยด้วย การที่จำเลยยิงผู้ตายทั้งสองในขณะนั้นเป็นแต่เพียงจำเลยกระทำไปโดยอารมณ์ร้อนแรงชั่วแล่น ซึ่งไม่อาจอ้างได้ว่าเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะตามกฎหมาย สมควรกำหนดโทษให้น้อยลงพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่านายบุญธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 72 มีความผิดฐานฆ่านายวิกและนายศรีนวลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 อีก 2 กระทง