Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2526/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ทั้งหกใช้ทางพิพาทเดินผ่านที่ดินจำเลยมาเป็นเวลาหลายสิบปี จึงได้ภารจำยอมในที่ดินของจำเลยมาก่อนที่จำเลยจะซื้อที่ดินมาจาก ม. แม้จะฟังว่าจำเลยซื้อที่ดินมาโดยสุจริต ไม่รู้ว่าที่ดินนั้นตกอยู่ในภารจำยอม จำเลยก็ยกการรับโอนโดยสุจริตเพื่อให้ภารจำยอมที่มีอยู่ต้องสิ้นไปหาได้ไม่ ในชั้นพิจารณาโจทก์ได้ยื่นบัญชีระบุพยาน พ.เป็นพยานโจทก์ไว้แล้ว แต่โจทก์ไม่สามารถนำ พ.มาเบิกความได้โดยแถลงว่าโจทก์ขออ้างคำเบิกความของ พ.ในชั้นที่โจทก์ขอคุ้มครองชั่วคราวมาเป็นพยานโจทก์ในชั้นพิจารณาด้วย จำเลยไม่ได้คัดค้าน ดังนั้นศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจรับฟังคำเบิกความของ พ.ดังกล่าวได้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1391 บัญญัติว่า เจ้าของสามยทรัพย์มีสิทธิทำการทุกอย่างอันจำเป็นเพื่อรักษาและใช้ภารจำยอมแต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายของตนเองนั้น ย่อมหมายความรวมถึงว่าโจทก์ทั้งหกชอบที่จะขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนสิทธิภารจำยอมในโฉนดของจำเลยได้ เพราะเป็นการกระทำอันจำเป็นเพื่อรักษาสิทธิของโจทก์ทั้งหกประการหนึ่ง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งหกเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 2925 ส่วนจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 16255 ซึ่งตั้งอยู่ติดต่อกัน และที่ดินจำเลยอยู่ติดกับถนนสาธารณะ โจทก์ไม่มีทางออกสู่ถนนสาธารณะได้ เจ้าของที่ดินของโจทก์คนก่อน ๆ มาได้ใช้ที่ดินจำเลยทางด้านทิศเหนือกว้างประมาณ 1.50 เมตร ยาวตลอดแนวประมาณ 12 เมตร เป็นทางออกสู่ถนนเป็นเวลาหลายสิบปีติดต่อกันมา จำเลยเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินผู้ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในปัจจุบันเข้าขัดขวางและล้อมรั้วปิดกั้นไม่ยอมให้โจทก์และบริวารใช้ที่ดินจำเลยออกสู่ถนนสาธารณะได้ จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินจำเลยทางด้านทิศเหนือกว้างประมาณ 1.50 เมตร ยาวตลอดแนวเป็นทางภารจำยอมของที่ดินโจทก์ ให้จำเลยจดทะเบียนตามกฎหมายกับรื้อรั้วหรือสิ่งปิดกั้นออกหากจำเลยไม่ไปจดทะเบียนให้ถือเอาผลของคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยให้การว่า

จำเลยได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยซื้อมาจากนางมาลัยโดยสุจริต และเสียค่าตอบแทนกับได้จดทะเบียนโดยสุจริตที่ดินของจำเลยไม่เคยตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินโจทก์ โจทก์ไม่ได้จดทะเบียนการได้มาซึ่งภารจำยอมที่อ้างตามกฎหมายจึงมิอาจยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้จำเลยได้ จำเลยได้รับโอนที่ดินของจำเลยมาเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2530 โจทก์จึงต้องเริ่มนับอายุความได้แต่เวลาดังกล่าวเป็นต้นมายังไม่ถึง 10 ปี จึงยังไม่ได้สิทธิตามกฎหมายศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าที่ดินของจำเลยสุดเขตด้านทิศเหนือกว้าง 1 เมตร ยาวตลอดแนวจรดถนนโสภาตกเป็นทางภารจำยอมของที่ดินของโจทก์แล้ว ให้จำเลยไปจดทะเบียนภารจำยอมให้โจทก์ หากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาผลของคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยได้ กับให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปิดกั้นทางเดินดังกล่าวออกไปให้พ้นทางเดินนั้นจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอบังคับของโจทก์ที่ให้จำเลยไปจดทะเบียนภารจำยอมให้โจทก์

หากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาผลของคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยนั้นเสีย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ทั้งหกและจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งหกใช้ทางพิพาทเดินผ่านที่ดินของจำเลยมาเป็นเวลาหลายสิบปีตั้งแต่ครั้งบิดามารดาของโจทก์ทั้งหกยังมีชีวิตอยู่ โจทก์ทั้งหกจึงได้ภารจำยอมในที่ดินโฉนดเลขที่16255 ของจำเลยมาก่อนที่จำเลยจะซื้อที่ดินจากนางมาลัย แม้จะฟังว่า จำเลยซื้อที่ดินมาโดยสุจริต ไม่รู้ว่าที่ดินนั้นตกอยู่ในภารจำยอม จำเลยจะยกการรับโอนกรรมสิทธิ์โดยสุจริตขึ้นเป็นข้อต่อสู้เพื่อให้ภารจำยอมที่มีอยู่เหนือที่ดินนั้นต้องสิ้นไปหาได้ไม่ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับฟังคำเบิกความของนายไพบูลย์

หาญสวัสดิ์ เป็นพยานปากสำคัญของโจทก์นั้นไม่ชอบเพราะนายไพบูลย์เบิกความในชั้นไต่สวนซึ่งโจทก์ขอคุ้มครองชั่วคราว แต่ไม่ได้มาเบิกความในชั้นพิจารณาคดีนั้น เห็นว่าคดีนี้ในชั้นพิจารณาโจทก์ได้ยื่นบัญชีระบุพยานนายไพบูลย์เป็นพยานโจทก์ไว้แล้ว ตามบัญชีพยานโจทก์ฉบับลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2530แต่โจทก์ไม่สามารถนำนายไพบูลย์มาเบิกความได้ โดยโจทก์แถลงว่าโจทก์ขออ้างคำเบิกความของนายไพบูลย์ซึ่งได้เบิกความไว้ในชั้นที่โจทก์ขอคุ้มครองชั่วคราวมาเป็นพยานโจทก์ในชั้นพิจารณาด้วยทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยได้คัดค้านแต่อย่างใด ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น ฉบับลงวันที่ 28 มกราคม 2531 ดังนั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจรับฟังคำเบิกความของนายไพบูลย์ดังกล่าวได้ส่วนที่โจทก์ทั้งหกฎีกาว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า ให้ยกคำขอบังคับของโจทก์ที่ให้จำเลยไปจดทะเบียนภารจำยอมให้โจทก์ หากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาผลคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย เป็นการไม่ชอบนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1391 บัญญัติว่า เจ้าของสามยทรัพย์มีสิทธิทำการทุกอย่างอันจำเป็นเพื่อรักษาและใช้ภารจำยอมแต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายของตนเองนั้น ย่อมหมายความรวมถึงว่าโจทก์ทั้งหกชอบที่จะขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนสิทธิภารจำยอมในโฉนดของจำเลยได้ เพราะเป็นการกระทำอันจำเป็นเพื่อรักษาสิทธิของโจทก์ทั้งหกประการหนึ่งพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยไปจดทะเบียนภารจำยอมให้โจทก์ทั้งหก หากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยโดยให้โจทก์ทั้งหกเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนนั้น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
ประยูร มูลศาสตร์ · ก้าน อันนานนท์ · ณรงค์ ตันติเตมิท
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2482/2541

โจทก์ได้สิทธิภารจำยอมโดยอายุความตามคำพิพากษาของศาล โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยเจ้าของภารยทรัพย์ไปดำเนินการจดทะเบียนสิทธิภารจำยอมที่โจทก์ได้มา แต่จำเลย เพิกเฉย ถือได้ว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์โจทก์ซึ่งเป…

Supreme Court Judgment No. 3482/2541

โจทก์ ได้ สิทธิ ภารจำยอม โดย อายุความ ตาม คำพิพากษา ของ ศาล โจทก์ บอกกล่าว ให้ จำเลย เจ้าของ ภารยทรัพย์ ไป ดำเนินการ จดทะเบียน สิทธิ ภารจำยอม ที่ โจทก์ ได้ มา แต่ จำเลย เพิกเฉย ถือได้ว่า เป็น การ โต้แ…

Supreme Court Judgment No. 4345/2536

โฉนดที่ดิน มีชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียว ย่อมสันนิษฐานไว้ก่อนว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1373 การที่จำเลยกล่าวอ้างว่าโจทก์มิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ จำเลยจึงมีหน้าที่นำสืบห…

Supreme Court Judgment No. 9882/2560

คำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยบรรยายว่า จำเลยใช้ทางพิพาทมาตลอด กว้าง 11 เมตร ยาวจากที่ดินจำเลยไปจดถนนกรุงธนบุรี ยาว 38 เมตร เป็นทางเดิน ยานพาหนะผ่านเข้าออก ที่จอดรถ และขนถ่ายสินค้าถึงปัจจุบันเกือบ 30 ปี…

Supreme Court Judgment No. 7603/2560

ที่ดินพิพาทคดีนี้กับคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3824/2558 เป็นที่ดินแปลงเดียวกัน เมื่อคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ย่อมผูกพันจำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ข้อเท็จจริ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up