คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้ได้รับจดหมายที่นายวัฒนา ภาวะไพบูลย์ ส่งมาให้นายศรยุทธ สุวรรณจำปา แล้วจำเลยได้เปิดผนึกซองจดหมายซึ่งเป็นของผู้อื่นออก โดยเจตนาล่วงรู้ข้อความภายในจดหมายนั้นอันเป็นความลับ แล้วจำเลยได้นำข้อความในจดหมายนั้นออกเปิดเผย โดยจำเลยไม่มีอำนาจกระทำได้ทำให้นายศรยุทธ สุวรรณจำปา กับนายวัฒนา ภาวะไพบูลย์ ได้รับความเสียหายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 322จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 322 จำคุก 1 เดือนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาพิจารณาแล้ว เห็นว่าความผิดตามโจทก์ฟ้องเป็นความผิดอันยอมความได้ ตัวผู้เสียหายเองก็เบิกความรับว่าได้ตกลงยอมความกับจำเลยจริงตามเอกสารหมาย
ล.1 มีข้อความสำคัญปรากฏชัดว่า "ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงถอนเรื่องนี้ ไม่ติดใจให้ดำเนินการสอบสวนต่อไปอีก และรับรองว่าจะอยู่ร่วมกันต่อไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ และยึดมั่นในความสามัคคี จึงบันทึกไว้เป็นสำคัญ" แล้วลงชื่อผู้เสียหาย ข้อความดังนี้ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นการยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)แล้ว สิทธิของโจทก์ที่จะนำคดีอาญามาฟ้องจึงเป็นอันระงับไปตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาไปนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยพิพากษายืน