Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2539/2554

พ.ศ. 2554 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยเป็นลูกจ้างประจำตำแหน่งคนงาน ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่จัดทำใบสำคัญคุมใบยืม คุมเบิกจ่ายวัสดุสำนักงาน โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยนำใบเสร็จรับเงิน (บิลเงินสด) ปลอมไปใช้อ้างแสดงต่อเจ้าพนักงานของผู้เสียหายจนหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง และตั้งฎีกาเบิกเงินจากเงินงบประมาณของผู้เสียหายให้แก่จำเลยและจำเลยรับเงินจำนวนดังกล่าวไปเป็นของตนโดยทุจริต ซึ่งแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาว่า จำเลยนำใบเสร็จรับเงิน (บิลเงินสด) ปลอม ไปใช้ประกอบการจัดทำงบเดือนสำหรับการตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ข้อแตกต่างนี้มิใช่ข้อสาระสำคัญและจำเลยไม่ได้หลงต่อสู้ ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 264, 265, 268

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 (ที่ถูก มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265) จำคุก 1 ปี ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยเป็นลูกจ้างประจำตำแหน่งคนงานของกรมวิชาการเกษตร ผู้เสียหาย โดยปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่สถานีทดลองพืชไร่ศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย มีหน้าที่จัดทำใบสำคัญการจัดซื้อวัสดุสำนักงาน เมื่อเดือนมกราคม 2536 ผู้อำนวยการสถานีทดลองพืชไร่ศรีสำโรงสงสัยว่าจะมีการทุจริตในการจัดซื้อวัสดุสำนักงานจึงให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ จากการตรวจสอบใบสำคัญเบิกจ่ายเงินงบประมาณจัดซื้อวัสดุสำนักงานพบว่ามีการจัดทำใบเสร็จรับเงิน (บิลเงินสด) ปลอมและใช้ใบเสร็จรับเงิน (บิลเงินสด) ปลอมนั้นตั้งฎีกาเบิกจ่ายเงินงบประมาณ จึงแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลย สำหรับข้อหาปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมตามข้อ 1.1 ถึง 1.5 และข้อ 1.7 ถึง 1.13 ตามฟ้องโจทก์นั้น ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้อง โจทก์มิได้ฎีกา จึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมตามข้อ 1.6 ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 หรือไม่ พยานโจทก์เบิกความทำนองเดียวกันว่า ในการจัดซื้อวัสดุสำนักงานมีระเบียบภายในว่า เจ้าหน้าที่ต้องเขียนใบเสนอขออนุมัติซื้อวัสดุสำนักงาน แล้วจำเลยจะเขียนใบเสนอจัดซื้อเสนอให้ผู้มีอำนาจพิจารณาอนุมัติ หลังจากร้านค้านำวัสดุสำนักงานที่สั่งซื้อพร้อมใบส่งของมามอบให้แล้ว ผู้เสนอขอซื้อจะนำใบส่งของไปมอบให้จำเลยเพื่อทำเรื่องขออนุมัติเบิกเงิน จำเลยมีหน้าที่รวบรวมเอกสารแล้วมอบให้หัวหน้าการเงินตั้งฎีกาเบิกเงินจากคลังจังหวัด จากนั้นผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเช็คจะสั่งจ่ายเช็ค แล้วให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งคนใดนำไปมอบให้แก่ร้านค้า

เมื่อร้านค้าได้รับเช็คแล้วร้านค้าจะออกใบเสร็จรับเงิน (บิลเงินสด) ให้ เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวจะต้องมอบใบเสร็จรับเงิน (บิลเงินสด) ให้จำเลยเพื่อประกอบการทำงบเดือนสำหรับการตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เห็นว่า การจัดซื้อวัสดุตามใบสำคัญเบิกจ่ายเอกสารมีพิรุธ ตั้งแต่มีรอยขูดลบแก้ไขจำนวนวัสดุที่จัดซื้อและจำนวนเงินโดยไม่มีการลงลายมือชื่อกำกับ ทั้งไม่มีวัสดุให้ตรวจสอบ ประกอบกับนางสาวลัญจนีเจ้าของร้านพงษ์เต้งพยานโจทก์เบิกความยืนยันว่า ร้านพงษ์เต้งไม่ได้ขายสินค้าตามใบเสร็จรับเงิน (บิลเงินสด) และไม่ได้รับเช็คค่าสินค้าดังกล่าว ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าใบเสร็จรับเงิน (บิลเงินสด) เป็นเอกสารปลอม พฤติการณ์ของจำเลยที่ลงลายมือชื่อรับเช็คที่สั่งจ่ายให้แก่ร้านพงษ์เต้งเพื่อชำระค่าวัสดุแต่ไม่ได้นำไปมอบให้แก่ร้านพงษ์เต้ง โดยนำเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยเองที่มีอยู่กับธนาคารกรุงไทย

จำกัด (มหาชน) สาขาสุโขทัย และมีใบเสร็จรับเงิน (บิลเงินสด) ซึ่งระบุว่าเป็นของร้านพงษ์เต้งมาใช้ประกอบการจัดทำงบเดือน เช่นนี้บ่งชี้ว่าจำเลยต้องรู้ว่าใบเสร็จรับเงิน (บิลเงินสด) เป็นเอกสารปลอม เมื่อจำเลยนำใบเสร็จรับเงิน (บิลเงินสด) ดังกล่าวไปใช้ประกอบการจัดทำงบเดือนสำหรับการตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน จึงเป็นการกระทำเพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายและผู้อื่น การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอม แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่า จำเลยนำใบเสร็จรับเงิน (บิลเงินสด) ปลอมไปใช้อ้างแสดงต่อเจ้าพนักงานของผู้เสียหายจนหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงและตั้งฎีกาเบิกเงินจากเงินงบประมาณของผู้เสียหายให้แก่จำเลยและจำเลยรับเงินจำนวนดังกล่าวไปเป็นของตนเองโดยทุจริต

อันเป็นการแตกต่างกับข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางพิจารณาซึ่งได้ความว่าจำเลยนำใบเสร็จรับเงิน (บิลเงินสด) ปลอมไปใช้ประกอบการจัดทำงบเดือนสำหรับการตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน แต่ข้อแตกต่างนี้มิใช่ข้อสาระสำคัญและจำเลยไม่ได้หลงต่อสู้ ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมามีน้ำหนักมั่นคงฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอม พยานหลักฐานของจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์ · พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา · ปดารณี ลัดพลี
Lower court
ศาลจังหวัดสุโขทัย - นายวิชาญ ศรีสิงห์
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายแชน ศิริพงษ์
Supreme Court black case no.
อ.4899/2550
Trial court black case no.
อ896/2539
Trial court red case no.
อ1418/2546
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1546/2568

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 339 ที่โจทก์ขอให้ลงโทษกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป แม้จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 17…

Supreme Court Judgment No. 1044/2568

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของศาลจังหวัดเวียงสระ และจำเลยที่ 7 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของ…

Supreme Court Judgment No. 809/2568

จำเลยดึงสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ยังไม่ได้ตรวจไปจากมือของโจทก์ร่วมโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมาโจทก์ร่วมปล่อยให้จำเลยนำสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์ร่วมไปตรวจรางวัลได้ การกระทำของจำเลยเป็นเพียงการถือวิสาสะเท่านั้น…

Supreme Court Judgment No. 3672/2568

โจทก์บรรยายฟ้องโดยสรุปว่า จำเลยลักเงินสดของผู้เสียหายไปรวม 5 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 9,804,760 บาท โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด การพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจั…

Supreme Court Judgment No. 5893/2567

พฤติการณ์ที่โจทก์ร่วมเข้าใจว่าจำเลยเป็น ห. จึงร้องถามว่าใช่ ห. หรือไม่ ผิดวิสัยของคนร้ายที่จะไม่ส่งเสียงให้เหยื่อรู้ตัวก่อนลงมือกระทำผิด ต่อมาเมื่อโจทก์ร่วมกับจำเลยพบกันอีกครั้งก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมม…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up