Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2530 (ref. 25400)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่โจทก์ทั้งสองมาทำงานที่การเคหะแห่งชาติ เพราะประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 316 ข้อ 5 ให้โอนกิจการของธนาคารอาคารสงเคราะห์เฉพาะที่เกี่ยวกับธุรกิจตามมาตรา 27(1)และ (2) ตามพ.ร.บ. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. 2496 ให้แก่การเคหะแห่งชาติเมื่อมิได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น การนับอายุการทำงานจึงต้องนับต่อเนื่องกันไป แต่เนื่องจากข้อบังคับของจำเลยกำหนดให้จ่ายเงินสงเคราะห์แก่พนักงานหรือลูกจ้างประจำเท่านั้นเมื่อโจทก์ที่ 1 มีฐานะเป็นลูกจ้างประจำของธนาคารอาคารสงเคราะห์อยู่แล้วก่อนโอนมาเป็นลูกจ้างประจำของจำเลย จึงต้องนับอายุการทำงานติดต่อกัน ส่วนโจทก์ที่ 2เมื่อโอนมาเป็นลูกจ้างของจำเลยนั้นยังเป็นลูกจ้างชั่วคราวอยู่ เพิ่งจะได้รับแต่งตั้งเป็นลูกจ้างประจำภายหลังจึงต้องนับอายุการทำงานตั้งแต่วันได้รับแต่งตั้งเป็นลูกจ้างประจำ.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องเรียกค่าชดเชยและเงินสงเคราะห์จากจำเลยซึ่งเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองเพราะเหตุเกษียณอายุ

จำเลยให้การว่าได้จ่ายเงินสงเคราะห์ให้โจทก์ทั้งสองสำนวนครบถ้วนแล้ว ส่วนเงินค่าชดเชยไม่ต้องจ่ายเพราะจำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไรทางเศรษฐกิจ จึงไม่อยู่ในบังคับของประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและจ่ายเงินสงเคราะห์แก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ทั้งสองเคยทำงานอยู่กับธนาคารอาคารสงเคราะห์มาก่อน โดยโจทก์ที่ 1 ทำงานเป็นลูกจ้างประจำตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2515 ส่วนโจทก์ที่ 2 ทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวก่อนวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2516 ต่อมาวันที่ 12กุมภาพันธ์ 2516 โจทก์ทั้งสองโอนมาเป็นลูกจ้างของจำเลยโดยโจทก์ที่ 1 เป็นลูกจ้างประจำส่วนโจทก์ที่ 2 เป็นลูกจ้างชั่วคราวก่อนแล้วได้รับการแต่งตั้งเป็นลูกจ้างประจำของจำเลยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2519 โจทก์ทั้งสองทำงานกับจำเลยเรื่อยมาและได้พ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุเกษียณอายุเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2529 เมื่อโจทก์ทั้งสองออกจากงานจำเลยได้จ่ายเงินสงเคราะห์ตามข้อบังคับของจำเลยฉบับที่ 30 ว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ให้แก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 115,788.40 บาทโดยคิดระยะเวลาให้นับแต่วันที่ 12กุมภาพันธ์ 2516 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยรับโอนโจทก์ที่ 1 มาเป็นลูกจ้างประจำ (พนักงานประจำ) ของจำเลยจนถึงวันเกษียณอายุ และจ่ายให้แก่โจทก์ที่ 2 จำนวน 50,000 บาทโดยคิดระยะเวลาให้นับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2519 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ที่ 1 ได้รับการแต่งตั้งเป็นลูกจ้างประจำ (พนักงานประจำ) ของจำเลยจนถึงวันเกษียณอายุส่วนค่าชดเชยนั้นจำเลยไม่จ่ายให้ โจทก์ทั้งสองจึงได้ฟ้องคดีนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่าการจ้างงานของจำเลยอยู่ภายใต้บังคับของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานการที่โจทก์ทั้งสองพ้นจากตำแหน่งเพราะเกษียณอายุเป็นการเลิกจ้างที่จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชย ส่วนปัญหาเรื่องเงินสงเคราะห์นั้น 'พิเคราะห์แล้วตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่316 ข้อ 5 ให้โอนกิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ และความรับผิดของส่วนราชการและหน่วยงานต่าง ๆ ให้แก่การเคหะแห่งชาติรวมทั้งธนาคารอาคารสงเคราะห์เฉพาะที่เกี่ยวกับธุรกิจตามมาตรา 27 (1) และ (3)แห่งพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์พ.ศ.2496 ดังนั้นการที่โจทก์ทั้งสองมาทำงานที่การเคหะแห่งชาติก็เพราะผลของการโอนตามประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าว

มิใช่โจทก์ทั้งสองลาออกจากหน่วยงานเดิมมาสมัครเข้าทำงานกับจำเลยใหม่ และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 577 บัญญัติว่านายจ้างจะโอนสิทธิของตนให้แก่บุคคลภายนอกก็ได้ เมื่อลูกจ้างยินยอมพร้อมใจด้วยการโอนสิทธิการจ้างเช่นนี้ฐานะความเป็นลูกจ้างของลูกจ้างย่อมไม่สิ้นสุดลง ซึ่งต่างกับกรณีการเลิกจ้างสำหรับโจทก์ทั้งสองมาทำงานกับจำเลยเพราะผลของการโอน เมื่อมิได้ตกลงไว้เป็นอย่างอื่นการนับอายุการทำงานจึงต้องนับต่อเนื่องกันไปแต่อย่างไรก็ตามสิทธิของโจทก์ทั้งสองที่จะได้รับเงินสงเคราะห์จากจำเลยตามข้อบังคับการเคหะแห่งชาติ ฉบับที่ 32 ว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์นั้น ข้อ 6 ทวิ กำหนดให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์จากกองทุนสงเคราะห์เป็นจำนวนเท่ากับเงินเดือนหรือค่าจ้างสุดท้าย

คูณด้วยอายุการทำงานสำหรับ 'อายุการทำงาน'ตามข้อบังคับเดียวกันข้อ 4 (6) นั้นหมายความว่าระยะเวลาตั้งแต่วันที่ผู้ปฏิบัติงานเข้าประจำทำงานในการเคหะแห่งชาติ ในฐานะพนักงานหรือลูกจ้างประจำตามงบทำการจนถึงวันสุดท้ายก่อนพ้นจากตำแหน่งในการเคหะแห่งชาติซึ่งเมื่อได้พิเคราะห์ข้อบังคับของจำเลยฉบับที่ 32 ดังกล่าวมาแล้วเห็นว่า สำหรับโจทก์ที่ 1 นั้นเนื่องจากก่อนโอนมาทำงานกับจำเลยโจทก์ที่ 1 มีฐานะเป็นลูกจ้างประจำของธนาคารอาคารสงเคราะห์อยู่แล้ว เมื่อโอนมาเป็นลูกจ้างประจำของจำเลย จึงต้องนับอายุการทำงานติดต่อกันที่ศาลแรงงานกลางคำนวณเงินสงเคราะห์ตามข้อบังคับของจำเลยฉบับที่ 32 สำหรับโจทก์ที่ 1 โดยนำเอาอายุการทำงานของโจทก์ที่1 จากธนาคารอาคารสงเคราะห์มารวมกับอายุการทำงานกับจำเลยนั้นถูกต้องแล้ว

สำหรับโจทก์ที่ 2 นั้นได้ความว่าเมื่อโจทก์ที่ 1โอนมาเป็นลูกจ้างของจำเลยเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2516 นั้นโจทก์ที่ 2 ก็ยังเป็นลูกจ้างชั่วคราวของจำเลยอยู่เพิ่งจะได้รับแต่งตั้งเป็นลูกจ้างประจำของจำเลยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน2519 ฉะนั้น สิทธิของโจทก์ที่ 2 ในเรื่องอายุการทำงานเพื่อคำนวณเงินสงเคราะห์ จึงต้องเป็นไปตามข้อบังคับของจำเลยฉบับที่ 32 ข้อ 4 (6) ดังที่กล่าวมาแล้ว เมื่อคิดอายุการทำงานของโจทก์ที่ 2 นับถึงวันเกษียณอายุแล้วคงมีอายุการทำงานเพียง10 ปีกับ 122 วันเท่านั้นเศษของปีไม่ถึง 183 วันจึงไม่รวมนับเมื่อคำนวณเงินสงเคราะห์ของโจทก์ที่ 2 โดยเอาจำนวน 10 ปีคูณด้วยเงินเดือนสุดท้าย 4,805 บาทแล้วโจทก์ที่ 2 มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์เพียง 48,050 บาทซึ่งเกินกว่าสิทธิที่โจทก์ที่2 จะได้รับ

การที่ศาลแรงงานกลางนำอายุการทำงานของโจทก์ที่2 ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2516 ซึ่งเป็นวันที่โอนมาทำงานกับจำเลยมารวมด้วยเพื่อคำนวณเงินสงเคราะห์ของโจทก์ที่ 2นั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของจำเลยสำหรับโจทก์ที่ 2 ในเรื่องเงินสงเคราะห์ฟังขึ้น

Result

พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยไม่ต้องจ่ายเงินสงเคราะห์จำนวน15,971 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในต้นเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ที่2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง'.

Matter details

Panel of judges
สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · จำนง นิยมวิภาต
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7945/2554

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 13 ใช้สำหรับกรณีมีการเปลี่ยนแปลงตัวนายจ้าง ซึ่งมีผลให้นายจ้างใหม่ต้องรับสิทธิและหน้าที่อันเกี่ยวกับลูกจ้างที่มีอยู่กับนายจ้างเดิมมาด้วยทุกประการ แต่หากเป็นการโอนสิท…

Supreme Court Judgment No. 1663/2532

การโอนโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างกระทรวงกลาโหมสังกัดกรมการพลังงานทหารไปเป็นพนักงานของจำเลยตามพระราชบัญญัติการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยพ.ศ.2521มาตรา60ถือเป็นการให้ออกจากงานเดิมเพราะเหตุยุบตำแหน่งหรือเลิกจ้างโดย…

Supreme Court Judgment No. 547/2530

การที่โจทก์ทั้งสองมาทำงานที่การเคหะแห่งชาติ เพราะประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 316 ข้อ 5 ให้โอนกิจการของธนาคารอาคารสงเคราะห์เฉพาะที่เกี่ยวกับธุรกิจตามมาตรา 27(1)และ (2) ตาม พ.ร.บ. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ…

Supreme Court Judgment No. 337/2527

บริษัท ม. กับจำเลยเป็นนิติบุคคลต่างหากจากกัน การที่บริษัท ม.ออกคำสั่งชี้แจงแก่โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างของบริษัท ศ. ก่อนมีการโอนพนักงานว่า เงินเดือนให้รับในอัตราและวิธีการเดิมไปพลางก่อนจนกว่าบริษัท ม. จะปร…

Supreme Court Judgment No. 3151/2568

การที่โจทก์จะรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ที่จำเลยร่วมมีต่อบริษัท ม. อันหมายความรวมถึงระยะเวลาการทำงานของจำเลยร่วม ในกรณีนายจ้างเป็นนิติบุคคล ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 13 นั้น จะต้องเป็นกรณี…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up