คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326
จำเลยให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณา นางวนิดา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาต
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 จำคุก 4 เดือน ปรับ 3,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยรับโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่นายสนั่นซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐได้รับการร้องขอจากนายหม่องให้ไปช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องทะเลาะวิวาทระหว่างบุตรของนายหม่อง นายสนั่นจึงไปที่บ้านของนายคำรน บุตรของนายหม่องคนหนึ่งซึ่งอยู่ติดกับบ้านของนายหม่อง พบนายคำรนและบุตรของนายหม่องอีกหลายคน บรรดาบุตรของนายหม่องรวมทั้งจำเลยด้วยต่างเข้าใจว่าโจทก์ร่วมมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับนายหม่องจึงปรึกษาหารือหรือพูดคุยกับนายสนั่นเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว โดยจำเลยกับพวกเกรงว่านายหม่องจะถูกโจทก์ร่วมหลอกลวงเอาทรัพย์สินไปหมด จะทำให้จำเลยกับพวกเดือดร้อน ซึ่งข้อเท็จจริงในส่วนนี้ถือได้ว่า ในฐานะที่จำเลยกับพวกเป็นลูกบ้านอยู่ในความปกครองของนายสนั่น
การพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวจึงเป็นการปรับทุกข์กับนายสนั่น เพื่อให้นายสนั่นหาทางช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ครอบครัวของนายหม่อง ข้อเท็จจริงในส่วนนี้จำเลยมีสิทธิแสดงความคิดเห็นหรือแสดงข้อความโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (1) จึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโจทก์ร่วม แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่นางประทุมพรเข้ามาร่วมรับฟังด้วยแล้ว การที่จำเลยกล่าวต่อหน้านางประทุมพรว่าโจทก์ร่วมเป็นชู้กับนายหม่องและหลอกเอาเงินของนายหม่องนั้น เห็นว่า ที่จำเลยเข้าใจว่าโจทก์ร่วมมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับนายหม่องบิดาของจำเลย ไม่ก่อให้จำเลยเกิดสิทธิที่จะกล่าวประจานโจทก์ร่วมต่อหน้านางประทุมพรด้วยถ้อยคำหมิ่นประมาทเช่นว่านั้น
เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนามุ่งประสงค์เพื่อให้โจทก์ร่วมได้รับความอับอาย และเพื่อทำลายชื่อเสียงของโจทก์ร่วม การกระทำดังกล่าวของจำเลยจึงเป็นความผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกฟ้องโดยเห็นว่า การกล่าวหมิ่นประมาทของจำเลยเป็นการแสดงข้อความโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรมป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (1) นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น
Result
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น