Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2547/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ จำเลยสร้างรั้วรุกล้ำเข้ามา ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนรั้วออกไป จำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยกั้นรั้วตามแนวเขตที่ดินของจำเลยซึ่งจำเลยได้กรรมสิทธิ์มาโดยการครอบครองปรปักษ์ เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ แม้โจทก์จะมีคำขอให้จำเลยรื้อถอนรั้วที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินอยู่ด้วยก็ตาม แต่เมื่อประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าที่ดินพิพาทเป็นของใคร ส่วนคำขอให้รื้อถอนรั้วออกไปเป็นผลต่อเนื่องในเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทเท่านั้น เรียกไม่ได้ว่าเป็นคดีมีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้แยกกันได้จากคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์อย่างเดียว เมื่อราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกินห้าหมื่นบาทคดีจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่11235 เมื่อประมาณต้นปี 2532 โจทก์ให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครปฐมทำการรังวัดตรวจสอบที่ดินดังกล่าวของโจทก์ปรากฏว่าจำเลยได้ก่อสร้างรั้วรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศตะวันตกประมาณ 7 ตารางวา ซึ่งเป็นการรบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหายไม่สามารถใช้ที่ดินของโจทก์ในส่วนดังกล่าวได้ โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนรั้วออกไป แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนรั้วที่ปลูกสร้างรุกล้ำออกไปจากที่ดินโจทก์และทำให้ที่ดินของโจทก์อยู่ในสภาพเรียบร้อยหากจำเลยไม่ยอมรื้อถอนขอให้ถือเอาคำพิพากษาศาลสั่งให้โจทก์มีอำนาจรื้อถอนเองโดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการนี้ทั้งสิ้นและห้ามเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินของโจทก์อย่างเด็ดขาดจำเลยให้การว่า

จำเลยมิได้ก่อสร้างรั้วรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศตะวันตก การก่อสร้างรั้วของจำเลยทำโดยสุจริตตามความเป็นจริง ตามแนวที่ดินที่จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และครอบครองมาแต่เดิมเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว นับแต่จำเลยได้รับโอนกรรมสิทธิ์มาจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินเดิม จำเลยครอบครองที่ดินส่วนที่ติดกับที่ดินของโจทก์ตั้งแต่จำเลยได้รับโอนมาจนปัจจุบันนี้เป็นเวลาสิบ ๆ ปีแล้วโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปรากฏตามฟ้องโจทก์กล่าวว่า ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ จำเลยสร้างรั้วรุกล้ำเข้ามาเป็นเนื้อที่ 4.6 ตารางวา ขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยรื้อถอนรั้วออกไปจากที่ดินพิพาทของโจทก์ จำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยกั้นรั้วตามแนวเขตที่ดินของจำเลยซึ่งจำเลยได้กรรมสิทธิ์มาโดยการครอบครองปรปักษ์ เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ ซึ่งโจทก์ตีราคาที่ดินพิพาทตารางวาละ 1,500 บาท รวมเนื้อที่ดินพิพาท 4.5 ตารางวาเป็นราคา 9,600 บาท จำเลยมิได้คัดค้านราคาที่ดินพิพาทเป็นอย่างอื่น จึงถือได้ว่าคดีนี้มีราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์9,600 บาท แม้จะมีคำขอให้จำเลยรื้อถอนรั้วที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินพิพาทอยู่ด้วยก็ตาม ต้องพิจารณาว่าคำขอนั้นแยกจากกันได้หรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า ประเด็นสำคัญของคดีนี้อยู่ที่ว่าที่ดินพิพาทเป็นของใคร ส่วนคำขอให้รื้อถอนรั้วออกไปเป็นผลต่อเนื่องในเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทเท่านั้น เรียกไม่ได้ว่าเป็นคดีมีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้แยกกันได้จากคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์อย่างเดียว เมื่อราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกินห้าหมื่นบาทศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยกั้นรั้วตามแนวเขตที่ดินของจำเลย การที่โจทก์อุทธรณ์ว่า แนวเขตที่ดินของโจทก์จำเลยอยู่กลางคูน้ำ รั้วไม้ไผ่ที่จำเลยกั้นรุกล้ำเข้าไปในที่ดินโจทก์และกั้นไม่ถึง 10 ปี จำเลยจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534มาตรา 14 อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะโจทก์ยื่นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์โจทก์จึงชอบแล้ว"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สุทธิ นิชโรจน์ · สุชาติ ถาวรวงษ์ · สวรรค์ ศักดารักษ์
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Supreme Court Judgment No. 6942/2558

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชำระเงินค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ที่ 2 จำนวน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ การที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว…

Supreme Court Judgment No. 12502/2558

ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยได้ดำเนินการจดทะเบียนผู้เยาว์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายตามวิธีการที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 1548 แล้ว ผู้เยาว์จึงเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของทั้งโจทก์และจำเลย ตา…

Supreme Court Judgment No. 10927/2557

โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยทั้งสองรับผิดต่อโจทก์เพิ่มเติมจากที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามา แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกามาตามทุนทรัพย์ในศาลชั้นต้น จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาตามทุนทรัพย์ที่โจทก์เสียเกินมา และ…

Supreme Court Judgment No. 9188/2552

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินจำนวน 39,130 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 34,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 3…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up