Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2553/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ก่อนจดทะเบียนสมรสโจทก์จำเลยทำสัญญากันว่า "ฝ่ายภรรยาจะไม่ประพฤติตัวให้ผิดจารีตประเพณีและให้อยู่กินปรนนิบัติในฐานะให้เป็นสามีภรรยาอยู่กินร่วมกันตลอดไปและจะไม่ประพฤติปฏิบัตินอกใจสามีอีกต่อไป เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้กระทำผิดพลาดเงื่อนไขดังกล่าวยินยอมให้ปรับเป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท" สัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาอย่างหนึ่งมีลักษณะเป็นทัณฑ์บนในเรื่องความประพฤติของภรรยาดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1516(8) ซึ่งเป็นเหตุให้สามีฟ้องหย่าภรรยาได้ หากผิดทัณฑ์บนที่ทำกันเป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติ และไม่เป็นการฝ่าฝืนศีลธรรมอันดีหรือจำกัดสิทธิเสรีภาพในส่วนบุคคล ไม่มีวัตถุประสงค์เป็นที่ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายใด ๆ อีกทั้งมิได้เป็นการขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ต่อมาโจทก์และจำเลยได้จดทะเบียนสมรสก็ได้ยอมรับสัญญาฉบับนี้ให้มีผลผูกพันบังคับระหว่างกันได้สัญญาฉบับนี้จึงมีผลใช้บังคับได้ตามกฎหมายไม่เป็นโมฆะ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๒๑ โจทก์และจำเลยแต่งงานอยู่กินตามประเพณี และเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๒๓ ได้จดทะเบียนสมรสกัน ระหว่างที่อยู่กินกันนั้น จำเลยได้ด่าว่าหมิ่นประมาทเหยียดหยามโจทก์และบิดามารดาโจทก์อย่างร้ายแรงเป็นประจำ ทั้งประพฤติชั่วอยู่เสมอ ชอบเที่ยวเตร่ในยามวิกาลกับชายอื่นซึ่งทำให้โจทก์ได้รับความอับอายขายหน้า ถูกเกลียดชังจากผู้อื่นไม่ยอมให้ร่วมประเวณีตามปกติวิสัยของสามีภรรยาทั่วไป สุดที่โจทก์จะอยู่เป็นสามีภรรยากับจำเลยโดยจำเลยมีชู้และทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยาอย่างร้ายแรง เนื่องจากความประพฤติของจำเลยดังกล่าว โจทก์และจำเลยได้ตกลงทำสัญญากันไว้ว่า หากจำเลยประพฤติผิดจารีตประเพณีไม่ปฏิบัติตนเป็นภรรยาที่ดีของสามี

จำเลยยอมให้โจทก์ปรับเป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท จำเลยได้ประพฤติผิดสัญญาดังกล่าว โจทก์จึงเรียกร้องค่าปรับจากจำเลยตามสัญญา จำเลยไม่ยินยอม ขอศาลพิพากษาให้โจทก์และจำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยา หากจำเลยไม่ไปจดทะเบียนการหย่าให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยและให้จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์ ๕๐,๐๐๐ บาท

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่เคยด่าว่าหมิ่นประมาทโจทก์และบิดามารดาของโจทก์ ไม่เคยประพฤติชั่วนอกใจโจทก์ จำเลยเรียนหนังสืออยู่ที่วิทยาลัยครูมหาสารคาม โจทก์ไม่เคยอุปการะเลี้ยงดูจำเลย โจทก์ไปติดพันหญิงอื่นจึงหาเหตุฟ้องจำเลย จำเลยไม่เคยทำผิดสัญญาที่ทำไว้กับโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าปรับ ๕๐,๐๐๐ บาทจากจำเลยได้ จำเลยไม่เคยมีชู้ สัญญาพิพาททำขึ้นในขณะที่ยังมิได้จดทะเบียนสมรสกัน โดยโจทก์เกรงว่าจำเลยจะไม่ยอมจดทะเบียนสมรสจึงได้ทำสัญญานี้ขึ้น ต่อมาจำเลยและโจทก์ได้จดทะเบียนสมรสกัน สัญญาดังกล่าวจึงสิ้นผล ถ้าจะฟังว่าเป็นสัญญาก่อนสมรสก็เป็นโมฆะเพราะมิได้จดแจ้งลงไว้ในทะเบียนสมรส โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าปรับตามสัญญาจำเลยยินดีหย่ากับโจทก์ ขอฟ้องแย้งให้โจทก์จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูจำเลยเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท นับตั้งแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าจำเลยจะถึงแก่ความตาย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่มีสิทธิเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู(ค่าเลี้ยงชีพ) เพราะเหตุแห่งการหย่าเป็นความผิดของจำเลยแต่ฝ่ายเดียว โจทก์เคยส่งเสียค่าใช้จ่ายและค่าเล่าเรียนให้แก่จำเลยเสมอมาจนกระทั่งโจทก์สืบทราบว่าจำเลยประพฤติตัวไม่อยู่ในจารีตประเพณีชอบเที่ยวเตร่กับชายอื่นอยู่เสมอ โจทก์ได้รับความอับอายและว่ากล่าวตักเตือนจำเลยก็ไม่เชื่อฟัง โจทก์จึงงดส่งค่าใช้จ่ายให้จำเลย โจทก์มีฐานะไม่ดีเพราะเรียนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ขอให้ยกฟ้องแย้ง วันนัดสืบพยานโจทก์ คู่ความแถลงร่วมกันว่าตกลงหย่ากันและจะไปจดทะเบียนการหย่าภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันศาลพิพากษา ขอให้ศาลวินิจฉัยว่าสัญญาระหว่างโจทก์และจำเลยลงวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๒๒ มีผลบังคับตามกฎหมายหรือไม่ ถ้ามีผลบังคับจำเลยยอมใช้เงินแก่โจทก์ แต่ถ้าไม่มีผลบังคับก็ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์และจำเลยขอสละประเด็นข้ออื่นและไม่สืบพยาน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า สัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาก่อนสมรสตกเป็นโมฆะ พิพากษาให้โจทก์และจำเลยหย่าขาดจากกัน ให้โจทก์และจำเลยไปจดทะเบียนการหย่าที่อำเภอภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันศาลพิพากษา ถ้าไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแสดงเจตนาแทน ให้ยกคำขอท้ายฟ้องข้อ ๒ ของโจทก์

โจทก์อุทธรณ์ข้อกฎหมายว่า สัญญาข้อ ๒ มีผลใช้บังคับได้ตามกฎหมาย

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า สัญญาข้อ ๒ มีผลใช้บังคับได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน ๕๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่าตามสัญญาข้อ ๒ ที่พิพาทกันมีใจความว่าฝ่ายภรรยาจะไม่ประพฤติตัวให้ผิดจารีตประเพณีและให้อยู่กินปรนนิบัติในฐานะให้เป็นสามีภรรยาอยู่กินร่วมกันโดยตลอดไป และจะไม่ประพฤติปฏิบัตินอกใจสามีอีกต่อไป เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้กระทำผิดพลาดเงื่อนไขดังกล่าวยินยอมให้ปรับเป็นจำนวนเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท เห็นว่า สัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาอย่างหนึ่งที่มีลักษณะเป็นทัณฑ์บนในเรื่องความประพฤติของภรรยาดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๑๖(๘) ซึ่งเป็นเหตุให้สามีฟ้องหย่าภรรยาได้ถ้าหากผิดทัณฑ์บนที่ทำกันเป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติและข้อความในสัญญาจะเห็นได้ว่ามิได้เป็นการฝ่าฝืนศีลธรรมอันดีหรือจำกัดสิทธิเสรีภาพในส่วนบุคคลอย่างใด

ตรงกันข้ามกลับเป็นการส่งเสริมศีลธรรมให้สามีและภรรยาได้อยู่กินเป็นปกติสุข มิให้ประพฤติผิดจารีตประเพณีอันดีงาม ถึงแม้ว่าสัญญาฉบับนี้จะได้ทำกันก่อนที่โจทก์และจำเลยจะเป็นสามีภรรยากันก็ตาม แต่ต่อมาโจทก์และจำเลยได้จดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากันก็ได้ยอมรับสัญญาฉบับนี้ให้มีผลผูกพันบังคับระหว่างกันได้ มิได้มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเจตนาบอกเลิกสัญญากันแต่อย่างใดจนเกิดเหตุคดีนี้ โจทก์และจำเลยจึงต้องผูกพันต่อกันตามสัญญาฉบับนี้ซึ่งไม่มีวัตถุประสงค์เป็นที่ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายใด ๆ อีกทั้งมิได้เป็นการขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ดังนั้นสัญญาฉบับนี้จึงมีผลใช้บังคับได้ตามกฎหมาย ไม่เป็นโมฆะ จำเลยจึงต้องเป็นฝ่ายแพ้คดีและต้องชดใช้ค่าปรับให้แก่โจทก์ตามสัญญา แต่ศาลฎีกาเห็นว่า ค่าปรับที่กำหนดกันไว้นั้นสูงเกินส่วน เห็นสมควรลดลงกึ่งหนึ่งก็พอสมควรแก่เหตุแล้ว

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าปรับแก่โจทก์จำนวน ๒๕,๐๐๐ บาท

Matter details

Panel of judges
สุชาติ จิวะชาติ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · วีระ ทรัพยไพศาล
Lower court
ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ
ศาลอุทธรณ์ - นายประพันธ์ ผลฉาย
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3394/2527

โจทก์มีหนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครและหนังสือมอบอำนาจประกอบคำเบิกความของ ค. ผู้รับมอบอำนาจเป็นพยานโดยจำเลยมิได้นำสืบหักล้างแต่ประการใด ย่อม เป็นการเพียงพอที่ฟังได้ว่าโจทก์เป็น…

Supreme Court Judgment No. 1303/2568

จำเลยฎีกาว่า บันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับครอบครัวตามเอกสารหมาย จ. 13 ข้อ 4 ความว่า "หากผู้ให้สัญญาทำร้ายร่างกายผู้รับสัญญา หรือบุคคลในครอบครัวคนหนึ่งคนใด ผู้ให้สัญญาขอสละสิทธิในสินสมรสที่ทำมาหาได้ร่วมกันกับ…

Supreme Court Judgment No. 2109/2567

สิทธิเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูหาใช่เป็นสิทธิที่เกิดขึ้นเมื่อมีการฟ้องหย่าไม่ เมื่อฝ่ายภริยาคือจำเลยไม่ได้ทำงานประจำและมีรายได้ไม่แน่นอนย่อมเป็นฝ่ายที่ควรได้รับการอุปการะเลี้ยงดู แต่ไม่ได้รับการอุปการะเล…

Supreme Court Judgment No. 451/2567

เหตุหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (4/2) ไม่ได้มีเพียงระยะเวลาที่แยกกันอยู่เกินสามปีเท่านั้น ยังต้องมีองค์ประกอบอื่นอีกคือ ต้องเป็นเพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาด้วย ตามฟ้องโจ…

Supreme Court Judgment No. 6779/2567

ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ภายหลังจากจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อเพียงงวดเดียว จำเลยเป็นฝ่ายส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ โดยสัญญาเช่าซื้อมิได้มีข้อตกลงใดให้สิทธิจำเลยผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาด้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up