Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2567/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยพูดต่อว่าและให้ผู้ตายซึ่งติดเฮโรอีนออกไปจากบ้านแล้วเกิดโต้เถียงกัน ขณะนั้นมีนาย ถ. คนรู้จักกันอยู่ที่บ้านจำเลยด้วย ตอนจะออกไปผู้ตายพูดว่า 'ทีใครทีมัน อย่าไปถิ่นกูก็แล้วกัน' จำเลยโมโหจึงตามผู้ตายไป มีนาย ถ.ตามไปด้วย ครั้นวิ่งไล่เข้าไปในกระต๊อบของนาง ป. จำเลยใช้ไม้ขนาดเท่าหัวแม่มือ ยาวประมาณ 1 ศอก ตีศีรษะผู้ตาย 1 ทีบาดแผลฉีก กะโหลกศีรษะไม่มีรอยแตกร้าว นาย ถ. แทงผู้ตาย 1 ทีถูกที่ตับเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย เมื่อนาง ป. ร้องให้คนช่วยจำเลยกับนาย ถ. วิ่งหนีไปทางเดียวกัน ไม่ปรากฏว่าการโต้เถียงมีความรุนแรงถึงกับทำให้จำเลยโกรธแค้นเพียงใดไม่ได้ความว่าจำเลยวางแผนหรือชักชวนหรือบอกให้นาย ถ. ไปร่วมฆ่าผู้ตาย เป็นเรื่องนาย ถ. ตามไปเอง ไม้ที่จำเลยใช้ตีไม่ใหญ่โตถึงขนาดใช้ตีให้เกิดแผลฉกรรจ์ถึงตายได้ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยสมคบร่วมกันกับพวกฆ่าผู้ตายโดยเจตนากรณีเป็นเรื่องต่างคนต่างทำ จำเลยคงต้องรับผิดจากผลเฉพาะที่ตนกระทำจึงเป็นเพียงทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายเท่านั้น.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา295, 83 จำคุก 2 ปี

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83 วางโทษจำคุก 15 ปี คำให้การของจำเลยชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสาม คงให้จำคุกจำเลย 10 ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ข้อเท็จจริงที่มิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้ฟังได้แล้วว่า จำเลยใช้ไม้ตีผู้ตาย 1 ที ตามรายงานของแพทย์ท้ายฟ้องว่าผู้ตายถูกตีที่หน้าผากด้านขวาชิดขอบผมในแนวหางคิ้ว บาดแผลฉีกตามขวางขอบไม่เรียบ ยาว 2 เซนติเมตร กว้าง 0.7เซนติเมตร ลึกถึงกล้ามเนื้อมีเลือดออกในกล้ามเนื้อตรงกับบาดแผล กะโหลกศีรษะไม่มีรอยแตกร้าวแพทย์ลงความเห็นว่าผู้ตายถึงแก่ความตายเพราะแผลถูกแทงที่ตับจากข้างหน้าไปถึงข้างหลังเนื่องจากเสียโลหิตมาก ปัญหาที่จะวินิจฉัยในชั้นนี้มีว่าจำเลยสมคบกับพวกฆ่าผู้ตายโดยเจตนาหรือไม่ โจทก์คงมีเฉพาะนางประทุม อ่อนสาย เป็นประจักษ์พยานคนเดียวซึ่งเห็นเหตุการณ์ในตอนจำเลยกับพวกทำร้ายผู้ตาย โจทก์ไม่มีพยานมาสืบถึงสาเหตุและความเป็นมาในเรื่องนี้เพียงได้ความจากคำให้การของจำเลยชั้นสอบสวนเอกสารหมาย

จ.6 ว่าจำเลยเคยห้ามผู้ตายซึ่งติดเฮโรอีนไม่ให้เข้าบ้านเพื่อมาพบน้องชายของจำเลยโดยน้องชายจำเลยเป็นเพื่อนของผู้ตาย วันเกิดเหตุผู้ตายมาที่บ้านจำเลยอีกจำเลยพูดต่อว่าและให้ผู้ตายออกไปจากบ้านแล้วเกิดโต้เถียงกัน ขณะนั้นมีนายถิ่นคนรู้จักกันอยู่ที่บ้านจำเลยด้วย ตอนจะออกไปผู้ตายพูดว่า 'ทีใครทีมันอย่าไปถิ่นกูก็แล้วกัน' จำเลยโมโหจึงตามผู้ตายไป มีนายถิ่นตามไปด้วยแล้วเกิดเหตุนี้ขึ้น ซึ่งแม้จะฟังข้อเท็จจริงตามนี้ก็ไม่ปรากฏว่าการโต้เถียงมีความรุนแรงถึงกับให้จำเลยโกรธแค้นเพียงใดสำหรับคำพูดของผู้ตายก่อนออกไปก็น่าจะมีความหมายให้เข้าใจเพียงว่า หากจำเลยไปในถิ่นผู้ตายก็จะต้องถูกไล่เช่นกัน หรืออย่างมากก็อาจจะถูกลอบทำร้าย

ไม่น่าจะคาดคิดว่าคำข้อนี้จะหมายความไปถึงผู้ตายจะฆ่าจำเลย เหตุดังกล่าวไม่หนักหนาร้ายแรงถึงกับต้องฆ่ากันตอนจำเลยวิ่งตามผู้ตายไปก็ไม่ได้ความว่าจำเลยวางแผนหรือชักชวนหรือบอกให้นายถิ่นไปร่วมฆ่าผู้ตายอันแสดงว่ามีเจตนาร่วมกันมาแต่แรก แต่ตามคำให้การนี้เป็นเรื่องนายถิ่นตามไปเอง ได้ความจากคำนางประทุมว่าในตอนเกิดเหตุจำเลยกับพวกอีกคนหนึ่งวิ่งตามผู้ตายไปในกระต๊อบของตน แล้วจำเลยใช้ไม้ขนาดเท่าหัวแม่มือ ยาวประมาณ1 ศอก ตีศีรษะผู้ตายเพียง 1 ที ส่วนพวกของจำเลยก็แทงผู้ตาย 1ที ไม่ได้ความว่าจำเลยเลือกตีเพื่อให้ถูกอวัยวะสำคัญ เพราะเป็นการกระทำกะทันหันต่อเนื่องกัน ซึ่งในขณะที่ตีจำเลยน่าจะไม่มีเจตนาให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย

ครั้นเมื่อนางประทุมร้องให้คนช่วยจำเลยกับพวกจึงวิ่งหนีไปทางเดียวกัน โดยจำเลยมิได้ตีซ้ำทั้งที่มีโอกาสทำได้ และมิได้พูดยุยงส่งเสริมให้พวกแทงซ้ำ เมื่อพิเคราะห์ถึงไม้ที่จำเลยใช้ตีก็ไม่ปรากฏว่าเป็นไม้ชนิดใด เหลี่ยมหรือกลม แต่ไม่ใหญ่โตถึงขนาดใช้ตีให้เกิดแผลฉกรรจ์ถึงตายได้แม้ภายหลังจำเลยวิ่งหนีไปด้วยกัน ข้อเท็จจริงก็ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยสมคบร่วมกันกับพวกฆ่าผู้ตายโดยเจตนา กรณีเป็นเรื่องต่างคนต่างทำ จำเลยคงต้องรับผิดจากผลเฉพาะที่ตนกระทำ หาต้องรับผิดในผลจากการกระทำของผู้อื่นที่ตนมิได้สมคบร่วมกระทำด้วยไม่การกระทำของจำเลยจึงเป็นเพียงทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายเท่านั้นฎีกาจำเลยฟังขึ้น'

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา295 ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

Matter details

Panel of judges
ชวลิต นราลัย · อภินย์ ปุษปาคม · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2558 (ref. 589786)

แม้จำเลยที่ 6 จะเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด แต่เมื่อจำเลยที่ 6 มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการจัดระบบแสง สี เสียง ภาพ ประกอบการแสดง เวทีการแสดงต่าง ๆ การที่จำเลยที่ 7 ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแท…

Supreme Court Judgment No. 428/2553

จำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันมาในที่เกิดเหตุ โดยจำเลยที่ 1 ใช้อาวุธมีดทำจากใบเลื่อยยาวถึง 1 เมตร ฟันบริเวณแสกหน้าของผู้เสียหายที่ 1 แต่ผู้เสียหายที่ 1 ใช้มือรับไว้ จึงทำให้เอ็นนิ้วนางและนิ้วก้อยของผู้เสีย…

Supreme Court Judgment No. 288/2553

ก่อนเกิดเหตุนักศึกษาของโรงเรียนที่ผู้ตายและผู้เสียหายทั้งสามกับนักศึกษาของโรงเรียนที่จำเลยกับพวกเรียนอยู่มีเรื่องทะเลาะวิวาทกันบ่อยครั้ง อีกทั้งจำเลยพกมีดติดตัวอยู่ย่อมเป็นการผิดปกติวิสัยที่สุจริตชนทั…

Supreme Court Judgment No. 8743/2550

โจทก์ฟ้องจำเลยฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตาม ป.อ. มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 80, 83 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 83 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6…

Supreme Court Judgment No. 3962/2546

จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ไปส่งจำเลยที่ 2 และที่ 3 ที่บ้านผู้เสียหายเพื่อให้จำเลยที่ 2ที่ 3 กู้เงินผู้เสียหายโดยใช้หนังสือรับรองการทำประโยชน์ สำเนาทะเบียนบ้าน และบัตรประจำตัวประชาชนปลอมเป็นหลักฐานการขอกู้เง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up