Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2580/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

แม้ผู้ร้องที่ 1 เคยรับจ้างขนแร่ให้แก่บริษัท จ. มาก่อน และไม่เคยถูกจับกุม แต่ก็มิใช่ว่าการกระทำความผิดเกี่ยวกับการขนแร่โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจะไม่เกิดขึ้น การที่ผู้ร้องที่ 1 กำชับให้จำเลยตรวจสอบใบอนุญาตให้ถูกต้องแสดงให้เห็นว่าผู้ร้องที่ 1 ทราบว่าอาจมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการขนแร่โดยไม่ได้รับใบอนุญาตเกิดขึ้นได้ และการกำชับดังกล่าวเป็นเพียงวิธีการควบคุมเบื้องต้นซึ่งเป็นเรื่องภายในระหว่างผู้ร้องที่ 1 กับจำเลยเท่านั้น ผู้ร้องที่ 1 ยังมีหน้าที่ต้องคอยควบคุมดูแลมิให้จำเลยขนแร่โดยไม่มีใบอนุญาตขนแร่ที่ถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย การที่ผู้ร้องที่ 1 ปล่อยปละละเลยให้จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างของผู้ร้องที่ 1 นำรถพ่วงของกลางไปบรรทุกแร่ โดยเป็นผู้ตรวจสอบใบอนุญาตขนแร่เองทั้ง ๆ ที่จำเลยไม่รู้ว่าใบอนุญาตขนแร่ที่ถูกต้องตามกฎหมายมีลักษณะอย่างไร ถือได้ว่า ผู้ร้องที่ 1 ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรที่จะป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดขนแร่โดยไม่ได้รับใบอนุญาตเกิดขึ้นอีกด้วย จึงให้ริบรถพ่วงของกลางและยกคำร้องของผู้ร้องที่ 1

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 29 ป.อ. Section 30 พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 Section 105 พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 Section 148

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2552 เวลากลางวัน จำเลยมีแร่เหล็ก น้ำหนัก 30 เมตริกตัน ซึ่งเกินกว่าสองกิโลกรัมไว้ในครอบครอง และขนแร่ดังกล่าวโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 มาตรา 105, 108, 148, 154 ริบแร่เหล็ก รถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 85 - 7451 นครราชสีมา และรถพ่วงหมายเลขทะเบียน 85 - 7622 นครราชสีมา ของกลาง ซึ่งเป็นยานพาหนะที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิด พนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศหนังสือพิมพ์รายวันตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว

จำเลยให้การรับสารภาพ ก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ผู้ร้องที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งคืนรถพ่วงของกลางแก่ผู้ร้องที่ 1 ผู้ร้องที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งคืนรถยนต์บรรทุกสิบล้อของกลางแก่ผู้ร้องที่ 2 โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 มาตรา 108 (ที่ถูก มาตรา 105 ด้วย), 148 วรรคหนึ่ง เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีแร่ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และฐานขนแร่โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ปรับกระทงละ 73,200 บาท รวมเป็นเงิน 146,400 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 73,200 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบแร่เหล็กและรถพ่วงหมายเลขทะเบียน 85 - 7622 นครราชสีมา ของกลาง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก คืนรถยนต์บรรทุกสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 85 - 7451 นครราชสีมา ให้แก่ผู้ร้องที่ 2 ยกคำร้องของผู้ร้องที่ 1 ผู้ร้องที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบของกลางเฉพาะแร่เหล็ก คืนรถพ่วงหมายเลขทะเบียน 85 - 7622 นครราชสีมา แก่ผู้ร้องที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า ผู้ร้องที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถพ่วงหมายเลขทะเบียน 85 - 7622 นครราชสีมา ของกลาง จำเลยเป็นลูกจ้างของผู้ร้องที่ 1 เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2552 ผู้ร้องที่ 1 มอบหมายให้จำเลยนำรถพ่วงของกลางไปขนแร่เหล็กที่บ้านผาน้อย ตำบลผาน้อย อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เพื่อนำไปส่งให้บริษัทจงเฉิงไมนิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ที่อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ระหว่างนำรถพ่วงของกลางไปชั่งน้ำหนัก เจ้าพนักงานตำรวจขอตรวจใบอนุญาตขนแร่ แต่จำเลยมีเพียงสำเนาใบอนุญาตขนแร่ ซึ่งมิใช่ใบอนุญาตขนแร่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย จึงถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมดำเนินคดี

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ผู้ร้องที่ 1 ไม่มีโอกาสทราบหรือไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการนำรถพ่วงของกลางไปใช้ในการกระทำความผิดขนแร่โดยไม่ได้รับใบอนุญาต และได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรที่จะป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดดังกล่าวเกิดขึ้นหรือไม่ ผู้ร้องที่ 1 มีนายวิโรจน์ กรรมการผู้มีอำนาจของผู้ร้องที่ 1 เบิกความว่า เมื่อประมาณเดือนตุลาคม 2552 ผู้ร้องที่ 1 ได้รับการติดต่อจากห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามเคกรุ๊ป โดยนายกิตติพงษ์ ให้ผู้ร้องที่ 1 ไปขนแร่ที่จังหวัดเลย ซึ่งผู้ว่าจ้างเคยว่าจ้างผู้ร้องที่ 1 มาก่อน ต่อมาวันที่ 30 ตุลาคม 2552 ผู้ร้องที่ 1 มอบหมายให้จำเลยนำรถพ่วงของกลางไปบรรทุกแร่ โดยผู้ร้องที่ 1 ได้กำชับจำเลยว่าให้ดูใบอนุญาตขนแร่ให้ครบถ้วนถูกต้อง

เห็นว่า แม้ผู้ร้องที่ 1 เคยรับจ้างขนแร่ให้แก่บริษัทจงเฉิงไมนิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด มาก่อน และไม่เคยถูกจับกุม แต่ก็มิใช่ว่าการกระทำความผิดเกี่ยวกับการขนแร่โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจะไม่เกิดขึ้น การที่ผู้ร้องที่ 1 กำชับให้จำเลยตรวจสอบใบอนุญาตขนแร่ให้ถูกต้อง แสดงให้เห็นว่าผู้ร้องที่ 1 ทราบว่าอาจมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการขนแร่โดยไม่ได้รับใบอนุญาตเกิดขึ้นได้ และการกำชับดังกล่าวเป็นเพียงวิธีการควบคุมเบื้องต้นซึ่งเป็นเรื่องภายในระหว่างผู้ร้องที่ 1 กับจำเลยเท่านั้น ผู้ร้องที่ 1 ยังมีหน้าที่ต้องคอยควบคุมดูแลมิให้จำเลยขนแร่โดยไม่มีใบอนุญาตขนแร่ที่ถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย และยังได้ความจากนายวิโรจน์ เบิกความตอบโจทก์ถามค้านว่า

พยานรู้ว่าการขนแร่ต้องมีใบอนุญาตขนย้ายซึ่งต้องเป็นต้นฉบับหรือสำเนาซึ่งมีคำรับรองถูกต้องของเจ้าพนักงานกำกับไว้ทุกครั้ง กับต้องขนย้ายภายในเวลาที่เจ้าพนักงานกำหนด แต่ไม่ปรากฏว่านายวิโรจน์แจ้งให้จำเลยทราบถึงเรื่องดังกล่าว ทั้งจำเลยเบิกความว่า ในการขนแร่ทุกครั้งจะได้รับสำเนาใบอนุญาตขนแร่ แสดงให้เห็นว่าจำเลยไม่รู้ว่าใบอนุญาตขนแร่ที่ถูกต้องตามกฎหมายต้องมีลักษณะอย่างไร ดังนี้ การที่ผู้ร้องที่ 1 ปล่อยปละละเลยให้จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างของผู้ร้องที่ 1 นำรถพ่วงของกลางไปบรรทุกแร่โดยเป็นผู้ตรวจสอบใบอนุญาตขนแร่เอง ทั้งๆ ที่จำเลยไม่รู้ว่าใบอนุญาตขนแร่ที่ถูกต้องตามกฎหมายมีลักษณะอย่างไร ถือได้ว่าผู้ร้องที่ 1 ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรที่จะป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดขนแร่โดยไม่ได้รับใบอนุญาตเกิดขึ้นอีกด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้คืนรถพ่วงของกลางแก่ผู้ร้องที่ 1 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ริบรถพ่วงหมายเลขทะเบียน 85 - 7622 นครราชสีมา ของกลาง และยกคำร้องของผู้ร้องที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4

Matter details

Panel of judges
พศวัจณ์ กนกนาก · อภิรัตน์ ลัดพลี · ธงชัย เสนามนตรี
Lower court
ศาลจังหวัดเลย - นายชัยวัฒน์ ยัพวัฒนพันธ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายสุพจน์ กิตติรักษนนท์
Supreme Court black case no.
อ.1757/2555
Trial court black case no.
อ4099/2552
Trial court red case no.
อ2332/2553
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4535/2562

ตาม ป.อ. มาตรา 29 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ผู้ใดต้องโทษปรับและไม่ชำระค่าปรับภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ศาลพิพากษา ผู้นั้นจะต้องถูกยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินเพื่อใช้ค่าปรับหรือมิฉะนั้นจ…

Supreme Court Judgment No. 8935/2561

พฤติการณ์ที่ ก. กับจำเลยเดินทางร่วมกันไปค้นหาเมทแอมเฟตามีนบริเวณที่เกิดเหตุ บ่งชี้ได้ว่า ก. กับจำเลยมีเจตนาที่จะกระทำความผิดทางอาญามาตั้งแต่แรกและถือว่า ก. กับจำเลยลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่การที่ชายไม…

Supreme Court Judgment No. 13584/2558

การเอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ที่เป็นเครื่องหมายการค้า ของผู้เสียหายที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักรสำหรับสินค้าที่จำพวกที่ 9 รายการสินค้า ตลับคาร์ทริดจ์ตัวพิมพ์ (สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์) มาใช้โดยทำให…

Supreme Court Judgment No. 4339/2558

โจทก์ระบุข้อหาของจำเลยมาในช่องฐานความผิดที่หน้าฟ้องว่า ตั้งและประกอบกิจการโรงงาน (ในท้องที่ห้ามตั้งโรงงาน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และมีคำขอท้ายฟ้องให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 12, 32 (1),…

Supreme Court Judgment No. 21553/2556

ป.อ. มาตรา 29 กำหนดวิธีการบังคับค่าปรับไว้ 2 วิธี เพื่อให้ศาลเลือกใช้ได้ตามสมควรแก่รูปคดี มิใช่ให้ศาลเลือกใช้วิธีการบังคับได้เพียงวิธีการใดวิธีการหนึ่งเท่านั้น ดังนี้ แม้ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งตั้งเจ้าพน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up