Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2581/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยมิได้จดทะเบียนเป็นทนายความ แต่บอกแก่โจทก์ร่วมว่า จำเลยมีอาชีพทนายความ โจทก์ร่วมจึงปรึกษาจำเลยเรื่องจะดำเนินคดีแก่นาง ส.และนายส. และมอบเอกสารกับค่าจ้างว่าความให้จำเลยไป แต่จำเลยไม่ได้ดำเนินคดีให้โจทก์ร่วมและต่อมาจำเลยแจ้งแก่โจทก์ร่วมว่าได้ฟ้องนาง ส. และนาย ส.แล้วกับทำสำเนาคำฟ้องนางส.และนายส.อันเป็นเอกสารปลอมมอบให้โจทก์ร่วม การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานฉ้อโกง ปลอมเอกสาร และใช้เอกสารปลอม การปลอมและใช้เอกสารปลอมดังกล่าวมีเหตุเกี่ยวเนื่องจากการที่จำเลยรับจะดำเนินคดีให้โจทก์ร่วม แต่ไม่สามารถดำเนินคดีให้ได้จำเลยจึงมีเจตนาที่แท้จริงคือปลอมเอกสารสำเนาคำฟ้องเพื่อแสดงให้โจทก์ร่วมเห็นว่าจำเลยได้ดำเนินการตามที่ได้หลอกลวงโจทก์ร่วมไว้เพื่อฉ้อโกงเอาเงินของโจทก์ร่วมนั่นเองแม้การกระทำจะต่างวาระกัน การกระทำผิดของจำเลยก็เป็นความผิดกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 188, 264, 268, 341, 90, 91จำเลยให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำคุก 2 ปี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรมและความผิดเกี่ยวกับเอกสาร โดยอธิบดีกรมอัยการรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์ร่วมอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม

จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องฐานฉ้อโกงด้วยศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 268 (ที่ถูกมาตรา 264 วรรคแรก,269 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก) ด้วย แต่การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีโทษเท่ากันให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 264 และ 268 เป็นความผิดหลายกรรม ขอให้เรียงกระทงลงโทษจำเลยทุกกรรม จำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 และ 268ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คงมีปัญหามาสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาว่าจำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก และ268 วรรคแรก

ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก หรือไม่ และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 264 วรรคแรก และ 268 วรรคแรกประกอบมาตรา 264 วรรคแรก เป็นความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรมข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์ร่วมประสงค์จะฟ้องนางสมพิศฐานความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คและนายสมศักดิ์ฐานฉ้อโกง ก่อนเกิดเหตุคดีนี้มีผู้แนะนำโจทก์ร่วมให้รู้จักจำเลย จำเลยบอกโจทก์ร่วมว่าจำเลยมีอาชีพทนายความต่อมาโจทก์ร่วมพบกับจำเลยอีกโจทก์ร่วมจึงปรึกษาจำเลยเรื่องจะดำเนินคดีแก่นางสมพิศและนายสมศักดิ์ในฐานความผิดดังกล่าวจำเลยเรียกค่าจ้างว่าความ 12,000 บาท ต่อมาโจทก์ร่วมได้มอบสำเนาเช็ค ใบรับเงินพร้อมเอกสารอื่นเกี่ยวกับคดีและค่าจ้างว่าความ12,000 บาท ให้แก่จำเลยหลังจากนั้นประมาณ 3 เดือน

จำเลยโทรศัพท์แจ้งโจทก์ร่วมว่าได้ฟ้องนางสมพิศและนายสมศักดิ์แล้ว และนัดโจทก์ร่วมไปพบ เมื่อโจทก์ร่วมไปพบจำเลย จำเลยได้มอบสำเนาคำฟ้องนางสมพิศและนายสมศักดิ์ให้โจทก์ร่วม โจทก์ร่วมตรวจดูสำเนาคำฟ้องไม่เห็นมีตราประทับของศาลจึงไปปรึกษานายวีระทนายความ หลังจากนั้นโจทก์ร่วมและนายวีระได้ไปตรวจสอบหลักฐานที่ศาลอาญา ปรากฏว่าหมายเลขคดีดำตามสำเนาคำฟ้องที่จำเลยมอบให้โจทก์ร่วมนั้น จำเลยเป็นบุคคลอื่นไม่ใช่นางสมพิศและนายสมศักดิ์สำเนาคำฟ้องที่จำเลยมอบให้โจทก์ร่วมเป็นเอกสารปลอม และเมื่อโจทก์ร่วมและนายวีระไปตรวจสอบประวัติจำเลยที่สภาทนายความปรากฏว่าจำเลยไม่ได้จดทะเบียนเป็นทนายความ ในปัญหาว่าจำเลยปลอมเอกสารสำเนาคำฟ้องนางสมพิศและนายสมศักดิ์หรือไม่ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วฟังว่าจำเลยปลอมสำเนาคำฟ้องนางสมพิศและนายสมศักดิ์จริง

จำเลยจึงมีความผิดฐานปลอมเอกสารและเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยนำเอกสารปลอมดังกล่าวไปใช้แสดงต่อโจทก์ร่วม จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานใช้เอกสารปลอมด้วยแต่การที่จำเลยปลอมและใช้เอกสารปลอมดังกล่าว มีเหตุเกี่ยวเนื่องจากการที่จำเลยรับจะดำเนินคดีให้โจทก์ร่วม แต่จำเลยไม่สามารถดำเนินคดีให้โจทก์ร่วมได้ จำเลยจึงมีเจตนาที่แท้จริงคือปลอมเอกสารสำเนาคำฟ้องดังกล่าวเพื่อแสดงให้โจทก์ร่วมเห็นว่า จำเลยได้ดำเนินการตามที่จำเลยได้หลอกลวงโจทก์ร่วมไว้เพื่อฉ้อโกงเอาเงินของโจทก์ร่วมนั่นเอง แม้การกระทำจะต่างวาระกันก็ตามการกระทำความผิดของจำเลยดังกล่าวเป็นความผิดกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข · กู้เกียรติ สุนทรบุระ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3414/2565

แม้คำฟ้องจะบรรยายความผิดฐานฉ้อโกงมาด้วย แต่การกระทำอันเดียวกันอาจเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือยักยอกฐานหนึ่งฐานใดก็ได้ และเป็นเรื่องในใจของจำเลยว่าจำเลยมีเจตนาปลอมใบส่งของและใบเสร็จรับเงินเพื่อการหลอกลวงให…

Supreme Court Judgment No. 12037/2556

แม้แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปี แผ่นป้ายแสดงการประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์และสมุดใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ปลอมของกลางจะเป็นเอกสารและเอกสารราชการต่างประเภทกันแยกออ…

Supreme Court Judgment No. 1374/2545

พฤติการณ์ที่จำเลยลักสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของ ป. ไป แล้วปลอมลายมือชื่อของ ป. ในใบถอนเงินของธนาคารโจทก์ร่วม แล้วนำสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ไปแสดงต่อพนักงานของโจทก์ร่วมและได้รับเงินมานั้น เป็นการกระท…

Supreme Court Judgment No. 2248/2537

การที่จำเลยลักสมุดคู่ฝากเงินธนาคารของ ว.ไปแล้วปลอมลายมือชื่อของ ว.ลงในใบถอนเงินของธนาคาร และนำสมุดคู่ฝากเงินพร้อมใบถอนเงินไปแสดงต่อพนักงานธนาคารและรับเงินไป เป็นการกระทำที่มีเจตนามุ่งหมายเพื่อให้ได้เง…

Supreme Court Judgment No. 3286/2536

การที่จำเลยที่ 1 ใช้เอกสารราชการปลอมไปแสดงต่อโจทก์ร่วมว่า พนักงานสอบสวนไม่มีความขัดข้องในการที่จำเลยที่ 1 จะไปขอรับเงินค่าทดแทนความเสียหายจากบริษัทประกันภัยในการที่เกิดเพลิงไหม้อาคารของจำเลยที่ 1 นั้น…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up