Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2594/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เมื่อโจทก์ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์และให้โจทก์นำส่งสำเนาอุทธรณ์แก่จำเลยภายใน 7 วัน หากไม่ได้ให้โจทก์แถลงเพื่อดำเนินการต่อไปภายใน 15 วัน นับแต่วันส่งไม่ได้ ถ้าไม่แถลงให้ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องอุทธรณ์ ต่อมาเจ้าพนักงานศาลรายงานต่อศาลว่าส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์แก่จำเลยตามภูมิลำเนาจำเลยไม่ได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าให้รอโจทก์แถลง แต่โจทก์ก็ไม่ได้แถลงว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งถ้อยคำสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 7 เพื่อพิจารณาสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มิได้มีคำสั่งเกี่ยวกับกระบวนพิจารณาในเรื่องดังกล่าว แต่กลับพิจารณาพิพากษาคดีไป จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาพิพากษาคดี และกรณีดังกล่าวถือไม่ได้ว่าเป็นการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ใช้ดุลพินิจไม่จำหน่ายคดีฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์แต่อย่างใด

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 20,188,265 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 814,133 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 17 มิถุนายน 2538) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์อุทธรณ์ ต่อมาเจ้าพนักงานศาลรายงานต่อศาลชั้นต้นว่าเจ้าพนักงานศาลส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยไม่ได้ และโจทก์มิได้แถลงว่าจะดำเนินการอย่างใดภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ในคำสั่งที่รับอุทธรณ์ของโจทก์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิจารณาสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 2,094,133 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 17 มิถุนายน 2538) จนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 40,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันเดียวกันให้รับอุทธรณ์และให้โจทก์ส่งสำเนาอุทธรณ์แก่จำเลยภายใน 7 วัน หากส่งไม่ได้ให้โจทก์แถลงเพื่อดำเนินการต่อไปภายใน 15 วัน นับแต่วันส่งไม่ได้ ถ้าไม่แถลงถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องอุทธรณ์ ต่อมาเจ้าพนักงานศาลรายงานต่อศาลชั้นต้นว่าได้นำหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์ไปส่งให้แก่จำเลยตามภูมิลำเนาของจำเลยแล้วปรากฏว่าส่งไม่ได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าให้รอโจทก์แถลง แต่โจทก์ไม่มาแถลงว่าจะดำเนินการอย่างใดต่อไปภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้ส่งถ้อยคำสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 7 เพื่อพิจารณาสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ชอบที่จะมีคำสั่งเกี่ยวกับกระบวนพิจารณาในเรื่องดังกล่าวเสียก่อน

การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำพิพากษาวินิจฉัยชี้ขาดอุทธรณ์ของโจทก์ไปโดยมิได้มีคำสั่งในเรื่องเช่นว่านั้นก่อน จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 243 (1) ประกอบด้วยมาตรา 247 และที่โจทก์แก้ฎีกาว่า เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยชี้ขาดอุทธรณ์โดยคำพิพากษาเช่นนี้ แสดงว่าศาลอุทธรณ์ภาค 7 มิได้ใช้ดุลพินิจจำหน่ายคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 132 จึงชอบที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 จะพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปตามมาตรา 133 นั้น เห็นว่า การที่ศาลจะใช้ดุลพินิจในการดำเนินกระบวนพิจารณาใด จะต้องปรากฏว่าการใช้ดุลพินิจนั้นเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยชี้ขาดอุทธรณ์โดยมิได้พิจารณาและมีคำสั่งในเรื่องที่ศาลชั้นต้นส่งสำนวนมาเพื่อพิจารณาสั่งถึงพฤติการณ์ของโจทก์ที่อาจถือว่าทิ้งฟ้องอุทธรณ์

การดำเนินกระบวนพิจารณาชี้ขาดอุทธรณ์ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 กระทำไปจึงเป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มิได้ปฏิบัติไปตามลำดับของกระบวนพิจารณา อันเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีเหตุที่จะถือว่าศาลอุทธรณ์ภาค 7 ใช้ดุลพินิจไม่จำหน่ายคดีฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ออกเสียจากสารบบความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 133 ดังที่โจทก์แก้ฎีกา

Result

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิจารณาในเรื่องที่โจทก์มิได้แถลงเพื่อดำเนินอย่างไรในกรณีที่ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยไม่ได้ แล้วให้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งและคำพิพากษาไปตามกระบวนพิจารณา ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ.

Matter details

Panel of judges
สมศักดิ์ เนตรมัย · สุภิญโญ ชยารักษ์ · ประทีป ปิติสันต์
Lower court
ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายบริพัตร์ โรจน์บัวทอง
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายอร่าม แย้มสอาด
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4360/2531

การที่ศาลชั้นต้นตรวจคำร้อง ของ โจทก์ที่ขอให้ศาลฎีกาไต่สวนถึงเหตุที่โจทก์มิได้จงใจไม่นำส่งสำเนาฎีกาและเพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดีของศาลฎีกาแล้วสั่งยกคำร้องนั้น หากโจทก์เห็นว่าไม่ถูกต้อง โจทก์ก็ชอบที่จะใช้ส…

Supreme Court Judgment No. 699/2549

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีจำนวน 2 ฉบับ ซึ่งจำเลยใช้เป็นสัญญาบัญชีเดินสะพัดและสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินรวมกันมา กับให้จำเลยชำระค่าเบี้ยประกันภัยทรัพย์ที่จำนองซึ่งโจท…

Supreme Court Judgment No. 2477/2548

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยโดยเห็นว่าจำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งโดยไม่ได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้น เป็นการไม่ปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. มา…

Supreme Court Judgment No. 1494/2540

การที่ผู้ร้องร้องขอปล่อยทรัพย์ทั้งหมดที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้เท่ากับประโยชน์ที่ผู้ร้องร้องขอหรือได้รับคือราคาทรัพย์ทั้งหมดที่ยึดไว้ หาใช่เฉพาะส่วนที่ผู้ร้องเป็นเจ้าของรวมไม่ ดังนั้น ผู้ร้องจึงต้อ…

Supreme Court Judgment No. 1929/2539

อำนาจสั่งจำหน่ายคดีในกรณีทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 นั้น กฎหมายให้อำนาจศาลไว้เพื่อใช้ตามสมควรแก่กรณี ไม่ใช่เป็นบทบัญญัติบังคับว่าจะต้องจำหน่ายคดีเสมอไป ถ้าศาลใช้ดุลพินิจไม่สั…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up