คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีไม้มะค่าโมง ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามแปรรูปจำนวน 26 แผ่น ปริมาตรเนื้อไม้ 2.43 ลูกบาศก์เมตรไว้ในความครอบครองภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48, 73, 74, ฯลฯ และขอให้ริบไม้ของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48, 73, 74 ฯลฯ ปรับจำเลย 3,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน ของกลางริบจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ของกลางคืนจำเลยโจทก์ฎีกาศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2521 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมจำเลยในข้อหามีไม้มะค่าโมงแปรรูปจำนวน 26 แผ่นไว้ในความครอบครองโดยไม่รับอนุญาต และได้มอบไม้ของกลางให้ภรรยาจำเลยเป็นผู้ดูแลวันที่ 6 ธันวาคม 2521 เจ้าหน้าที่ตำรวจนำเจ้าพนักงานป่าไม้ไปตีตรายึดไม้ดังกล่าวปรากฏว่าเป็นไม้ที่ตอกตะปูทำเป็นพื้นบ้านแล้ว 19 แผ่น
อีก 7 แผ่นวางซ้อนอยู่บนพื้นบ้าน เจ้าพนักงานป่าไม้จึงตีตรายึดเฉพาะไม้ 7 แผ่น ส่วนไม้อีก 19 แผ่นแยกทำบัญชีไว้ต่างหาก ชั้นสอบสวนจำเลยให้การว่า จำเลยซื้อไม้ดังกล่าวจากผู้ที่โค่นไม้และเลื่อยไม้ในป่าเพื่อใช้ทำพื้นบ้าน คงมีข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบโต้แย้งกันคือโจทก์นำสืบว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปจับกุมนั้น ไม้จำนวน 19 แผ่นวางไว้เฉย ๆ ยังไม่มีการตอกตะปู จำเลยเพิ่งตอกตะปูภายหลังที่ถูกจับกุมแล้ว ส่วนจำเลยนำสืบว่า ไม้จำนวน 19 แผ่น จำเลยใช้ทำเป็นพื้นบ้าน แต่เพิ่งตอกตะปูก่อนถูกจับกุมประมาณ 2-3 เดือน ส่วนไม้อีก 7 แผ่น จำเลยใช้ทำฝาโรงเก็บข้าวโพดแต่ขณะที่ถูกจับกุมไม่ได้มีการเก็บข้าวโพด จำเลยจึงนำไม้ทั้ง 7 แผ่นไปวางไว้ในห้องนอนศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว
ได้ความตามคำเบิกความของพลตำรวจวิเชียรพยานโจทก์ผู้จับกุมจำเลยว่า ขณะเข้าจับกุมพบไม้จำนวน 19 แผ่นวางเรียงทำเป็นพื้นบ้าน มีห้องนอน ห้องครัว และห้องเก็บของ ส่วนไม้ที่เหลืออีก 7 แผ่นจำเลยก็นำสืบว่า จำเลยใช้ทำเป็นฝาโรงเก็บข้าวโพด การที่ไม้ดังกล่าวยังไม่ได้ไสกบให้เรียบ หรือการที่จำเลยเพิ่งตอกตะปูไม้พื้นภายหลังที่ถูกจับกุมแล้ว ก็อาจจะเป็นเพราะบ้านปลูกอยู่ในชนบทและจำเลยเป็นคนยากจน บ้านหลังนี้มีทะเบียนบ้านจำเลยปลูกและอาศัยอยู่กับบุตรภรรยาตั้งแต่อพยพมาอยู่ในท้องที่นี้เป็นเวลานานถึงประมาณ 6 ปีแล้ว ไม่มีพฤติการณ์ที่น่าสงสัยว่า ไม้ของกลางจะอยู่ในสภาพพรางว่าเป็นสิ่งปลูกสร้าง เมื่อไม้ของกลางอยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างก็ไม่ใช่ไม้แปรรูปตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 4(4) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 116 ลงวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2515 ข้อ 1 การมีไม้ของกลางดังกล่าวไว้ในความครอบครองจึงไม่เป็นความผิดพิพากษายืน