Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2606/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่จำเลยในคดีซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา กลับเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ในคดีนั้นเป็นจำเลยในคดีใหม่ด้วยเรื่องเดียวกัน ก็ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง(1) เพราะโจทก์ในคดีหลังนี้ไม่ใช่โจทก์คนเดียวกันกับคดีก่อน

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 3800 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง คือบ้านไม้เลขที่ 13 หมู่ที่ 14 ตำบลบางระมาด อำเภอตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของนางละมูล แย้มเกษม ยกให้โจทก์ตามพินัยกรรม ส่วนบ้านอีกหลังไม่มีเลขที่โจทก์ปลูกสร้างด้วยทุนทรัพย์ของโจทก์เอง จำเลยได้เข้ามาอยู่ในบ้านและที่ดินดังกล่าวโดยไม่มีสิทธิตามกฎหมายตั้งแต่ พ.ศ. 2511 หรือ 2512 โจทก์และผู้แทนโจทก์ได้เตือนให้จำเลยออกไปแล้ว จำเลยเพิกเฉย จึงขอให้ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินและบ้านของโจทก์ตามฟ้องจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 3800จริง แต่บ้านไม้เลขที่ 13 และบ้านไม้อีกหลังหนึ่งเป็นทรัพย์มรดกของเรือเอกเปลี่ยน

แย้มเกษม ต่อมาเรือเอกเปลี่ยน แย้มเกษมถึงแก่กรรม เรือนนั้นจึงตกแก่จำเลยผู้เป็นทายาท จำเลยเข้าอยู่ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ โจทก์หรือผู้แทนไม่เคยเตือนจำเลยและบริวาร และจำเลยฟ้องแย้งขอให้ศาลพิพากษาว่าบ้านเลขที่ 13 และบ้านไม้อีกหลังหนึ่งเป็นเรือนหอซึ่งเรือเอกเปลี่ยน แย้มเกษมปลูกสร้างขึ้นเมื่อแต่งงานกับนางละมูล แย้มเกษมเมื่อการสมรสขาดจากกัน จำเลยในฐานะทายาทของเรือเอกเปลี่ยนแย้มเกษมมีสิทธิในโรงเรือนดังกล่าว และรื้อถอนโรงเรือนดังกล่าวได้โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า บ้านพิพาททั้งสอง หลังเลขที่ 13 เป็นสินเดิมของนางละมูล แย้มเกษม หลังไม่มีเลขที่โจทก์ปลูกสร้างด้วยเงินของโจทก์เอง ที่ดินปลูกบ้านดังกล่าวเป็นสินเดิมของนางละมูลตกได้แก่โจทก์ตามพินัยกรรม

บ้านซึ่งเป็นส่วนควบของที่ดินย่อมตกได้แก่โจทก์ตามกฎหมายศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นให้คู่ความนำสืบ คือ บ้านพิพาทเป็นของโจทก์หรือของจำเลย ถ้าเป็นของจำเลย จำเลยมีสิทธิรื้อถอนได้หรือไม่จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชี้ขาดข้อกฎหมายว่า เรือนพิพาทตามฟ้องโจทก์จำเลยยังพิพาทกันอยู่ในคดีหมายเลขแดงที่ 5964 - 5965/2514ของศาลแพ่ง คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา

โจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้อีกในประเด็นอย่างเดียวกัน จึงต้องห้ามตามกฎหมายโจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านว่า คดีหมายเลขแดงที่ 5964 - 5965/2514ของศาลแพ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกานั้น โจทก์คดีนี้เป็นจำเลยในคดีดังกล่าว เมื่อโจทก์คดีนี้ไม่ใช่บุคคลคนเดียวกับโจทก์คดีก่อนจึงไม่เป็นฟ้องซ้อน และประเด็นที่ฟ้องคดีนี้เป็นเรื่องฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกจากบ้านและที่พิพาท ส่วนประเด็นในคดีก่อนเป็นเรื่องฟ้องขอแบ่งสินสมรสของเรือเอกเปลี่ยนและนางละมูล แย้มเกษม เป็นคนละประเด็นกัน ขอให้ยกคำร้องชี้ขาดข้อกฎหมายศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงสั่งงดชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมายและงดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์คดีนี้ เป็นฟ้องซ้ำ (น่าจะเป็นฟ้องซ้อน) กับคดีก่อน

ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 พิพากษายกฟ้องค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับโจทก์อุทธรณ์ว่า ฟ้องคดีนี้ไม่เป็นฟ้องซ้อนกับคดีหมายเลขแดงที่ 5964 - 5965/2514 ของศาลแพ่ง เพราะโจทก์ในคดีดังกล่าวไม่ใช่บุคคลคนเดียวกัน และประเด็นแห่งคดีก็ต่างกัน ขอให้กลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น บังคับตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เมื่อปรากฏว่าโจทก์คดีนี้เป็นจำเลยในคดีก่อนไม่ได้เป็นโจทก์ในคดีก่อน โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง(1)ไม่จำต้องวินิจฉัยว่าคำฟ้องคดีก่อนกับคดีนี้ เป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่เพราะไม่อาจทำให้ผลแห่งคำวินิจฉัยเปลี่ยนแปลง

Result

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีจำเลยฎีกาว่า แม้จำเลยคดีนี้เป็นโจทก์ในคดีหมายเลขแดงที่ 5964 - 5965/2514 ของศาลแพ่ง แต่โจทก์นำพยานหลักฐานซึ่งได้อ้างในสำนวนคดีก่อนมาใช้อ้างอิงในคดีนี้ และโจทก์อ้างในคดีนั้นว่าเป็นเจ้าของทรัพย์พิพาทซึ่งเป็นทรัพย์สินอันเดียวกัน การฟ้องคดีนี้จึงเป็นการฟ้องซ้ำฟ้องซ้อน หรือดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยก็ยอมรับในฎีกาแล้วว่า คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 5964 - 5965/2514 ของศาลแพ่ง ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกานั้น จำเลยคดีนี้เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นจำเลย ฉะนั้นการที่โจทก์ฟ้องคดีนี้จึงไม่ใช่โจทก์คนเดียวกันกับคดีก่อน จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง(1)ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ส่วนปัญหาที่ว่ากรณีจะเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำต้องด้วย มาตรา 144 หรือไม่นั้น เห็นว่าไม่ใช่เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกายังไม่เห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัยให้ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
พยนต์ ยาวะประภาษ · แผ้ว ศิวะบวร · จันทร์ ระรวยทรง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2629/2567

คำฟ้องหรือคำร้องขอใดจะเป็นฟ้องซ้อนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง (1) นั้นคู่ความในคดีแรกและคดีหลังต้องมีฐานะเป็นโจทก์ แม้ผู้คัดค้านที่ 2 จะเคยยื่นคำคัดค้านโดยขอให้ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ต่อมา…

Supreme Court Judgment No. 1460/2567

คำร้องขอให้เรียกบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นจำเลยร่วมเพื่อการใช้สิทธิไล่เบี้ยหรือเพื่อใช้ค่าทดแทน หากตนเองต้องแพ้คดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (3) นั้น ไม่ใช่คำฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 1 (3) เพราะเป็นแต่คำร้องให้เรีย…

Supreme Court Judgment No. 3748/2565

ผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างว่า ผู้ร้องครอบครองที่ดินเฉพาะส่วน โดยแบ่งการครอบครองเป็นสัดส่วน พร้อมกับขอให้กันส่วนที่ดินเฉพาะส่วนซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องออกจากที่ดินก่อนมีการขายทอดตลาด แม้ตามคำร้องจะใช้คำ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2565 (ref. 689123)

โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับวันเวลาที่จำเลยกระทำความผิดอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันทั้งสองสำนวน และเมทแอมเฟตามีนของกลางตามฟ้องทั้งสองสำนวนก็เป็นจำนวนเดียวกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับเมทแอมเฟตามีนของกลางตามฟ้องสำ…

Supreme Court Judgment No. 496/2563

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นตัวแทนของบริษัท ศ. หลอกลวงผู้เสียหายซึ่งเป็นลูกค้าและทำสัญญาประกันชีวิตไว้กับบริษัท ศ. ว่าบริษัท ศ. มีนโยบายสมนาคุณให้แก่ลูกค้าพิเศษ มีโครงการรับฝากเงินแบบออมทรัพย์พิเศษจากลูกค้า…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up