คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่า เจ้าพนักงานจับสงสัยจำเลยกับพวกว่าเป็นผู้ร้ายวางเพลิง จึงกักขังแลไต่สวน ขั้นแรกจำเลยปฏิเสธ เจ้าพนักงานจึงขังไว้ ๑๔ วัน ต่อจำเลยให้การชัดว่าได้ไปกับ ส.ฟ.แล ส.ฟ. เป็นผู้ร้ายรายนี้ เจ้าพนักงานจึงจดคำให้การของจำเลยลงในแบบคำให้การพะยาน แล้วปล่อยตัวไปครั้นจำเลยถูกอ้างมาเป้นพะยานในศาลจำเลยเบิกความว่าไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ไปกับ ส.ฟ.ดังนี้ โจทก์จึงขอให้ลงโทษจำเลย ศาลเดิมให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์กลับให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๑๕๙
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อโจทก์ไม่มีพะยานมาสืบว่าคำให้การขั้นไต่สวนเป็นจริงแล้วต้องฟังว่าคำให้การขั้นศาลเป็นความจริงส่วนคำให้การขั้นไต่สวนเป็นแต่คำขัดเพื่อปล้นตัวให้พ้นผิดจะลงโทษฐานแจ้งความเท็จไม่ได้ แม้คำให้การจะจดในแบบคำให้การพะยานก็ดี จะฟังเอาแบบฟอร์มเป็นประมาณไม่ได้ จึงตัดสินยืนตามศาลเดิม