Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 263/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 3 และที่ 4 กับพวกต้องการไล่ผีปอบออกจากร่างของผู้ตายได้ใช้ไม้ไผ่ผ่าซีกตีผู้ตายล้มลง แล้วใช้ด้ามมีดตีศีรษะผู้ตาย ด้ามมีดทำด้วยเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ยาว 8.5 นิ้ว จำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าถ้าตีศีรษะผู้ตายโดยแรงและตีนาน ๆ ย่อมทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายได้ จำเลยตีผู้ตายนานถึง 2 ชั่วโมง ผู้ตายมีรอยฟกช้ำที่หน้าผาก โหนกแก้ม ศีรษะบวมช้ำแบบศีรษะน่วม ความตายของผู้ตายจึงเป็นผลโดยตรงจากการทำร้ายของจำเลยกับพวก จำเลยที่ 3 และที่ 4 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และเมื่อการกระทำดังกล่าวเป็นการไล่ผีปอบตามความเชื่อและตามประเพณีท้องถิ่นที่ปฏิบัติกันมา แม้การทำร้ายใช้เวลานานถึง 2 ชั่วโมงจนผู้ตายถึงแก่ความตาย ก็เป็นเรื่องของการไล่ผีปอบ ไม่ได้เป็นการกระทำที่แสดงถึงความโหดร้ายทารุณเป็นพิเศษจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยกระทำทารุณโหดร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (5) กรณีนี้เป็นเหตุในลักษณะคดีศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาไปถึงจำเลยที่ 2 ซึ่งถอนฎีกาไปแล้วด้วย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งห้าได้ใช้ด้ามมีดและไม้ไผ่เป็นอาวุธทุบตีทำร้ายร่างกายนางสวนโดยมีเจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และกระทำทารุณโหดร้ายจนเป็นเหตุให้นางสวนถึงแก่ควมตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙ และริบด้ามมีดกับไม้ของกลาง

ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ ๑ วิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๔ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๕ ให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙ (๕) จำเลยที่ ๕ มีความผิดตามมาตรา ๒๘๘, ๒๘๙ (๕), ๘๖, ๕๒ (๑) ให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ สำหรับจำเลยที่ ๕ ให้จำคุกตลอดชีวิต ลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ไว้ตลอดชีวิต จำเลยที่ ๕ จำคุก ๓๓ ปี ๔ เดือน ริบของกลาง จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๕ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๕ ฎีกาขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๔ ฎีกา ขอให้ลงโทษฐานฆ่าคนโดยไม่เจตนา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ ๒ ขอถอนฎีกา ศาลฎีกาอนุญาต

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยเชื่อว่า จำเลยที่ ๓ ได้ร่วมกับจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ทำร้ายผู้ตายจริง สำหรับจำเลยที่ ๕ พยานโจทก์ยังมีเหตุน่าระแวงสงสัยไม่พอฟังว่าจำเลยที่ ๕ เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดครั้งนี้ จำเลยที่ ๕ ไม่มีความผิด ปัญหามีว่าการกระทำของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ เป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ร่วมกับพวกทำร้ายผู้ตายก็โดยเข้าใจว่าผู้ตายถูกผีปอบเข้า และต้องการจะไล่ผีปอบออกไปจากร่างของผู้ตายเท่านั้น ได้ความว่าเมื่อใช้ไม่ไผ่ซีกตีผู้ตายล้มลงแล้วจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ กับพวกได้ช่วยกันจับแขนและนั่งทับขา แล้วใช้ด้ามมีดตีศีรษะผู้ตายต่อไปอีก ปรากฏว่าด้ามมีดดังกล่าวทำด้วยเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑ นิ้ว

ยาว ๘.๕ นิ้ว วัดโดยรอบได้ ๓.๕ นิ้วซึ่งมีน้ำหนักมากพอสมควร จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ กับพวกย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าถ้าตีศีรษะผู้ตายโดยแรงและตีนาน ๆ ย่อมทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายได้ จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ กับพวกตีผู้ตายเป็นเวลานานถึง ๒ ชั่วโมง ผู้ตายเงียบเสียงและถึงแก่ความตายแล้ว จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ กับพวกจึงหยุดตีตามรายงานการชั้นสูตรพลิกศพท้ายฟ้อง ผู้ตายถูกตีมีรอยฟกช้ำที่บริเวณหน้าผากและโหนกแก้มด้านซ้าย ศีรษะโดยทั่วไปบวมช้ำ นายแพทย์วีระศักดิ์เบิกความว่า บาดแผลที่ศีรษะผู้ตายมีลักษณะนุ่มลักษณะเช่นนี้เหมือนอย่างที่ชาวบ้านเรียกกันว่าตีจนศีรษะน่วมมันสมองด้านซ้ายถูกทำลายไปทั้งแถบเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ความตายของผู้ตายจึงเป็นผลโดยตรงจากการทำร้ายของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ กับพวก และจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ กับพวกย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นได้

จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ จึงต้องมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนปัญหาว่าการกระทำของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ กับพวกเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยกระทำทารุณโหดร้ายหรือไม่นั้น เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ ๓ และที่ ๔ กับพวกทำร้ายผู้ตายเพื่อไล่ผีปอบตามความเชื่อถือและตามประเพณีของท้องถิ่นที่ปฏิบัติกันมา แม้จะใช้เวลานานถึง ๒ ชั่วโมงและทำร้ายจนผู้ตายถึงแก่ความตาย ก็เป็นเรื่องของการไล่ผีปอบ ไม่ได้เป็นการกระทำที่แสดงถึงความโหดร้ายทารุณเป็นพิเศษ อันจะถือว่าเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยกระทำทารุณโหดร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ (๕) แต่อย่างใด จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ กับพวกจึงมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ เท่านั้นและกรณีนี้เป็นเหตุในลักษณะคดี ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาไปถึงจำเลยที่ ๒ ซึ่งถอนฎีกาไปแล้วได้ด้วย

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๓ วางโทษจำคุกคนละ ๒๐ ปี จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ หนึ่งในสามคงจำคุกคนละ ๑๓ ปี ๔ เดือน ข้อหาอื่นให้ยก และให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๕ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ๆ

Matter details

Panel of judges
เสรี แสงศิลป์ · สุทิน นนทแก้ว · อากาศ บำรุงชีพ
Lower court
ศาลจังหวัดอำนาจเจริญ - นายเฉลิมชัย ศรีเลิศชัยพานิช
ศาลอุทธรณ์ - นายประจักษ์ พุทธิสมบัติ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5448/2540

จำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำความผิดฐานใช้อาวุธปืนนอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงในการกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นหรือปล้นทรัพย์ตาม ป.อ.มาตรา 288 หรือมาตรา 340 เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 78วรรคสาม และความ…

Supreme Court Judgment No. 707/2502

เมื่อโจทก์จำเลยไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นในความผิดฐานมีอาวุธปืนและกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยคงอุทธรณ์คัดค้านเฉพาะในความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานเท่านั้นถือว่า ความผิดตามพระราชบัญญ…

Supreme Court Judgment No. 6190/2567

การกระทำของจำเลยมีการคิดตระเตรียมการไว้ล่วงหน้าหรือไม่ย่อมต้องอาศัยมูลเหตุจูงใจในการกระทำความผิดของจำเลยโดยพิเคราะห์จากพฤติการณ์แห่งคดีและพยานแวดล้อมทั้งก่อนเกิดเหตุและขณะเกิดเหตุประกอบกัน ลำพังข้อเท็…

Supreme Court Judgment No. 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

Supreme Court Judgment No. 2893/2562

การที่จำเลยที่ 1 ยิงปืนเพื่อข่มขู่ผู้เสียหายเป็นการยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน อันเป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานใช้อาวุธปืนยิงพยายามฆ่าผู้เสียหายอยู่ในตัว จึงเป็นการกระ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up