Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2548 (ref. 266458)

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับจำเลย แต่มิได้เป็นกรณีร้ายแรง ส่วนโจทก์ที่ 3 ไม่ได้กระทำผิดข้อบังคับของจำเลย จำเลยมีคำสั่งเพิกถอนการไล่ออกแก่โจทก์ทั้งสามตามมติของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลย คำสั่งไล่ออกแก่โจทก์ที่ 3 ย่อมไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ที่ 3 โจทก์ที่ 3 จึงมีสิทธิเรียกค่าเสียหายเนื่องจากต้องออกจากงานในช่วงระยะเวลาที่ถูกเลิกจ้างจนถึงวันกลับเข้าทำงาน ส่วนโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายเนื่องจากโจทก์ที่ 1 และที่ 2 กระทำผิดข้อบังคับของจำเลย กรณีไม่ใช่คำสั่งของจำเลยไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 แต่อย่างใด การที่จำเลยระบุในคำสั่งเพิกถอนการไล่ออกแก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ว่า ในระหว่างถูกลงโทษไล่ออกจากงาน โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ใด ๆ จากจำเลย เว้นแต่อายุการทำงานให้นับต่อเนื่องได้โดยไม่นับรวมระยะเวลาที่มิได้ปฏิบัติงานในช่วงที่ถูกลงโทษไล่ออก จึงชอบด้วยระเบียบข้อบังคับของจำเลยแล้ว

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 575 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 49

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสามสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน โดยให้เรียกโจทก์ทั้งสามสำนวนว่า โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับ และเรียกจำเลยทั้งสามสำนวนว่าจำเลย โจทก์ทั้งสามสำนวนฟ้องเป็นใจความอย่างเดียวกันขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 รวมเป็นเงิน 2,262,334 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 2,242,904 บาท โจทก์ที่ 3 จำนวน 3,175,328 บาท จำเลยทั้งสามสำนวนให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสามว่า จำเลยต้องจ่ายค่าจ้าง ค่าเช่าซื้อ ค่าเบี้ยเลี้ยงปฏิบัติงาน ค่ารักษาพยาบาล เงินโบนัส ตลอดจนค่าเสียหายและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ในระหว่างที่โจทก์ทั้งสามถูกไล่ออกจากงานจนถึงวันกลับเข้าทำงานแก่โจทก์ทั้งสามหรือไม่ เห็นว่า สำหรับโจทก์ที่ 1 และที่ 2 นั้น แม้คณะกรรมการอุทธรณ์ของจำเลยจะมีมติให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ให้โจทก์ทั้งสองออกจากงานก็ตาม แต่คณะกรรมการอุทธรณ์ของจำเลยก็วินิจฉัยว่า โจทก์ที่ 1 ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่มิใช่เป็นเกษตรกรเข้ามาเป็นลูกค้าเงินกู้ ซึ่งเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของจำเลย และโจทก์ที่ 2 ตรวจสอบประเมินราคาที่ดินของลูกค้าโดยบันทึกข้อมูลไม่ถูกต้อง กับไม่ใช้ความละเอียดรอบคอบตามสมควรในการขึ้นทะเบียนรับบุคคลที่มิใช่เป็นเกษตรกรเข้าเป็นลูกค้าของจำเลย เป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของจำเลย ให้ลงโทษลดขั้นเงินเดือนแก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 คนละ 2 ขั้น

แทนการลงโทษไล่ออก มติของคณะกรรมการอุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวเป็นกรณีที่วินิจฉัยว่าโจทก์ทั้งสองมีความผิดไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยแต่มิได้เป็นกรณีร้ายแรงตามที่ถูกกล่าวหา และมีเหตุอันควรลดโทษให้ ฉะนั้นการที่จำเลยมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งไล่ออกแก่โจทก์ทั้งสอง และให้ลงโทษแก่โจทก์ทั้งสองเป็นลดขั้นเงินเดือนคนละ 2 ขั้นแทนนั้น ย่อมเป็นการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยฉบับที่ 9 ว่าด้วยวินัยการสอบสวนและการลงโทษสำหรับพนักงานและลูกจ้างแล้ว และโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไม่มีสิทธิเรียกร้องหรือประโยชน์ใด ๆ จากจำเลยทั้งสิ้น เว้นแต่มีเหตุอันควร คณะกรรมการของจำเลยอาจคืนสิทธิหรือประโยชน์ใด ๆ แก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ก็ได้ ตามข้อบังคับของจำเลยดังกล่าวข้อที่ 13 วรรคสอง

เมื่อคณะกรรมการของจำเลยพิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 และที่ 2 แล้ว มีมติให้เพิกถอนคำสั่งไล่ออกแก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 โดยให้ลงโทษลดขั้นเงินเดือนคนละ 2 ขั้น เท่านั้น คณะกรรมการดังกล่าวมิได้มีความเห็นให้คืนสิทธิหรือประโยชน์ใด ๆ แก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 แต่อย่างใด ฉะนั้นการที่จำเลยระบุในคำสั่งเพิกถอนการไล่ออกแก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ว่า ในระหว่างที่ถูกลงโทษไล่ออกจากงาน โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ใด ๆ จากจำเลย เว้นแต่อายุการทำงานให้นับต่อเนื่องได้โดยไม่นับรวมระยะเวลาที่มิได้ปฏิบัติงานในช่วงที่ถูกลงโทษไล่ออกจึงชอบด้วยระเบียบข้อบังคับของจำเลยแล้ว นอกจากนี้คำสั่งของจำเลยที่ให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ออกจากงานในเบื้องต้นนั้นสืบเนื่องจากการกระทำความผิดของโจทก์ที่ 1 และที่ 2 คำสั่งของจำเลยดังกล่าวไม่เป็นคำสั่งที่ไม่เป็นธรรมแต่อย่างใด

โจทก์ที่ 2 ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลย อุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ฟังไม่ขึ้น ส่วนโจทก์ที่ 3 นั้น เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยมีมติว่าโจทก์ที่ 3 ไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหา คำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นอันถึงที่สุด ตามข้อบังคับของจำเลยฉบับที่ 9 ว่าด้วยวินัย การสอบสวนและการลงโทษสำหรับพนักงานและลูกจ้าง ข้อ 14 วรรคท้าย การที่จำเลยมีคำสั่งเพิกถอนการไล่ออกแก่โจทก์ที่ 3 ตามมติของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ มิใช่เป็นการงดโทษหรือลดโทษแก่โจทก์ที่ 3 เนื่องจากโจทก์ที่ 3 มิได้มีความผิดแต่อย่างใด โจทก์ที่ 3 จึงมิใช่เป็นผู้เสียสิทธิในการเรียกร้องสิทธิหรือประโยชน์ใด ๆ ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของจำเลยข้อที่ 13 วรรคสอง

จำเลยไม่มีสิทธิอ้างข้อบังคับดังกล่าวเป็นเหตุไม่จ่ายเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ใด ๆ ในระหว่างที่โจทก์ที่ 3 ถูกลงโทษไล่ออกจากงาน คำสั่งของจำเลยที่ 344/2545 เรื่องการเพิกถอนคำสั่งลงโทษไล่ออกตามคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ระบุว่าในระหว่างที่ถูกไล่ออกจากงาน โจทก์ที่ 3 (ผู้ถูกลงโทษ) ไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ใด ๆ จากจำเลย จึงไม่ชอบด้วยข้อบังคับของจำเลยข้อที่ 13 วรรคสอง แต่อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงรับฟังยุติว่าในระหว่างวันที่ 2 พฤศจิกายน 2544 ถึงวันที่ 6 พฤษภาคม 2545 ที่จำเลยมีคำสั่งไล่ออกแก่โจทก์ที่ 3 นั้น โจทก์ที่ 3 มิได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพนักงานจำเลยแต่อย่างใด ในระหว่างระยะเวลาดังกล่าวโจทก์ที่ 3 มิได้มีฐานะเป็นพนักงานของจำเลย จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินเดือนและสิทธิประโยชน์อื่น

ๆ ในฐานะพนักงานจากจำเลย แต่การที่จำเลยมีคำสั่งไล่ออกแก่โจทก์ที่ 3 โดยที่ไม่มีความผิดย่อมไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ที่ 3 ฉะนั้นโจทก์ที่ 3 จึงมีสิทธิเรียกค่าเสียหาย เนื่องจากต้องออกจากงานในช่วงระยะเวลาดังกล่าวจากจำเลยได้ อุทธรณ์ของโจทก์ที่ 3 ที่เรียกร้องให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายฟังขึ้น

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า โจทก์ที่ 3 มีสิทธิเรียกค่าเสียหายเนื่องจากต้องออกจากงานในระหว่างวันที่ 2 พฤศจิกายน 2544 ถึงวันที่ 6 พฤษภาคม 2545 จากจำเลย ให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 3 แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง.

Matter details

Panel of judges
ปัญญา สุทธิบดี · ชวลิต ยอดเณร · พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์
Lower court
ศาลแรงงานกลาง - นางจารุณี ตันตยาคมศาลอุทธรณ์ -
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 13244/2558

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 วรรคสอง ต้องการให้มีการบอกเลิกสัญญาจ้างกันล่วงหน้าอย่างน้อย 1 รอบของการกำหนดจ่ายค่าจ้าง เมื่อนายจ้างลูกจ้างตกลงกันให้มีการบอกกล่าวล่วงหน้านานกว่ากำหนดดังกล่าวก็ย…

Supreme Court Judgment No. 7096/2550

ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ระบุให้สิทธินายจ้างที่จะเลิกจ้างลูกจ้างเพราะเหตุขาดสมรรถภาพไว้ว่า "ในกรณีที่พนักงานไม่สามารถจะปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานของบริษัทโดยที่บริษัทได้ให้การอบรมหรือฝึกสอนแล้วก…

Supreme Court Judgment No. 6075/2549

จำเลยทั้งสามติดต่อและตกลงรับโจทก์เข้าทำงานกับจำเลยที่ 1 เพราะเห็นว่าโจทก์เป็นผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์สามารถทำหน้าที่บริหารดูแลงานทรัพย์สินทางปัญญาอันเป็นสาระสำคัญของสัญญาจ้างงาน การเป็นเนติ…

Supreme Court Judgment No. 4362/2549

จำเลยมีคำสั่งปลดโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างออกจากงาน ถือว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้ว การที่โจทก์ใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยต่อคณะกรรมการการสื่อสารแห่งประเทศไทยและคณะกรรมการ ฯ ยังมิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของ…

Supreme Court Judgment No. 1551/2548

โจทก์เป็นพนักงานของธนาคารจำเลยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจซึ่งอยู่ในบังคับของ พ.ร.บ.พนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2534 จึงไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องการพักงานตามมาตรา 116 และ 117 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.254…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up