Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2668/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยมีหนังสือไปถึงโจทก์ข้อความว่า 'ตามที่ทางบริษัทกรุงเทพบูรพา จำกัด ได้ทำสัญญาประกันภัยไว้กับบริษัท ท่านเพื่อประกันภัยตัวเรือบางกอกโอเรียนท์ 1, 2 และ 3 ตามกรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ เอม. เอช. 00576 เอม. เอช. 00577 และ เอม. เอช. 00578 สัญญาประกันภัยเริ่มคุ้มครอง ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2519 ถึงวันที่ 4 กันยายน 2520 ฯลฯ เห็นได้ว่าข้อความดังกล่าวยืนยันว่าจำเลยได้ทำสัญญาประกันภัยไว้กับโจทก์ตามกรมธรรม์ประกันภัยที่โจทก์ฟ้อง จริงและต่อมาเมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้แล้วจำเลยก็ยังได้ ทำคำให้การรับรองข้อความตามหนังสือดังกล่าวอีกด้วย ถือว่า หนังสือดังกล่าวเป็นหลักฐานแสดงว่าจำเลยได้เอาประกันภัยไว้แก่โจทก์ตามความหมายของ มาตรา 867 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว โจทก์จึงฟ้องร้องบังคับเอาแก่จำเลยได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของเรือบางกอกโอเรียนท์ ๑, ๒ และ ๓ และได้เอาประกันภัยตัวเรือทั้งสามลำไว้กับโจทก์มีระยะเวลา ๑ ปี โดยโจทก์ได้ออกหนังสือกรมธรรม์ประกันภัยไว้ ต่อมาจำเลยได้มีหนังสือแจ้งขอเลิกสัญญากรมธรรม์ประกันภัย โดยจำเลยไม่เคยชำระเบี้ยประกันภัยให้แก่โจทก์เลย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัย จำนวน ๒๑๗,๘๒๙.๐๕ บาท พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า จำเลยเอาประกันภัยเรือทั้งสามลำตามฟ้องไว้กับโจทก์จริงจำเลยขอประกันภัยไว้มีกำหนดเพียง ๓ เดือน แต่โจทก์ออกกรมธรรม์ประกันภัยระบุเวลาประกันภัย ๑ ปี จำเลยเคยทักท้วง และจำเลยได้ชำระเบี้ยประกันภัย ๓ เดือนให้แก่โจทก์แล้ว จำเลยงดจ่ายเบี้ยประกันภัยงวดต่อไปและแจ้งบอกเลิกสัญญาประกันภัยสัญญาจึงสิ้นสุดลง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และคดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า เอกสารหมาย จ.๑๒ ซึ่งเป็นหนังสือบอกเลิกการประกันภัยมิใช่หลักฐานอันเป็นสัญญาประกันภัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๖๗ โจทก์ไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีแก่จำเลยได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า หนังสือตามเอกสารหมาย จ.๑๒ เป็นหลักฐานแสดงว่าจำเลยได้เอาประกันภัยไว้กับโจทก์ตามความหมายของมาตรา ๘๖๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาต่อไปตามรูปความใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๖๗ วรรคแรกบัญญัติว่า "อันสัญญาประกันภัยนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด หรือลายมือชื่อตัวแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่"

ศาลฎีกาเห็นว่า คำว่าหลักฐานตามมาตรา ๘๖๗ นี้มิใช่แบบที่กฎหมายบังคับไว้ในมาตรา ๑๑๕ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จึงไม่จำเป็นต้องมีข้อความระบุไว้อย่างชัดเจนว่า มีข้อตกลงกันอย่างไรบ้าง ฉะนั้นแม้สัญญาประกันภัยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ก็มีผลเป็นสัญญาถูกต้องตามกฎหมายหากเพียงแต่จะฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้เท่านั้น ความประสงค์ของกฎหมายก็ให้มีหลักฐานเป็นหนังสือในกรณีเช่นนี้ ก็เพียงเพื่อความมั่นคงแน่นอน กฎหมายหาบังคับไว้ว่าจะต้องเขียนหรือทำในรูปแบบอย่างใดไม่ ฉะนั้นถ้าหากมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใด ปรากฏว่าข้อความชัดแจ้งพอรับฟังได้ว่ามีการตกลงทำสัญญาประกันภัยและปรากฏลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดแล้ว ศาลย่อมบังคับได้ตามหลักฐานนั้น

ๆ เมื่อพิเคราะห์เอกสารหมาย จ.๑๒ ซึ่งเป็นหนังสือของจำเลยมีไปถึงโจทก์แล้ว ปรากฏว่าเอกสารดังกล่าวมีข้อความว่า "ตามที่ทางบริษัทกรุงเทพบูรพา จำกัด ได้ทำสัญญาประกันภัยไว้กับบริษัทท่านเพื่อประกันภัยตัวเรือบางกอกโอเรียนท์ ๑, ๒ และ ๓ ตามกรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ เอม.เอช. ๐๐๕๗๖, เอม.เอช. ๐๐๕๗๗ และ เอม.เอช. ๐๐๕๗๘ สัญญาประกันภัยเริ่มคุ้มครองตั้งแต่วันที่ ๔ กันยายน ๒๕๑๙ ถึงวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๒๐ ฯลฯ" เห็นได้ว่า ข้อความดังกล่าวยืนยันว่าจำเลยได้ทำสัญญาประกันภัยไว้กับโจทก์ตามกรมธรรม์ประกันภัยที่โจทก์ฟ้องจริงแต่ด้วยเหตุผลภายในบริษัทบางประการ จำเลยจำเป็นต้องบอกเลิกสัญญาประกันภัยดังกล่าว และต่อมาเมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้แล้ว จำเลยก็ยังได้ทำคำให้การรับรองข้อความตามหนังสือดังกล่าวอีกด้วย ศาลฎีกาจึงเห็นพ้องด้วยคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่ถือว่าหนังสือตามเอกสารหมาย จ.๑๒ เป็นหลักฐานแสดงว่าจำเลยได้เอาประกันภัยไว้แก่โจทก์ตามความหมายของ มาตรา ๘๖๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว โจทก์จึงฟ้องร้องบังคับเอาแก่จำเลยได้

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
พิชัย วุฒิจำนงค์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน · อภินย์ ปุษปาคม
Lower court
ศาลแพ่ง - นายเจริญ นิลเอสงฆ์
ศาลอุทธรณ์ - นายเทพ ภักดีศุภผล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1564/2525

จำเลยให้การว่า นอกจากจำเลยจะให้การปฏิเสธโดยชัดแจ้งแล้ว จำเลยขอให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ทั้งสิ้น ดังนี้เป็นคำให้การที่ไม่ชัดแจ้งว่าจำเลยปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ส่วนใดด้วยเหตุผลอย่างใด ย่อมถือไม่ได้ว่าจำเลยให้…

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 719888)

แม้ ป.พ.พ. มาตรา 867 จะระบุเรื่องการมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ แต่กรณีนี้เป็นเรื่องการมอบอำนาจ ซึ่งไม่มีการกำหนดไว้โดยชัดแจ้งใน พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.…

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 712724)

ไม่ปรากฏว่าคณะอนุญาโตตุลาการได้พิจารณาข้อสัญญานี้ ทั้งไม่ได้แสดงเหตุผลใด ๆ ให้ปรากฏในคำวินิจฉัย การวินิจฉัยชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการจึงน่าจะไม่เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญาประกันภัย ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำ…

Supreme Court Judgment No. 12377/2558

สัญญาประกันภัยเกิดขึ้นเมื่อมีการแสดงเจตนาทำคำเสนอคำสนองถูกต้องตรงกัน ตามคำขอเอาประกันภัยรถยนต์ ระบุว่า อ. ขอเอาประกันภัยรถยนต์เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2551 โดยมีความประสงค์ให้กรมธรรม์มีผลบังคับตั้งแต่วัน…

Supreme Court Judgment No. 5048/2549

กรมธรรม์มีคำจำกัดความของคำว่า อุบัติเหตุ หมายความถึงเหตุการณ์อันเป็นปัจจัยภายนอกที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน และทำให้เกิดผลที่บุคคลผู้เอาประกันภัยมิได้มีเจตนาหรือมุ่งหวัง การที่โจทก์วิ่งอย่างเร็วแล้วหมุนตั…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up