Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2680/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การขับรถผ่านทางร่วมทางแยกนั้น เป็นหน้าที่ของผู้ขับขี่รถทุกเส้นทางที่มาบรรจบทางร่วมทางแยกจะต้องลดความเร็วลง ให้อยู่ในอัตราความเร็วต่ำเพื่อหลีกเลี่ยงภยันตรายอันอาจเกิดจากการชนกันระหว่างรถที่กำลังแล่นผ่าน หาใช่ว่าผู้ที่ขับมาในทางเอกจะใช้ความเร็วในอัตราสูง โดยขับผ่านทางร่วมทางแยกไปโดยปราศจากความรั้งรอ ไม่ว่าจะมีรถในทางเดินรถทางโทแล่นมาถึงพร้อมกันหรือไม่เมื่อจำเลยที่1 ได้ขับรถแล่นเข้าไปในทางร่วมที่เกิดเหตุด้วยความเร็วสูง ทั้งที่ควรลดความเร็วลงเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้เกิดเหตุขึ้น ทำให้ชนกับรถคันที่จำเลยที่ 2 ขับมา เป็นเหตุให้มีคนตายและบาดเจ็บ ย่อมถือได้ว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นผลจากความประมาทของจำเลยที่ 1 ด้วย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อจากกรุงเทพมหานครมุ่งไปจังหวัดอุดรธานี จำเลยที่ ๒ ขับรถยนต์บรรทุกหกล้อบรรทุกผู้โดยสารจากกิ่งอำเภอเบือยน้อยมุ่งไปจังหวัดชัยภูมิ จำเลยทั้งสองขับรถมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นสี่แยกถนนมิตรภาพตัดกับถนนแจ้งสนิท ตำบลบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่จังหวัดขอนแก่นจำเลยทั้งสองขับรถด้วยความประมาท โดยจำเลยที่ ๑ ขับรถด้วยความเร็วสูงไม่ชะลอรถให้ช้าลง เมื่อถึงสี่แยกเกิดเหตุ กลับขับรถผ่านสี่แยกด้วยความเร็วสูงจำเลยที่ ๒ ไม่หยุดรถตามป้ายสัญญาณจราจร 'หยุด' เป็นเหตุให้รถยนต์ของจำเลยที่ ๑ พุ่งเข้าชนข้างซ้ายของจำเลยที่ ๒ เต็มแรงรถของจำเลยที่ ๒ ปัดไปทับรถจักรยานยนต์ซึ่งมีนายคำตา แพงไธสง ขับขี่และนางสงวน

แพงไธสง นั่งซ้อนท้ายรอที่ที่สี่แยกเกิดเหตุผลการชนเป็นเหตุให้ นายสาย จันทร์รอดซึ่งนั่งมาในรถจำเลยที่ ๒ ตกจากรถและถูกล้อรถจำเลยที่ ๒ ทับศรีษะถึงแก่ความตายทันที มีผู้ได้รับอันตรายสาหัส ๔ คนและได้รับอันตรายแก่กาย ๕ คน เกิดเหตุแล้วจำเลยที่ ๒ หลบหนีไม่ได้ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและไม่นำความแจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานที่อยู่ใกล้เคียงทันที ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑, ๓๐๐, ๓๙๐, ๙๑ พระราชบัญญัติจารจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๑, ๔๓, ๗๘, ๑๕๒, ๑๕๗, ๑๖๐

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑, ๓๐๐, ๓๙๐, พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๑, ๔๓, ๑๕๒, ๑๕๗ ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุกคนละ ๓ ปีและจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗๘, ๑๖๐ วรรคสอง ให้จำคุก ๓ เดือน รวมจำคุก จำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๓ ปี ๓ เดือน จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า คงมีปัญหาในชั้นนี้ตามที่โจทก์ฎีกาขึ้นมาว่า เหตุเกิดจากความประมาทของจำเลยที่ ๑ด้วยหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเหตุได้เกิดในบริเวณสี่แยกอันเป็นทางตัดกันระหว่างถนนมิตรภาพและถนนแจ้งสนิทในท้องที่ตำบลบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เมื่อเวลาประมาณ ๖ นาฬิกาของวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๒๘ จุดที่ชนกันระหว่างรถยนต์บรรทุกทั้งสองคันอยู่ในช่องเดินรถร่วมกันเมื่อจะผ่านสี่แยกที่เกิดเหตุ โดยรถคันที่จำเลยที่ ๑ ขับเพิ่งล้ำแนวเขตในช่องเดินรถของตนเข้าสู่ทางร่วมซึ่งอยู่ในบริเวณสี่แยก ขณะที่ส่วนหัวรถคันที่จำเลยที่ ๑ ขับแล่นชนส่วนข้างด้านซ้ายค่อมมาทางท้ายตรงระดับล้อหลังของรถคันที่จำเลยที่ ๒ ขับ ซึ่งได้แล่นผ่านช่องเดินรถร่วมกันของเส้นทางรถที่ตัดผ่านทางด้านขวามาแล้วและกำลังผ่านช่องเดินรถร่วมที่เกิดเหตุซึ่งเป็นเส้นทางรถคันของจำเลยที่ ๑จากแรงชนของหัวรถคันของจำเลยที่ ๑ เป็นผลให้รถคันของจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นรถยนต์บรรทุกหกล้อถึงกับหมุนปัดไปทางขวาโดยหัวรถหันกลับจากเส้นทางรถที่ขับมาห่างจากจุดชนประมาณ ๑๒ เมตร

อันเป็นผลให้นายสาย จันทร์รอดซึ่งนั่งมาในรถพลัดตกลงไปและถูกล้อหลังทับศรีษะถึงแก่ความตาย ตามหลักฐานแผนที่แสดงบริเวณที่เกิดเหตุพร้อมด้วยบันทึกการตรวจของเจ้าพนักงานและภาพถ่ายประกอบบันทึกการตรวจหมาย จ.๓ถึง จ.๕ เป็นข้อเท็จจริงที่ประจักษ์ชัดว่าเป็นผลจากการแล่นเข้าชนของรถคันที่จำเลยที่ ๑ ขับมาด้วยความเร็วสูง และหักล้างข้อนำสืบต่อสู้ของจำเลยที่ ๑ ที่ว่าขับรถมาในอัตราความเร็วต่ำก่อนเกิดเหตุ จริงอยู่แม้ถนนเส้นทางรถคันของจำเลยที่ ๑ จะเป็นทางเอกและเส้นทางรถด้านที่ตัดผ่านเป็นทางโทโดยมีป้ายสัญญาณจราจรหยุดปักไว้ก็ตาม แต่การขับรถผ่านทางร่วมทางแยกนั้น เป็นหน้าที่ของผู้ขับขี่รถทุกเส้นทางที่มาบรรจบทางร่วมทางแยกที่จะต้องลดความเร็วลงให้อยู่ในอัตราความเร็วต่ำเพื่อหลีกเลี่ยงภยันตรายอันอาจเกิดจากการชนกันระหว่างรถที่กำลังแล่นผ่าน

หาใช่ว่าผู้ที่ขับมาในทางเอกจะใช้ความเร็วในอัตราสูงโดยขับผ่านทางร่วมทางแยกไปโดยปราศจากความรอรั้ง ไม่ว่าจะมีรถในทางเดินรถทางโทแล่นมาถึงพร้อมกันหรือไม่ ซึ่งน่าจะมิใช่เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗๑ดังที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกขึ้นวินิจฉัย สำหรับกรณีเหตุที่เกิดขึ้นนี้ ก็ปรากฏว่ารถคันที่จำเลยที่ ๒ ขับมา ได้แล่นล้ำจากช่องเดินรถเข้ามาในทางร่วมโดยผ่านช่องเดินรถที่ตัดผ่านทางด้านขวามาแล้วและกำลังเข้าสู่ช่องเดินรถร่วมทางด้านซ้ายซึ่งเป็นช่องเดินรถคันที่จำเลยที่ ๑ ขับมาขณะนั้น ตามแผนที่เกิดเหตุซึ่งแสดงจุดที่ชนเมื่อวันระยะที่จำเลยที่ ๑ เพิ่งแล่นเข้าสู่ช่องเดินรถร่วมที่เกิดเหตุได้เพียงระยะ ๕ เมตร แต่รถคันที่ถูกชนได้แล่นล้ำเข้ามาในเขตทางร่วมเป็นระยะ ๙ เมตร และกำลังจะเลยผ่านช่องเดินรถร่วมที่เกิดเหตุขณะถูกชนที่กระบะข้างซ้ายค่อนมาทางท้ายรถเป็นข้อเท็จจริงที่แสดงว่ารถคันที่จำเลยที่ ๒ ขับมาได้แล่นเข้ามาในเขตทางร่วมทางแยกแล้วข้อนำสืบต่อสู้ของจำเลยที่ ๑ ที่อ้างว่ามองไม่เห็นรถทางด้านขวามือจึงไม่มีเหตุผลรับฟังแต่อย่างใด และจากการตรวจสอบร่องรอยบริเวณที่เกิดเหตุของพนักงานสอบสวนซึ่งไม่พบรอยห้ามล้อปรากฏอยู่

รวมทั้งจุดที่รถคันที่จำเลยที่ ๑ ขับยังคงแล่นไปจอดจากจุดที่ชนอีกถึง ๓๔ เมตรา ตามที่ปรากกในแผนที่เกิดเหตุ เป็นข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ว่าภัยพิบัติบนท้องถนนในครั้งนี้เกิดจากความประมาทของจำเลยที่ ๑ ด้วย เนื่องจากจำเลยที่ ๑ ได้ขับรถแล่นเข้าไปในทางร่วมที่เกิดเหตุด้วยความเร็วสูง ทั้งที่ควรลดความเร็วลงเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้เกิดเหตุขึ้น คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่เห็นว่าเหตุมิได้เกิดจากความประมาทของจำเลยที่ ๑ ด้วยนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีสำหรับจำเลย ที่ ๑ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

Matter details

Panel of judges
ถาวร ตันตราภรณ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สง่า ศิลปประสิทธิ์
Lower court
ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายนิยุต สุภัทรพาหิรผล
ศาลอุทธรณ์ - นายโสภณ จันเทรมะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 599/2506

ฟ้องกล่าวบรรยายข้อเท็จจริงแห่งการกระทำของจำเลยหลายประการและโจทก์สืบได้สมบ้างไม่สมบ้างเมื่อการกระทำที่ฟังได้สมฟ้องนั้นเป็นการกระทำซึ่งเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้องแล้วศาลย่อมลงโทษจำเลยได้ตามฟ้อง จะถือว่าเ…

Supreme Court Judgment No. 2981/2568

สำเนาตารางกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถของบริษัทประกันภัยกำหนดค่าสินไหมทดแทนระบุจำนวนเงินคุ้มครองผู้ประสบภัยสำหรับการเสียชีวิตไว้ 500,000 บาท โดยกำหนดค่าเสียหายเบื้องต้นไว้ 35,000 บาท ซึ่งตาม พ.ร.บ…

Supreme Court Judgment No. 6450/2558

ตามฟ้องที่จำเลยให้การรับสารภาพฟังได้ว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยขับรถยนต์บรรทุกพ่วงในทางเดินรถของจำเลย จำเลยไม่ได้ขับล้ำเข้าไปในทางเดินรถสวน ส่วน ร. ขับรถจักรยานยนต์สวนทางมาโดยขับตามหลังรถอีแต๋นที่ บ. เป็นผู…

Supreme Court Judgment No. 3284/2552

จำเลยจอดรถยนต์บรรทุกพ่วงล้ำเข้าไปในช่องเดินรถช่องซ้ายโดยไม่เปิดไฟหรือใช้แสงสว่างของรถหรือให้สัญญาณใดๆ ในขณะที่ที่เกิดเหตุมืด เป็นเหตุให้ ค. ซึ่งขับรถยนต์บรรทุกหกล้อมาทางด้านหลังไม่สามารถมองเห็นรถยนต์บ…

Supreme Court Judgment No. 5188/2549

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายแก่กาย อันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 291 และมาตรา 390 มิใช่ได้รับอันตรายสาหัสตาม ป.อ. มาตรา 300 ที่โจทก์ระบุมาในคำขอท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up