Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2528 (ref. 27141)

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ฟ้องเรียกค่าเสียหายในคดีละเมิด โจทก์ที่ 2 เรียกค่าปลงศพและค่ารถจักรยานยนต์ที่เสียหาย ได้บรรยายความเสียหายแต่ละอย่างซึ่งโจทก์ที่ 2 ได้เรียกร้องโดยกำหนดจำนวนเงินที่ จำเลยจะต้องรับผิดไว้ ส่วนรายละเอียดว่าเป็นค่าใช้จ่ายอะไร เป็นเงินเท่าใดเป็นรายละเอียดที่จะต้องนำสืบในชั้นพิจารณา ถือว่าคำฟ้องของโจทก์ที่ 2 ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่ง สภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา เช่นว่านั้นแล้ว ฟ้องโจทก์ที่ 2 จึงไม่เคลือบคลุม พ. ผู้ตายเป็นบุตรโจทก์ที่1กับป. ต่อมาได้หย่ากัน โจทก์ที่ 1 จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ทำละเมิดเป็นเหตุ ให้ พ.ตายได้ผู้ตายไม่มีทายาทอื่น บิดามารดาได้ถึงแก่ความตายไปหมด แล้ว ผู้ตายยังไม่มีครอบครัวอาศัยอยู่กับโจทก์ที่ 2 ซึ่งเป็นพี่สาวร่วมบิดามารดาเดียวกันและเป็นผู้ทำการปลงศพ โจทก์ที่ 2 เป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายมีอำนาจฟ้องเรียก ค่าปลงศพผู้ตายได้ฟ้องเรียกค่าขาดไร้อุปการะเนื่องจากมีผู้ทำละเมิดเป็นเหตุให้บุตรโจทก์ตายแม้จะได้ความว่าผู้ตายกำลังเรียนอยู่ใน วิทยาลัยและในมหาวิทยาลัยเมื่อเรียนจบออกมาประกอบอาชีพ ย่อมจะมีรายได้พอที่จะให้ความอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ซึ่งเป็นมารดาได้ตามควรแม้จะเป็นเรื่องในอนาคตที่ไม่แน่นอน ก็ตาม ศาลย่อมใช้ดุลพินิจกำหนดให้ภายในเวลาที่เห็นสมควร ได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนศาลสั่งรวมพิจารณาโดยเรียกโจทก์สำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1โจทก์ในสำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 2

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่าโจทก์ที่ 1 เป็นมารดาของนายพิเชฐ รัตนโยธิน โจทก์ที่ 2 เป็นพี่ร่วมบิดามารดาเดียวกันกับนายเอนก อยู่สวัสดิ์ผู้ตาย จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์โดยประมาทในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ชนรถจักรยานยนต์ที่นายพิเชฐ รัตนโยธิน ขับขี่ซึ่งมีนายเอนก อยู่สวัสดิ์ นั่งซ้อนท้ายเป็นเหตุให้นายพิเชฐและนายเอนกถึงแก่ความตายขอให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาในสำนวนแรกและศาลสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ในสำนวนหลัง จำเลยที่ 2 ให้การและแก้ไขคำให้การว่า โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้อง เหตุที่รถชนกันเกิดจากความประมาทของนายพิเชฐฝ่ายเดียว ฟ้องของโจทก์ที่ 2 เกี่ยวกับค่าเสียหายเคลือบคลุม โจทก์เรียกค่าเสียหายสูงเกินไป จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิด

ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 2 ขอให้เรียกบริษัท ร.ส.พ.ประกันภัย จำกัดผู้รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุเข้ามาเป็นจำเลยร่วมทั้งสองสำนวน จำเลยร่วมให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยที่ 2 มิใช่ผู้เอาประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุไว้กับจำเลยร่วม เหตุที่รถชนกันเกิดจากความประมาทของนายพิเชฐฝ่ายเดียว โจทก์ที่ 2 ไม่ใช่ทายาทของนายเอนก รถจักรยานยนต์ไม่ใช่ของนายเอนกฟ้องของโจทก์ที่ 2 เกี่ยวกับค่าเสียหายเคลือบคลุม โจทก์เรียกค่าเสียหายสูงเกินไปจำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นลูกจ้างและได้กระทำไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 จำเลยร่วมไม่ต้องรับผิด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยร่วมร่วมกันชำระเงิน130,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ที่ 1 กับให้จำเลยที่ 2 และจำเลยร่วมชำระเงินน 10,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ที่ 2 โดยจำเลยร่วมร่วมรับผิดต่อโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท โจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ 2 ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยร่วมร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ที่ 1 รวม 310,000 บาท โดยให้จำเลยร่วมร่วมรับผิดในวงเงิน100,000 บาท ให้จำเลยที่ 2 และจำเลยร่วมชำระเงินแก่โจทก์ที่ 2 รวม 35,000 บาทนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ทั้งสองสำนวนฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับค่าเสียหายเคลือบคลุมหรือไม่ เห็นว่าจำเลยที่ 2 มิได้ให้การโต้แย้ง ฟ้องโจทก์ที่ 1 เกี่ยวกับค่าเสียหายจึงไม่มีประเด็นต้องวินิจฉัย คงมีปัญหาเฉพาะฟ้องของโจทก์ที่ 2 เท่านั้น

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าโจทก์ที่ 2 เรียกค่าปลงศพและค่ารถจักรยานยนต์ที่เสียหาย ความเสียหายแต่ละอย่างโจทก์ที่ 2 ได้เรียกร้องโดยกำหนดจำนวนเงินที่จำเลยจะต้องรับผิดไว้ ส่วนรายละเอียดว่าเป็นค่าใช้จ่ายอะไร เป็นเงินเท่าใดเป็นรายละเอียดที่จะต้องนำสืบในชั้นพิจารณาคำฟ้องของโจทก์ที่ 2 ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้ว ฟ้องโจทก์ที่ 2 ไม่เคลือบคลุม ส่วนข้อที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้องนั้น

พิเคราะห์แล้วโจทก์ที่ 1 นำสืบว่า นายพิเชฐผู้ตายเป็นบุตรของโจทก์ที่ 1 เกิดกับนายประหยัด แก้วชูเชื้อ ต่อมาได้หย่ากัน โจทก์ที่ 1 ได้ส่งเอกสารหมาย จ.1 ถึง จ.6 ประกอบคำเบิกความ แม้ทนายจำเลยจะค้านว่าโจทก์ที่ 1 ไม่ได้ส่งสำเนาเอกสารให้ก่อนวันสืบพยานก็ตาม แต่โจทก์ที่ 1 ได้เบิกความรับรองว่านายพิเชฐผู้ตายเป็นบุตรของโจทก์ที่ 1 จำเลยมิได้สืบหักล้างให้เห็นเป็นประการอื่น เชื่อว่าโจทก์ที่ 1 เป็นมารดาของนายพิเชฐผู้ตายจริง โจทก์ที่ 1 จึงมีอำนาจฟ้อง โจทก์ที่ 2 นำสืบว่านายแช่มหรือจ้อยเป็นบุคคลคนเดียวกันและเป็นบิดาของโจทก์ที่ 2 และนายเอนกผู้ตาย ผู้ตายไม่มีทายาทอื่น บิดามารดาได้ถึงแก่กรรมไปหมดแล้ว ผู้ตายยังไม่มีครอบครัวอาศัยอยู่กับโจทก์ที่ 2 ซึ่งเป็นพี่สาวร่วมบิดามารดาเดียวกันและเป็นผู้ทำการปลงศพ โจทก์ที่ 2 เป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายมีอำนาจฟ้องเรียกค่าปลงศพได้ ฎีกาเกี่ยวกับค่าเสียหายของโจทก์ทั้งสองมีเพียงใดนั้น

พิเคราะห์แล้ว โจทก์ที่ 1เรียกค่าขาดไร้อุปการะมาเดือนละ 2,000 บาทเป็นเวลา 20 ปี ได้ความว่านายพิเชฐผู้ตายกำลังเรียนอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา ปีที่ 3 และกำลังเรียนอยู่คณะนิติศาสตร์ปีที่ 1 มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อเรียนจบออกมาประกอบอาชีพย่อมจะมีรายได้พอที่จะให้ความอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นมารดาได้ตามควรแม้จะเป็นเรื่องในอนาคตที่ไม่แน่นอนก็ตาม ศาลย่อมใช้ดุลพินิจกำหนดให้ภายในเวลาที่เห็นสมควรได้ ที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยรับผิดเดือนละ 1,000 บาท มีกำหนด 10 ปีนั้นเห็นว่าเหมาะสมแล้ว

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

Matter details

Panel of judges
วุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์ · โสภณ รัตนากร · วิฑูรย์ตั้งตรงจิตต์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2528 (ref. 103368)

ฟ้องเรียกค่าเสียหายในคดีละเมิด โจทก์ที่ 2 เรียกค่าปลงศพและค่ารถจักรยานยนต์ที่เสียหาย ได้บรรยายความเสียหายแต่ละอย่างซึ่งโจทก์ที่ 2 ได้เรียกร้องโดยกำหนดจำนวนเงินที่จำเลยจะต้องรับผิดไว้ส่วนรายละเอียดว่าเ…

Supreme Court Judgment No. 63/2538

โจทก์ทั้งสองแต่งงานอยู่กินเป็นสามีภรรยากันตั้งแต่ปี2476ก่อนประกาศใช้บทบัญญัติบรรพ5แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์พ.ศ.2477แม้ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันก็เป็นสามีภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายโจทก์ทั้งสองจึงเป็นบิดาม…

Supreme Court Judgment No. 4828/2529

การเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันโดยชอบด้วยกฎหมายบิดามารดาไม่จำต้องจดทะเบียนสมรสกัน แต่ต้องถือตามความเป็นจริงช.ผู้ตายเป็นน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับโจทก์ ไม่มีผู้สืบสันดานและบิดามารดาก็ถึงแก่กรรมแล…

Supreme Court Judgment No. 2959/2529

คดีฟ้องเรียกค่าขาดไร้อุปการะจากผู้กระทำละเมิดแม้จะมิได้บรรยายฟ้องว่าค่าขาดไร้อุปการะเป็นค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์มีสิทธิจะได้รับตามกฎหมายโจทก์ที่1ที่2ควรได้เป็นรายเดือนรายปีคนละเท่าใดแต่เมื่อได้ระบุจำนวน…

Supreme Court Judgment No. 9489/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยประมาทเลินเล่อขับรถบรรทุกชนท้ายรถโดยสาร ทำให้รถโดยสารที่โจทก์ครอบครองและใช้ประโยชน์อยู่ได้รับความเสียหาย เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น และ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up