Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2719/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ไม่มีข้อความตอนใดในมาตรา 86 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2497 ห้ามคณะกรรมการสอบสวนมิให้ทำรายงานการสอบสวนว่าการกระทำของข้าราชการที่ถูกสอบสวนทางวินัยมีมูลความผิดทางอาญาด้วย และไม่มีกฎหมายใดระบุ ไว้เช่นนั้นดังนี้ ถ้าในการสอบสวนโจทก์ปรากฏว่ามีมูลความผิดทางอาญาคณะกรรมการสอบสวนก็มีอำนาจที่จะทำความเห็น ให้ดำเนินคดีอาญาแก่โจทก์ได้การที่จำเลยซึ่งเป็นกรรมการ สอบสวนโจทก์ทางวินัยได้ทำความเห็นเสนอต่อนายกรัฐมนตรีว่า การกระทำของโจทก์มีมูลความผิดทางอาญาให้พิจารณาสั่งการ ตามที่เห็นสมควรจึงเป็นการเสนอความเห็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายไม่มีเจตนาร้ายหรือกลั่นแกล้งปรักปรำโจทก์ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 157 ป.อ. Section 158 ป.อ. Section 200 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2497 Section 84 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2497 Section 86

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นเจ้าพนักงาน ได้รับคำสั่งแต่งตั้งจากนายกรัฐมนตรีให้เป็นกรรมการสอบสวนโจทก์ข้อหากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๔๙๗ ในการสอบสวนดังกล่าวจำเลยได้ร่วมกันทำรายงานสรุปสำนวนการสอบสวนโดยเจตนาร้ายต่อโจทก์ บิดเบือนข้อเท็จจริงในสำนวนการสอบสวนทางวินัยหลายประการ และเสนอให้ดำเนินคดีอาญาแก่โจทก์กับพวกฐานฉ้อโกงเงินรางวัล และเงินสินบนนำจับไม้ซุงสักที่มีผู้ลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรอันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์เพราะจำเลยเป็นคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยเท่านั้น ไม่มีอำนาจสอบสวนความผิดทางอาญา ขอให้ลงโทษ

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ข้อที่โจทก์อ้างว่า คณะกรรมการสอบสวนเสนอต่อนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินคดีอาญาแก่โจทก์กับพวกฐานฉ้อโกงเงินสินบนนำจับและเงินรางวัล และเสนอให้กรมศุลกากรดำเนินคดีอาญาและคดีแพ่งแก่โจทก์กับพวกเพื่อเรียกเงินสินบนนำจับและเงินรางวัลคืน อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพราะคณะกรรมการไม่มีอำนาจสอบสวนทางอาญาแก่โจทก์กับพวกตามความในมาตรา ๘๖ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๔๙๗ และไม่มีอำนาจทำความเห็นว่าโจทก์กับพวกกระทำผิดอาญานั้น เห็นว่าความในมาตรา ๘๖ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๔๙๗ ไม่มีข้อความตอนใดห้ามคณะกรรมการสอบสวนมิให้ทำรายงานการสอบสวนว่าการกระทำของโจทก์กับพวกมีมูลความผิดทางอาญาและไม่มีกฎหมายอื่นใดระบุไว้เช่นนั้นด้วย แต่ข้อเท็จจริงกลับได้ความตามที่จำเลยนำสืบว่า

คณะกรรมการสอบสวนเห็นว่าตามพยานหลักฐานที่รวบรวมและสอบสวนไว้ปรากฏว่าการกระทำของโจทก์กับพวกมีมูลความผิดทางอาญาฐานฉ้อโกงทำให้ได้รับเงินสินบนนำจับและรางวัลการจับกุม คณะกรรมการจึงเห็นว่าควรจะเรียกเงินดังกล่าวคืนโดยการดำเนินคดีอาญาแก่โจทก์กับพวก เป็นที่เข้าใจกันได้อย่างชัดเจนว่า ถ้าในการสอบสวนทางวินัยข้าราชการนั้น เมื่อปรากฏว่าการกระทำผิดทางวินัยนั้นเป็นความผิดทางอาญาด้วย คณะกรรมการสอบสวนก็มีอำนาจที่จะทำความเห็นเสนอให้ดำเนินคดีอาญาแก่ข้าราชการเหล่านั้นได้ ฉะนั้น การที่คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยโจทก์กับพวกได้ทำความเห็นเสนอต่อนายกรัฐมนตรีว่าการกระทำของโจทก์กับพวกมีมูลความผิดทางอาญาฐานฉ้อโกง จึงเป็นการเสนอความเห็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายและไม่ได้เสนอไปโดยมีเจตนาร้ายหรือกลั่นแกล้งปรักปรำโจทก์กับพวกแต่ประการใด และได้เสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการตามแต่จะเห็นสมควรเท่านั้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้มีอำนาจสั่งการว่าโจทก์กับพวกน่าจะมีความผิดทางอาญาฐานฉ้อโกงหรือไม่ และนายกรัฐมนตรีอาจจะใช้ดุลพินิจที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยหรือไม่ก็ได้

ดังนั้น การที่คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยโจทก์กับพวกได้ทำรายงานว่า เมื่อโจทก์กับพวกถูกให้ออกและปลดออกจากราชการแล้ว การสอบสวนโจทก์ทางวินัยซึ่งยังไม่เสร็จนั้นจำต้องยุติลง แต่การกระทำของโจทก์กับพวกตามที่ได้สอบสวนมานั้นมีมูลความผิดทางอาญาฐานฉ้อโกง และเสนอให้กรมศุลกากรดำเนินคดีอาญาและคดีแพ่งแก่โจทก์กับพวกเพื่อเรียกเงินสินบนนำจับและเงินรางวัลคืน เสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการตามแต่จะเห็นสมควรจึงเป็นการเสนอรายงานไปโดยมีอำนาจที่จะกระทำได้โดยไม่มีกฎหมายใดห้ามเห็นได้ว่าไม่มีเจตนาร้ายหรือกลั่นแกล้งปรักปรำโจทก์กับพวกแต่อย่างใด ย่อมเป็นการเสนอรายงานไปโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นบุคคลส่วนหนึ่งของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยโจทก์กับพวกดังกล่าวจึงไม่มีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามที่โจทก์ฟ้อง

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สหัส สิงหวิริยะ · จุนท์ จันทรวงศ์ · พิชัย วุฒิจำนงค์
Lower court
ศาลอาญา - นายบุญศรี กอบบุญ
ศาลอุทธรณ์ - นายเสรี แสงศิลป์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 929/2537

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 139 บัญญัติให้พนักงานสอบสวนบันทึกการสอบสวนตามหลักทั่วไปในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอันว่าด้วยการสอบสวนและให้เอาบันทึกเอกสารอื่นซึ่งได้มา อีกทั้งบันทึกและเอกส…

Supreme Court Judgment No. 7504/2561

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 142 เป็นกรณีที่ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สิน หรือเอกสารใด ๆ อันเจ้าพนักงานได้ยึด รักษาไว้หรือสั่งให้ส่งเพื่อเป็นพยานหลัก…

Supreme Court Judgment No. 3130/2556

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหาได้มีอำนาจที่จะตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐในความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม รายงานการสอบสวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติก็มิได้ชี้มู…

Supreme Court Judgment No. 15358/2555

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฟ้องในส่วนของจำเลยที่ 5 ถึง 8 แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ แม้จะอาศัยเหตุผลต่างกัน แต่ผลก็เท่ากับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ กรณีจึงต้องห้ามมิให้คู่ค…

Supreme Court Judgment No. 3509/2549

การวินิจฉัยสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องคดีของพนักงานอัยการมิใช่เป็นการวินิจฉัยว่าจำเลยมีความผิดหรือเป็นผู้บริสุทธิ์ดังเช่นกระบวนการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล แต่เป็นเพียงการวินิจฉัยมูลความผิดตามที่กล่าวหาเท่านั้น…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up