Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 272/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นผู้จัดการและเป็นพนักงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจำกัดโจทก์ตามลำดับโดยจำเลยที่ 2 อยู่ในความควบคุมของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 เป็นผู้ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ที่ 2 กระทำละเมิดโดยเบียดบังยักยอกเงินของสมาชิกโจทก์ซึ่งประสงค์จะซื้อหุ้นเพิ่มเติมและเงินที่สมาชิกโจทก์นำมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ แต่โจทก์ไม่บรรยายข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในฟ้องหรือในเอกสารท้ายฟ้องอันเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องว่าสมาชิกดังกล่าวเป็นผู้ใดประสงค์ซื้อหุ้นเพิ่ม หรือชำระหนี้รายละเอียดเท่าใด อันชัดเจนเพียงพอที่จะให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอย่างไร ทั้งเพียงพอที่จำเลยที่ 1 ที่ 3 เข้าใจและให้การต่อสู้คดีได้ ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ที่ 3 จึงขาดสารสำคัญตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 เป็นฟ้องเคลือบคลุม

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติจัดตั้งสหกรณ์พ.ศ. 2511 จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของโจทก์ตำแหน่งผู้จัดการมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการจัดเก็บเงินสะสมรายเดือน เงินหุ้นเงินฝาก จ่ายเงินกู้ จัดทำเอกสารเกี่ยวกับเงินกู้ ดำเนินการอย่างอื่นเกี่ยวกับเรื่องการให้กู้เงิน รับผิดชอบในการรับจ่ายเงินทั้งปวงของโจทก์ รวบรวมใบสำคัญและเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเงิน เก็บรักษาเงินสดของโจทก์รับผิดชอบการจัดทำบัญชีและอื่น ๆ จำเลยที่ 2 เป็นพนักงานของโจทก์มีหน้าที่เก็บสะสมเงินเงินหุ้น เงินฝาก เงินชำระหนี้และรับจ่ายเงิน เก็บรักษาเงินสดของโจทก์ในเขตอำเภอกาบเชิง ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้มอบหมายให้รับผิดชอบและอยู่ในความควบคุมดูแลของจำเลยที่ 1 มีจำเลยที่ 3 เป็นผู้ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 2 ต่อมาเมื่อเดือนสิงหาคม 2528คณะกรรมการตรวจสอบบัญชีพบว่า

ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนสิงหาคม2528 จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกันทุจริตรับเงินจากสมาชิกของโจทก์ซึ่งประสงค์จะซื้อหุ้นเพิ่มเติมจำนวน 7,400 บาทและรับเงินที่สมาชิกนำมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ จำนวน 113,500 บาทแล้วจำเลยทั้งสองไม่นำเงินส่งเข้าบัญชีของโจทก์ แต่ได้ร่วมกันลงบัญชีรายรับของโจทก์ว่าได้รับชำระหนี้จากสมาชิกดังกล่าวครบถ้วนแล้ว ทั้งได้ลงรายการว่าได้ขายหุ้นให้แก่สมาชิกแล้วจำนวน7,400 บาท ซึ่งจำเลยทั้งสองไม่ได้นำเงินส่งเข้าบัญชีของโจทก์เพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ และเป็นรายรับของโจทก์ กับร่วมกันเบียดบังเอาเงินจำนวน 120,900 บาท เป็นของจำเลยทั้งสองและจากการตรวจสอบบัญชีงบปีต่อเนื่องระหว่าง พ.ศ. 2527 และพ.ศ. 2528 พบว่า

จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันลงรายการแสดงยอดเงินในบัญชีลูกหนี้ของโจทก์ไม่ถูกต้องตรงกับความเป็นจริงโดยในพ.ศ. 2527 จำเลยทั้งสองได้รับชำระหนี้จากสมาชิกของโจทก์จำนวน33 รายการ เป็นเงิน 162,600 บาท แต่จำเลยทั้งสองไม่นำเงินส่งเข้าบัญชีของโจทก์แต่กลับแสดงบัญชีต่อคณะกรรมการดำเนินการว่าได้รับชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว และร่วมกันเบียดบังเอาเงินจำนวนดังกล่าวไปเป็นของจำเลยทั้งสองอันเป็นการทุจริต ขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้เงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า ฟ้องเคลือบคลุม เพราะไม่บรรยายฟ้องให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 หรือจำเลยที่ 2 กระทำการอย่างใด เมื่อใดและในลักษณะเช่นใด ในแต่ละครั้งที่เป็นการละเมิด ทั้งไม่แสดงหลักฐานที่แสดงว่า

การกระทำของจำเลยเป็นละเมิด ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 3 ให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ไม่ได้บรรยายโดยแจ้งชัดว่า เงินจากสมาชิกซึ่งประสงค์จะซื้อหุ้นเพิ่มเติมจำนวน 7,400 บาท และเงินที่สมาชิกนำมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์จำนวน 113,500 บาท ในปี 2528 และจำนวน 162,600 บาท ในปี 2527มีจำนวนกี่หุ้น หุ้นละเท่าใด จำนวนกี่ราย รายละเท่าใด ใครบ้างชำระให้เมื่อใดเป็นหนี้ค่าอะไร รับมาจากสมาชิกของโจทก์ซึ่งอยู่ในเขตใด เป็นหน้าที่อยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่โจทก์คนใดข้าง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ใช้เงิน 287,869.99 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 283,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีคงมีปัญหาเฉพาะจำเลยที่ 1 ที่ 3เพียงว่า ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ที่ 3 เคลือบคลุมหรือไม่พิเคราะห์คำฟ้องโจทก์มีใจความสำคัญว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นผู้จัดการและเป็นพนักงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุรินทร์ โจทก์ตามลำดับ ต่างมีหน้าที่เกี่ยวกับจัดเก็บเงินสะสมรายเดือนเงินหุ้น เงินฝาก เก็บรักษาเงินสดของสหกรณ์ โดยจำเลยที่ 2 อยู่ในความควบคุมของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 2 ต่อมาเดือนสิงหาคม 2528 กรรมการตรวจสอบบัญชีของโจทก์ตรวจสอบพบว่าตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนสิงหาคม 2528จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้ร่วมกันทุจริตรับเงินจากสมาชิกสหกรณ์โจทก์ ซึ่งประสงค์ซื้อหุ้นเพิ่มเติมจำนวน 7,400 บาท และรับเงินที่สมาชิกนำมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์

จำนวน 113,500 บาท แล้วไม่นำเงินส่งเข้าบัญชีของโจทก์ แต่ร่วมกันลงบัญชีรายรับของโจทก์ว่าได้รับชำระหนี้จากสมาชิกในจำนวนเงินดังกล่าว และพบว่าเมื่อพ.ศ. 2527 จำเลยทั้งสองได้รับชำระหนี้จากสมาชิกของโจทก์จำนวน33 ราย เป็นเงิน 162,600 บาท แล้วจำเลยทั้งสองเบียดบังเงินจำนวนดังกล่าวแต่แสดงบัญชีต่อคณะกรรมการดำเนินงานว่าได้รับชำระหนี้จากสมาชิกจำนวน 33 คน ครบถ้วน เห็นว่า โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 กระทำละเมิด โดยเบียดบังยักยอกเงินของสมาชิกโจทก์ซึ่งประสงค์จะซื้อหุ้นเพิ่มเติม และเงินที่สมาชิกโจทก์นำมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ แต่โจทก์ไม่ได้บรรยายข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในฟ้องหรือในเอกสารท้ายฟ้องอันเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องว่า

สมาชิกดังกล่าวเป็นผู้ใดประสงค์ซื้อหุ้นเพิ่ม หรือชำระหนี้รายละเท่าใด อันชัดเจนเพียงพอที่จะให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอย่างไร ทั้งเพียงพอที่จำเลยที่ 1 ที่ 3 เข้าใจและให้การต่อสู้คดีได้ ฟ้องโจทก์จึงขาดสารสำคัญตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172เป็นฟ้องเคลือบคลุม"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อากาศ บำรุงชีพ · ชลิต ประไพศาล · สมชัย ศิริบุตร
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4269/2565

แม้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจะมิได้ยกปัญหาว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นอ้างในคำให้การ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.ว…

Supreme Court Judgment No. 5323/2562

แม้จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ทำนองว่า การที่โจทก์ที่ 3 ไม่บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 6 กระทำละเมิดในทางการที่จ้างจึงขาดสาระสำคัญและศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ ทำให้การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1…

Supreme Court Judgment No. 14217/2558

โจทก์ได้บรรยายให้เห็นว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัย เรือ พ. จากบริษัท อ. จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองอู่ต่อเรือ จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการเรือ พ. มีหน้าที่ดูแลรักษาและซ่อมแซมเรือและเข้าร่วมซ่อมแซมเรือกับจำเ…

Supreme Court Judgment No. 9489/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยประมาทเลินเล่อขับรถบรรทุกชนท้ายรถโดยสาร ทำให้รถโดยสารที่โจทก์ครอบครองและใช้ประโยชน์อยู่ได้รับความเสียหาย เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น และ…

Supreme Court Judgment No. 5206/2552

ตามคำฟ้องโจทก์เป็นการบรรยายให้จำเลยรับผิดอันเนื่องมาจากการกระทำละเมิดของลูกจ้างตาม ป.พ.พ. มาตรา 425 เท่านั้น มิใช่ให้รับผิดจากการกระทำละเมิดของจำเลยเองตาม ป.พ.พ. มาตรา ป.พ.พ. มาตรา 420 หากคำฟ้องโจทก์ต…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up