Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2720/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความในคดีแพ่งนั้นเป็นความเท็จแต่มิได้เป็นข้อสำคัญในคดี พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้แจ้งชัดว่าจำเลยเบิกความเท็จมีความเห็นพ้อง ด้วยในผล พิพากษายืน ดังนี้กรณีไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218เนื่องจากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้ลงโทษจำคุกจำเลยแต่อย่างใดและคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อกฎหมาย กรณีจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 อีกเช่นกัน การพิจารณาคดีอาญาของศาลอุทธรณ์ไม่จำกัดอยู่เพียงในปัญหาที่คู่ความอุทธรณ์เท่านั้น ศาลอุทธรณ์มีอำนาจที่จะหยิบยกพยานหลักฐานข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายทั้งปวงที่ปรากฏในสำนวนขึ้นวินิจฉัยได้ทั้งสิ้น เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้แจ้งชัดว่าจำเลยกระทำความผิดดังที่โจทก์ฟ้อง ก็ชอบที่จะวินิจฉัยคดีไปตามนั้นและพิพากษายกฟ้องโจทก์เสียได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 ซึ่งมาตรา 215ให้นำมาใช้บังคับ โดยไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์เพราะย่อมไม่เป็นประโยชน์แก่คดีอย่างใด. (ความในวรรคแรกเป็นการวินิจฉัย มาตรา 220 ก่อนพ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 ใช้บังคับ).

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177, 180, 83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ข้อความที่จำเลยทั้งสองเบิกความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 9783/2523 ของศาลแพ่งดังที่โจทก์ฟ้องนั้นเป็นความเท็จแต่มิได้เป็นข้อสำคัญในคดี และจำเลยทั้งสองมิได้นำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีดังกล่าวแต่อย่างใด พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ว่า ข้อความที่จำเลยทั้งสองเบิกความในคดีดังที่โจทก์ฟ้องนั้นเป็นข้อสำคัญในคดีศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้แจ้งชัดว่าจำเลยทั้งสองเบิกความเท็จดังที่โจทก์ฟ้อง

มีความเห็นพ้องด้วยในผลของคำพิพากษาศาลชั้นต้นพิพากษายืนโจทก์ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นฟังว่าข้อความที่จำเลยทั้งสองเบิกความดังที่โจทก์ฟ้องเป็นความเท็จ และจำเลยทั้งสองมิได้อุทธรณ์การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกขึ้นวินิจฉัยอีกเป็นการไม่ชอบ และศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่า ข้อความที่จำเลยทั้งสองเบิกความเท็จเป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่ จึงขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยทั้งสองแก้ฎีกาว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และมาตรา 220นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีไม่ต้องตามมาตรา 218 ดังกล่าวเนื่องจากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้ลงโทษจำคุกจำเลยแต่อย่างใด และคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่า ข้อความที่จำเลยทั้งสองเบิกความอันเป็นเท็จมิได้เป็นข้อสำคัญในคดีนั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย กรณีจึงไม่ต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ดังกล่าวเช่นกัน โจทก์มีสิทธิฎีกาได้ในปัญหาตามฎีกาของโจทก์ที่ว่า การวินิจฉัยคดีของศาลอุทธรณ์เป็นการชอบหรือไม่นั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 185 ซึ่งตามมาตรา 215 ให้นำมาบังคับในชั้นศาลอุทธรณ์ด้วยนั้นบัญญัติว่า "ถ้าศาลเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิดก็ดี การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดก็ดี...ให้ศาลยกฟ้องโจทก์..."

ดังนั้นในการพิจารณาคดีอาญาของศาลอุทธรณ์จึงไม่จำกัดอยู่เพียงในปัญหาที่คู่ความอุทธรณ์เท่านั้น ศาลอุทธรณ์มีอำนาจที่จะหยิบยกพยานหลักฐาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายทั้งปวงที่ปรากฏในสำนวนขึ้นวินิจฉัยได้ทั้งสิ้น คดีนี้เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้แจ้งชัดว่า จำเลยทั้งสองเบิกความเท็จดังที่โจทก์ฟ้อง ก็ชอบที่จะวินิจฉัยคดีไปตามนั้น และพิพากษายกฟ้องโจทก์เสียได้ โดยไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่า ข้อความที่จำเลยทั้งสองเบิกความเป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่ เพราะย่อมไม่เป็นประโยชน์แก่คดีอย่างใด การพิจารณาพิพากษาของศาลอุทธรณ์จึงเป็นการชอบแล้วและคดีนี้ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ชัดว่าคำเบิกความของจำเลยทั้งสองดังกล่าวนั้นเป็นความเท็จเช่นนี้ จำเลยทั้งสองจึงไม่มีความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ไม่จำต้องวินิจฉัยว่าข้อความเหล่านั้นเป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เคียง บุญเพิ่ม
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

Supreme Court Judgment, B.E. 2565 (ref. 695952)

ความผิดฐานร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นซึ่งเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดเพื่อมิให้ถูกจับกุม ตาม ป.อ. มาตรา 189 นั้น ข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์และโจทก์ร่วมคงได้ความเพียงว่า ขณะที่จำเลยที่ 6 โทรศัพท์ให้ ช.…

Supreme Court Judgment No. 2824/2563

แม้ความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร ฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย และฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีโด…

Supreme Court Judgment, B.E. 2561 (ref. 638679)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 3 และที่ 5 ร่วมกับพวกฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าผู้อื่น ยิงปืนโดยใช่เหตุ และใช้อาวุธปืนซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดี…

Supreme Court Judgment No. 11473/2557

แม้ความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับจะต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง แต่เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยที่ 1 ซื้อเมทแอมเฟตามีนมาจากจำเลยที่ 2 และที่ 3 แล้วจึงนำ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up