Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2741/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ฎีกาของจำเลยทั้งสามมีใจความกล่าวถึงคำฟ้องคำให้การและศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าอย่างไรหาได้มีข้อความคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย กรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้จำเลยทั้งสามที่เข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐให้ปฏิบัติตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดถ้าจำเลยทั้งสามเพิกเฉยหรือไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องมีคำสั่งเป็นหนังสือให้จำเลยทั้งสามออกจากที่ดินนั้นภายในระยะเวลาที่กำหนดก็ต่อเมื่อเป็นการเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐก่อนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่96ใช้บังคับตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา9(1)ประกอบมาตรา108วรรคแรกแต่การครอบครองที่ดินของรัฐจำเลยทั้งสามเกิดขึ้นหลังจากวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่96ใช้บังคับการกระทำของจำเลยทั้งสามย่อมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา9(1),108ทวิในทันทีที่เข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐหาจำต้องให้พนักงานเจ้าหน้าที่กระทำการต่างๆดังกล่าวเสียก่อนไม่ ความผิดฐานเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐเกิดขึ้นตั้งแต่ขณะจำเลยทั้งสามเข้าไปยึดถือครอบครองและจะคงเป็นความผิดเช่นนั้นตลอดไปจนกว่าจำเลยทั้งสามจะออกไปเมื่อข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาฟังได้ว่าตามวันเวลาเกิดเหตุในฟ้องจำเลยทั้งสามยึดถือครอบครองที่ดินเกิดเหตุย่อมเป็นข้อเท็จจริงที่ตรงกับในฟ้องแม้ศาลอุทธรณ์จะฟังข้อเท็จจริงด้วยว่าก่อนหน้าวันเกิดเหตุตามฟ้องจำเลยทั้งสามได้เข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินเกิดเหตุต่อเนื่องกันมาจนถึงวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้องก็เป็นการฟังข้อเท็จจริงประกอบกันว่าจำเลยทั้งสามกระทำผิดตามวันเวลาที่โจทก์ฟ้องจริงหาใช่เป็นการฟ้องข้อเท็จจริงแตกต่างกับฟ้องไม่

Provisions the court ruled on

ป.วิ.อ. Section 216 ป.วิ.อ. Section 192 ป.ที่ดิน Section 9 ป.ที่ดิน Section 108 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 Section 11

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันบุกรุกเข้าไปปลูกสร้างอาคารบ้านพักและยึดถือครอบครองที่ดินอันเป็นสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกันและเป็นที่ดินของรัฐ โดยจำเลยทั้งสามมิได้มีสิทธิครอบครองและมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108, 108 ทวิประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และให้จำเลยกับบริวารของจำเลยออกจากที่ดินดังกล่าวด้วยจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9(1), 108 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ให้จำคุกคนละ 6 เดือน และปรับคนละ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้จำเลยทั้งสามและบริวารของจำเลยออกจากที่ดินที่เข้าไปยึดถือครอบครอง ข้อหาอื่นให้ยกจำเลย ทั้ง สาม อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 3 พิพากษายืนจำเลย ทั้ง สาม ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสามเฉพาะข้อ 1 ข้อ 2 ก. และ ข. แต่ปรากฏว่า ข้อ 1มีใจความกล่าวถึงคำฟ้องคำให้การและศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าอย่างไร หาได้มีข้อความคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 แต่ประการใดไม่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยปรากฏว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 3พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำเลยทั้งสามจำคุกคนละ 6 เดือน และปรับคนละ 6,000 บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 1 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ฟังข้อเท็จจริงมาว่า แม้จำเลยทั้งสามจะเคยเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินเกิดเหตุก่อนที่จำเลยทั้งสามจะร่วมกันปลูกสร้างบ้านเมื่อปี 2532 แต่ก็มีชาวบ้านอื่นมาทำประโยชน์ในที่ดินเกิดเหตุเช่นกัน

ไม่มีผู้ใดหวงกันแสดงตนเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียว การใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ในลักษณะเช่นนี้ ไม่อาจถือได้ว่าผู้ใดผู้หนึ่งยึดถือ ครอบครองเป็นของตน จนกระทั่งเมื่อจำเลยที่ 1ลงมือปลูกสร้างบ้านขึ้นในที่ดินเกิดเหตุ จึงเป็นการแสดงออกว่าจำเลยที่ 1 จะยึดถือ ครอบครองที่ดินเกิดเหตุเป็นของตนแต่เพียงผู้เดียว จำเลยที่ 1 ปลูกสร้างบ้านเมื่อปี 2532 การเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินเกิดเหตุของจำเลยที่ 1 เกิดขึ้นหลังจากมีประกาศใช้ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่29 กุมภาพันธ์ 2515 ดังนั้น ที่จำเลยทั้งสามฎีกาในข้อ 2 ก.ประการแรกว่า พยานหลักฐานโจทก์จำเลยรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1ยึดถือครอบครองที่ดินเกิดเหตุก่อนมีประกาศใช้ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 96 ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2515 นั้นเป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ส่วนที่จำเลยทั้งสามฎีกาในข้อเดียวกันประการต่อมาว่าการกระทำของจำเลยทั้งสามจะเป็นความผิดก็ต่อเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากพนักงานเจ้าหน้าที่ได้แจ้งเป็นหนังสือให้จำเลยทั้งสามปฏิบัติตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดเสียก่อน เมื่อจำเลยทั้งสามเพิกเฉยหรือไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบและพนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งเป็นหนังสือให้จำเลยทั้งสามออกจากที่ดินภายในระยะเวลากำหนดแล้วจำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยทั้งสามจึงจะมีความผิด แต่ฟ้องโจทก์ไม่ปรากฏข้อความดังกล่าวจึงลงโทษจำเลยทั้งสามไม่ได้ เพราะเป็นคำฟ้องที่ขาดองค์ประกอบความผิดนั้น เห็นว่า พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องกระทำดังจำเลยทั้งสามฎีกาก็ต่อเมื่อเป็นการเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐก่อนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 พ.ศ. 2515 ใช้บังคับ ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9(1)

ประกอบมาตรา 108วรรคแรก แต่การครอบครองที่ดินในที่เกิดเหตุของจำเลยทั้งสามในคดีนี้ เกิดขึ้นหลังจากวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 96 ใช้บังคับแล้วตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ฟังข้อเท็จจริงมา การกระทำของจำเลยทั้งสามย่อมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9(1),108 ทวิ ในทันทีที่จำเลยเข้าไปยึดถือ ครอบครองที่ดินในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นที่ดินของรัฐ หาจำต้องให้พนักงานเจ้าหน้าที่กระทำการต่าง ๆดังจำเลยทั้งสามฎีกาเสียก่อนไม่ที่จำเลยทั้งสามฎีกาในข้อ 2 ข. เป็นประการสุดท้ายว่าฟ้องโจทก์ระบุว่า จำเลยทั้งสามกระทำผิดระหว่างวันที่ 23 สิงหาคม2533 ถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2532 แต่โจทก์นำสืบว่าจำเลยที่ 1เข้าไปปลูกสร้างบ้านในที่ดินเกิดเหตุเมื่อปลายปี 2532 ซึ่งเห็นได้ว่า ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องทั้งข้อแตกต่างนั้นก็เป็นข้อสาระสำคัญและจำเลยทั้งสามหลงต่อสู้ด้วย

นอกจากนี้การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3วินิจฉัยว่าตามวันเวลาที่เกิดเหตุในฟ้องจำเลยทั้งสามยังคงปลูกสร้างบ้านในที่ดินเกิดเหตุอยู่ความผิดของจำเลยทั้งสามยังคงมีอยู่ตลอดระยะเวลาดังกล่าวเป็นข้อวินิจฉัยที่นอกเหนือจากพยานหลักฐานในสำนวนนั้น เห็นว่า ความผิดที่โจทก์ฟ้องเกิดขึ้นตั้งแต่ขณะจำเลยทั้งสามเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นที่ดินของรัฐ และจะคงเป็นความผิดเช่นนั้นตลอดไปจนกว่าจำเลยทั้งสามจะออกไปจากที่ดินเกิดเหตุ เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาฟังได้ว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุในฟ้องจำเลยทั้งสามยังคงยึดถือครอบครองที่ดินเกิดเหตุ ย่อมเป็นข้อเท็จจริงที่ตรงกับในฟ้องแม้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 จะฟังข้อเท็จจริงด้วยว่า

ก่อนหน้าวันเกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยทั้งสามได้เข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินเกิดเหตุตั้งแต่ปลายปี 2532 ต่อเนื่องกันมาจนถึงวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้องก็เป็นการฟังข้อเท็จจริงประกอบกันว่า จำเลยทั้งสามกระทำผิดตามวันเวลาที่โจทก์ฟ้องจริง หาใช่เป็นการฟังข้อเท็จจริงแตกต่างกับในฟ้องไม่ และการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวก็ไม่ใช่เป็นการวินิจฉัยที่นอกเหนือไปจากพยานหลักฐานในสำนวนดังจำเลยทั้งสามฎีกาแต่อย่างใดพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อำนวย สุขพรหม · ปรีชา นาคพันธุ์ · ระพินทร บรรจงศิลป
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2365/2563

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินที่เกิดเหตุเป็นที่ชายทะเล และอยู่นอกเขต น.ส. 3 ก. ของบิดาจำเลย โดยไม่ปรากฏว่าบุคคลใดมีเอกสารสิทธิในที่ดินดังกล่าว จึงถือว่าเป็นที่ดินของรัฐ โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษจำ…

Supreme Court Judgment No. 6616/2557

โจทก์บรรยายฟ้องว่า การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองป่าที่ดินภูเขากระโดน อันเป็นที่ดินของรัฐ โดยเป็นที่ราชพัสดุ กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ อยู่ในความครอบครองดูแลของกรมธน…

Supreme Court Judgment No. 7760/2556

คำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายองค์ประกอบความผิดตาม ป.ที่ดิน มาตรา 9 ไว้ชัดเจนว่า จำเลยเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน ทั้งนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมากิ่งอ…

Supreme Court Judgment No. 6788/2553

จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ทราบว่าจะชำระค่าปรับอย่างไรต่อศาลเพราะคำว่าได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นนั้นหมายความว่าอย่างไร ถึงจะถือว่าได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นนั้นที่เป็นวันครบกำห…

Supreme Court Judgment No. 6986/2546

คดีก่อนโจทก์เคยฟ้องจำเลยข้อหาบุกรุก ยึดถือครอบครองที่ดินสาธารณประโยชน์เนื้อที่ 9 ไร่เศษ โดยปลูกบ้านอยู่อาศัยและปลูกต้นไม้ยืนต้น ก่อนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2515 ใช้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up