คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องเรียกเงินซึ่งสามีจำเลยที่วายชนม์ไปแล้วเป็นหนี้โจทก์ ต่อมากรมพระนครสวรรค์วรพินิตวายชนม์ และยังไม่มีทายาทหรือผู้แทนที่จะเข้าปกปักษ์รักษาผลประโยชน์ของพระองค์ในครั้งนั้นศาลแพ่งสั่งว่า ตัวการตายแล้ว ตัวแทนไม่มีอำนาจฟ้องจึงพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่ศาลฎีกาตัดสินว่าโจทก์มีอำนาจดำเนินคดีตามมาตรา 828 จึงให้ศาลแพ่งดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปศาลแพ่งสอบโจทก์ ปรากฏว่าโจทก์เป็นโอรสของกรมพระนครสวรรค์จึงงดสืบพยานแล้วโจทก์ยื่นคำร้องว่า ศาลตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกกรมพระนครสวรรค์ จึงขอเข้าเป็นโจทก์แทนโจทก์เดิม ศาลแพ่งพิพากษาว่า เมื่อตัวการตายแล้วตัวแทนก็หมดอำนาจเท่ากับคดีไม่มีโจทก์ จะขอเข้าเป็นโจทก์แทนโจทก์เดิมย่อมทำไม่ได้โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตัวแทนมีอำนาจดำเนินคดีได้ตามมาตรา 828 และร้องขอเข้าเป็นโจทก์แทนได้ จึงอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์แทนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตัวแทนมีอำนาจฟ้องได้ตาม มาตรา 828 แม้ปรากฏว่าตัวแทนเป็นบุตรของตัวการ ก็ไม่ทำให้อำนาจของตัวแทนระงับไป เพราะตัวการอาจทำพินัยกรรมให้ผู้อื่นเป็นผู้จัดการมรดกหรือรับมรดกได้
Result
จึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์