Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2782/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ที่ดินที่จำเลยบุกรุกเข้าไปทำการก่นสร้าง แผ้วถาง เป็นที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ ย่อมเป็นข้อเท็จจริง หากไม่ใช่ป่าสงวนแห่งชาติจำเลยย่อมไม่มีความผิดและแม้จะเป็นป่าสงวนแห่งชาติแต่จำเลยเข้าก่นสร้าง แผ้วถางโดยไม่ทราบว่าเป็นป่าสงวนแห่งชาติจำเลยก็ไม่มีความผิด จำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 เป็นเพียงผู้รับจ้างเข้าทำไร่มันสำปะหลังให้จำเลยที่ 1 โดยสภาพพื้นที่เคยปลูกมันสำปะหลังมาก่อน จำเลยที่ 2ถึงที่ 7 ไม่อาจทราบได้ว่าเป็นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ทั้งโจทก์ไม่มีพยานคนใดเบิกความว่าจำเลยที่ 1 รู้ว่าเป็นป่าสงวนแห่งชาติและตามสภาพที่ดินก็ไม่มีต้นไม้ใหญ่กลับเป็นไร่มันสำปะหลังทั้งไม่มีป้ายแนวเขตว่าเป็นป่าสงวนแห่งชาติพฤติการณ์ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ทราบว่าที่เข้าไปก่นสร้าง แผ้วถางเป็นป่าสงวนแห่งชาติเช่นกัน

Provisions the court ruled on

ป.วิ.อ. Section 227 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ฯ Section 14 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ฯ Section 31

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 5, 11, 12, 18, 58, 62, 81 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33, 83, 91 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507มาตรา 4, 5, 6, 9, 14, 31 ให้ริบของกลางทั้งหมดจำเลยทั้งเจ็ดให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งเจ็ดมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14, 31 วรรคสี่ (ที่ถูกมาตรา 31วรรคสอง) ขณะกระทำผิดจำเลยที่ 6 อายุไม่เกิน 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1ถึงที่ 5 และที่ 7 คนละ 2 ปี จำคุกจำเลยที่ 6 มีกำหนด 1 ปีลงโทษจำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 ฐานเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองพ.ศ. 2522 มาตรา 11, 62, 81 ลดมาตราส่วนโทษสำหรับจำเลยที่ 6กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 แล้ว

จำคุกจำเลยที่ 4ที่ 5 และที่ 7 กระทงละ 2 เดือน จำคุกจำเลยที่ 6 กระทงละ 1 เดือนรวมลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 คนละ 2 ปี จำคุกจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 7 คนละ 2 ปี 4 เดือน จำคุกจำเลยที่ 6 มีกำหนด1 ปี 2 เดือน

จำเลยทั้งเจ็ดให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2และที่ 3 มีกำหนดคนละ 1 ปี จำคุกจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 7มีกำหนดคนละ 1 ปี 2 เดือน จำคุกจำเลยที่ 6 มีกำหนด 7 เดือนริบของกลางทั้งหมดจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยทั้งเจ็ดในข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติพ.ศ. 2507 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานป่าไม้เขตอำเภอทองผาภูมิเจ้าพนักงานตำรวจป่าไม้

สายตรวจป่าไม้จังหวัดและป่าไม้เขตได้ตรวจบริเวณป่าเขาพระฤาษี เขาบ่อแร่ ซึ่งเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติพบจำเลยทั้งเจ็ดกำลังดายหญ้าทำไร่มันสัมปะหลังอยู่ โดยจำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 เป็นผู้รับจ้างทำไร่มันสัมปะหลังให้จำเลยที่ 1เจ้าพนักงานจึงได้ทำการจับกุมจำเลยทั้งเจ็ดส่งพนักงานสอบสวนบริเวณที่จำเลยทั้งเจ็ดดายหญ้าอยู่ไม่มีสภาพเป็นป่า ไม่มีต้นไม้ใหญ่ มีร่องรอยการปลูกมันสัมปะหลังมานานแล้ว แต่ไม่มีการออกกฎหมายยกเลิกการเป็นป่าสงวนแห่งชาติปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์มีว่า จำเลยจะอ้างให้พ้นผิดโดยไม่ทราบว่าเป็นป่าสงวนแห่งชาติได้หรือไม่ เห็นว่า

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกก่นสร้าง แผ้วถางหรือยึดถือครอบครองป่าสงวนแห่งชาติฉะนั้นที่ดินที่จำเลยบุกรุกเข้าไปกระทำการก่นสร้าง แผ้วถางเป็นที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ ย่อมเป็นข้อเท็จจริงอย่างหนึ่ง ถ้าไม่ใช่ป่าสงวนแห่งชาติ จำเลยย่อมไม่มีความผิดและจะเป็นป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ย่อมอยู่ที่พยานหลักฐานของโจทก์หรือพฤติการณ์ว่าผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทราบว่าเป็นป่าสงวนแห่งชาติแล้วบุกรุกเข้าไปก่นสร้าง แผ้วถาง จึงจะมีความผิด เมื่อจำเลยเข้าไปกระทำการก่นสร้าง แผ้วถาง โดยไม่รู้ว่าเป็นป่าสงวนแห่งชาติแม้ความจริงจะเป็นป่าสงวนแห่งชาติ จำเลยย่อมไม่มีความผิด จำเลยสามารถอ้างว่าไม่ทราบว่าเป็นป่าสงวนแห่งชาติเพื่อให้พ้นผิดได้โดยเฉพาะคดีนี้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 เพียงแต่เป็นผู้รับจ้างเข้าทำไร่มันสัมปะหลังให้จำเลยที่ 1 โดยสภาพพื้นที่เคยปลูกมันสัมปะหลังมาก่อน

จำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 ไม่อาจทราบได้ว่าเป็นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และโจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 1 อ้างว่าได้เช่าที่ดินมาจากนายเครื่อง ปิงยศ และเพิ่งอ้างหลักฐานในชั้นศาลถ้ามีหลักฐานจริงน่าจะอ้างแต่ชั้นจับกุมนั้น เห็นว่าแม้จำเลยที่ 1 จะอ้างในชั้นศาลซึ่งอาจจะคิดว่าจำเลยที่ 1คงมีพิรุธ แต่ข้อสำคัญพยานโจทก์ที่จะพิสูจน์ว่าจำเลยที่ 1ทราบหรือไม่ว่าที่บุกรุกเข้าไปก่นสร้าง แผ้วถาง เป็นป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ โจทก์ไม่มีพยานคนใดเบิกความว่าจำเลยที่ 1 รู้ว่าเป็นป่าสงวนแห่งชาติ และตามพฤติการณ์ของสภาพที่ดินที่เข้าไปก่นสร้าง แผ้วถางก็ไม่มีต้นไม้ใหญ่กลับเป็นไร่มันสัมปะหลังทั้งไม่มีป้ายแนวเขตว่าเป็นป่าสงวนแห่งชาติเลย พฤติการณ์เช่นนี้ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ทราบว่าที่เข้าไปก่นสร้าง แผ้วถางเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ยกฟ้องจำเลยทั้งเจ็ดในข้อหานี้ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ก้าน อันนานนท์ · อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · อำนวย หมวดเมือง
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1911/2546

คำขอท้ายฟ้องที่ขอให้สั่งให้จำเลย คนงาน ผู้รับเหมา ผู้แทนและบริวารของจำเลยออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติเป็นคำขอในวิธีการอุปกรณ์ของโทษตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 31 วรรคสาม และพระราชบัญญั…

Supreme Court Judgment No. 4282/2540

จำเลยกระทำความผิดฐานบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครอง ก่นสร้าง และแผ้วถางป่าสงวนแห่งชาติ เนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ อันเป็นการกระทำให้เกิดการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ต้นน้ำลำธาร…

Supreme Court Judgment No. 633/2540

จำเลยทั้งสามร่วมกันทำไม้หวงห้ามในเขตป่าสงวนแห่งชาติและทำให้เสื่อมสภาพป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทคือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯมาตรา11,73วรรคสองโทษจำคุกตั้งแต่1ปีถึ…

Supreme Court Judgment No. 3153/2538

แม้ พระราชบัญญัติ ป่าสงวนแห่งชาติฯ มาตรา14จะห้ามมิให้บุคคลใด ยึดถือครอบครองที่ดินในเขต ป่าสงวนแห่งชาติ แต่ก็ใช้บังคับระหว่างรัฐกับราษฎรแต่ในระหว่างราษฎรด้วยกันผู้ที่ครอบครองใช้ประโยชน์อยู่ก่อนย่อมมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 1912/2523

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทำไม้โดยตัดฟันไม้ยาง กับจำเลยมีไม้ยางอันเป็นไม้หวงห้าม ยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต และคำขอท้ายฟ้องโจทก์ ได้ระบุอ้าง พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาต…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up