คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์คันหมายเลขทะเบียนก.ท.6 ม-8560 ได้ให้นางอุษาเช่าซื้อไป นางอุษาได้เอาประกันภัยรถคันดังกล่าวไว้แก่จำเลย หากรถคันดังกล่าวสูญหายไปจำเลยจะใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ ต่อมาในระหว่างอายุสัญญาประกันภัย รถยนต์คันดังกล่าวถูกคนร้ายลักไป จึงขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์จำเลยให้การว่า รถยนต์สูญหายไปเกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้เอาประกันภัย และผู้เอาประกันภัยมิได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนในทันที จำเลยไม่ต้องรับผิดขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ตามฟ้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามเงื่อนไขข้อ 1.5 ในกรมธรรม์ประกันภัยได้กำหนดหน้าที่ของผู้เอาประกันภัยไว้โดยชัดแจ้งว่า
เมื่อมีการกระทำผิดในทางอาญาซึ่งทำให้เกิดสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัย ผู้เอาประกันภัยจะต้องแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยไม่ชักช้า เมื่อรถยนต์ถูกคนร้ายลักไปนั้น นางอุษาแน่ใจทันทีว่านายสุรินทร์เป็นคนลัก นางอุษาได้ไปตามนายสุรินทร์ที่บ้านแต่ไม่พบ นางอุษาก็น่าจะทราบแน่ชัดแล้วว่าโอกาสที่จะติดตามเอารถคืนมาเป็นการยาก สมควรที่นางอุษาจะต้องแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในโอกาสแรกที่รู้ว่ารถถูกลักไป การปล่อยให้เวลาล่วงเลยมานานถึง 14 วันจึงแจ้งความนั้นอาจเกิดผลเสียหายแก่จำเลยได้ จึงถือไม่ได้ว่าผู้เอาประกันภัยได้ปฏิบัติถูกต้องตามเงื่อนไขแห่งกรมธรรม์ประกันภัย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์พิพากษายืน