Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2795/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าผู้เสียหายก่อเหตุเข้าทำร้ายจำเลยจำเลยแกว่งขวดแตกไปมาเพื่อป้องกันตัวขวดไปถูกผู้เสียหายครั้งเดียว เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ไม่มีความผิดพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยโกรธใช้ขวดแทงผู้เสียหายไม่เข้าลักษณะป้องกันจำเลยมีเจตนาเพียงทำร้ายไม่มีเจตนาฆ่า พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ดังนี้ เท่ากับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยอาศัยข้อเท็จจริงโจทก์ฎีกาว่าจำเลยใช้ขวดแตกแทงผู้เสียหายที่หน้าอกอาจทำให้ถึงตายได้ เป็นการกระทำโดยเจตนาขอให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ศาลฎีกา ไม่รับ วินิจฉัย

Provisions the court ruled on

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ลงโทษจำคุก 1 ปี ของกลางริบโจทก์จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "พิเคราะห์ฎีกาโจทก์และพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยโดยตลอดแล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าผู้เสียหายเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อน และรุกรานเข้าทำร้ายจำเลยจำเลยแกว่งขวดแตกไปมาเพื่อป้องกันตัว ขวดไปถูกผู้เสียหายครั้งเดียวแล้วจำเลยเดินหนีไป การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยโกรธผู้เสียหายจึงใช้ขวดของกลางแทงเอา

ไม่เข้าลักษณะป้องกันตามกฎหมาย จำเลยมีเจตนาเพียงทำร้ายไม่มีเจตนาฆ่า พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 เห็นว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ต่างวินิจฉัยข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยไม่มีเจตนาฆ่า ซึ่งมีผลเท่ากับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยอาศัยข้อเท็จจริง โจทก์ฎีกาว่าจำเลยใช้ขวดแตกเป็นรูปปากฉลามแหลมคมเป็นอาวุธร้ายแรงตามสภาพแทงผู้เสียหายที่บริเวณหน้าอกอาจทำให้ถึงตายได้ เป็นการกระทำโดยเจตนาขอให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่นนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คดีมีปัญหาเฉพาะฎีกาของจำเลยว่า

การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุตามกฎหมายหรือไม่ ในปัญหาดังกล่าวข้อเท็จจริงยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ฟังได้ว่าผู้เสียหายมีบาดแผลที่หน้าอกขวาบริเวณช่องซี่โครงที่สี่แผลยาว 6 นิ้ว ลึกถึงเยื้อหุ้มปอด มีเลือดไหลออกจาก ปอดเข้าไปในบริเวณเยื้อหุ้มปอด ดังปรากฏตามผลการตรวจพิสูจน์บาดแผลของแพทย์ท้ายฟ้องอันเกิดจากการกระทำของจำเลย ผู้เสียหายรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 12 วัน แล้วกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านอีกประมาณ 1 เดือนแผลจึงหาย อันเป็นการเจ็บป่วยประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินยี่สิบวันมูลเหตุที่จะเกิดคดีนี้ผู้เสียหายเบิกความว่าก่อนเกิดเหตุผู้เสียหาย จำเลยกับพวกต่างร่วมวงดื่มสุรากันจนเมาจากที่อื่นแล้ว และพากันไปดื่มสุราต่อที่บ้านนายคำมีอีก

ทุกคนมีอาการเมาสุรา มีการปาขวดสุรา ผู้เสียหายจับขวดสุรามากระแทกกับพื้นดินขวดไม่แตก จำเลยแย่งเอาขวดไปกระแทกกับเสาขวดแตกเป็นปากฉลาม แล้วจำเลยใช้ขวดนั้นแทงหน้าอกผู้เสียหาย แต่กลับตอบคำถามค้านสมคำเบิกความของจำเลยว่า เมื่อผู้เสียหายเอาขวดกระแทกพื้นดินไม่แตกแล้วขวดแกว่งไปชนเสาแตก จำเลยแย่งเอาขวดนั้นไปและแกว่งขวดห้ามไม่ให้ผู้เสียหายเข้าไป ผู้เสียหายเข้าไปแย่งขวดคืน ขวดจึงบาดเอา ซึ่งจำเลยเบิกความว่า จำเลยแย่งขวดจากผู้เสียหายโดยจับคอขวดกระชากมาอย่างแรง ขวดไปกระทบเสาแตก ผู้เสียหายชกหน้าจำเลย จำเลยแกว่งขวดป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายเข้ามาทำร้ายอีก ขวดจะถูกผู้เสียหายตรงไหนจำเลยไม่ทราบ นายคำมีเบิกความว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงผู้เสียหายกับจำเลยทะเลาะกัน และนายอ่อนเบิกความว่าผู้เสียหายรินสุราหกจำเลยไม่พอใจเกิดโต้เถียงกัน

ได้พิจารณาคำเบิกความดังยกขึ้นกล่าวประกอบจำนวนสุราที่ผู้เสียหาย จำเลยกับพวกตั้งวงดื่มกันที่บ้านนายหนูหมดไป 6 ขวด ที่บ้านนายชาย 1 ขวด แล้วยังไปดื่มต่อที่บ้านนายคำมีอีก เชื่อว่าเหตุเกิดขึ้นเพราะผู้เสียหายกับจำเลยต่างเมาสุราแล้วโต้เถียงทะเลาะกัน ส่วนคำเบิกความของผู้เสียหายเห็นว่าจะฟังเอาเป็นแน่นอนประการใดไม่ได้ว่าบาดแผลของผู้เสียหายนั้นเกิดจากจำเลยแทงหรือเพราะผู้เสียหายเข้าไปแย่งขวดสุราที่แตกขณะที่จำเลยกวัดแกว่งอยู่แล้วขวดบาดเอา เหตุที่เป็นดังนี้อาจเป็นเพราะขณะเกิดเหตุผู้เสียหายเมาจนจำเหตุการณ์ไม่ได้ หรือมิฉะนั้นก็เพราะผู้เสียหายได้รับค่าสินไหมทดแทนจำนวน 9,500 บาทจากจำเลยจนเป็นที่พอใจแล้ว จึงตอบคำถามค้านให้สมข้อต่อสู้ของจำเลยเสียเลย

ศาลต้องพิจารณาหาความจริงในข้อนี้ จากคำเบิกความของนยแพทย์วีระผู้ตรวจรักษาผู้เสียหายประกอบรายงานการตรวจพิสูจน์บาดแผลท้ายฟ้อง ปรากฏว่าผู้เสียหายมีบาดแผลที่หน้าอกขวาตรงช่องซี่โครงที่สี่ยาว 6 นิ้ว ลึกถึงช่องเยื้อหุ้มปอด ซึ่งไม่ถูกซี่โครงเลยหากเป็นบาดแผลเกิดจากจำเลยกวัดแกว่งขวดแตกบาดแผลน่าจะถูกซี่โครงบ้าง ลักษณะบาดแผลของผู้เสียหายเช่นนี้เชื่อว่าเกิดจากจำเลยแทงอันมีสาเหตุมาจากโต้เถียงทะเลาะกันดังวินิจฉัยแล้ว การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายถึงสาหัสจำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุก 1 ปี

สาเหตุเกิดจากการเมาสุราด้วยกันทั้งสองฝ่ายแล้วทะเลาะวิวาทกันในวงสุรานั้นเอง โดยไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน ซึ่งผู้เสียหายก็มีส่วนก่อเหตุอยู่ด้วยดังศาลอุทธรณ์วินิจฉัย และจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้เป็นเงิน 9,500 บาทจนเป็นที่พอใจผู้เสียหาย ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความแก่จำเลยตามหลักฐานเอกสารหมาย ล.1ทั้งจำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน มีอาชีพทำนาเป็นหลักเป็นฐานควรเปิดโอกาสให้จำเลยสักครั้งหนึ่ง เพื่อกลับตนเป็นพลเมืองดีต่อไป"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนดสามปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
ยนต์ พิรวินิจ · อุดม บรรลือสินธุ์ · พจน์ บุญเลี้ยง
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 713891)

ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด และมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ฎีกา ถือว่าเป็นดุลพินิจเด็ดขาดของผู้พิพากษาผู้นั้…

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 713890)

โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งงดสืบพยานโจทก์ ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 แล้วมีคำสั่งให้ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งห้าและมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีต่อไป เป็นฎี…

Supreme Court Judgment, B.E. 2563 (ref. 649867)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 2 ข้อ 4.1 และ 4.2 ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 โจทก์ที่ 2 ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 3 และที่ 4…

Supreme Court Judgment No. 8488/2561

คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 ข้อห้ามมิให้ฎีกาเช่นว่านี้ ย่อมห้ามมิให้ฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย เว้นแต่ผู้พิพ…

Supreme Court Judgment No. 8261/2561

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 288, 80, 83 กับร่วมกันมีอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด โดยไม่มีหมายเลขทะเบียนและมีกระสุนปืนไม่ทราบชนิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up