Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2809/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คดีที่ศาลฎีกาพิพากษาเพียงว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์มีสิทธิ ครอบครองที่พิพาท ให้เพิกถอน น.ส.3ก.สำหรับที่ พิพาทซึ่งมีชื่อจำเลย มิได้พิพากษาให้จำเลยออกจากที่ พิพาท ศาลชั้นต้นจะออกคำบังคับให้จำเลยออกจากที่พิพาท ภายในกำหนด 30 วันไม่ได้ เพราะเป็นการ ออกคำบังคับเกิน กว่าคำพิพากษาศาลฎีกา แม้คดีนี้จะเป็นคดีฟ้องเรียก อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(1) บัญญัติว่า 'ให้พึงเข้าใจว่าเป็นประเภทเดียวกับ ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลย ถ้าศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี เมื่อศาล เห็นสมควรศาลจะมีคำสั่งให้ขับไล่จำเลยก็ได้' ย่อม หมายความว่า ศาลจะต้องเห็นสมควรและมีคำสั่งไว้ ขณะเมื่อมี คำพิพากษา หรือคำสั่งชี้ขาดคดี โดยเฉพาะคดีนี้โจทก์เป็นยายจำเลยโจทก์อาจประสงค์ให้ที่ดินตามน.ส.3 ก ที่พิพาทซึ่งมีชื่อจำเลยกลับมา เป็นชื่อของโจทก์เท่านั้น โดยไม่ประสงค์จะขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาท จึงมิได้มีคำขอท้ายฟ้องให้ ขับไล่จำเลยในขณะที่ยื่นฟ้อง ฉะนั้นที่ ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้จำเลยออกจากที่พิพาทภายใน 30 วัน จึงไม่ ชอบด้วยกฎหมาย

Provisions the court ruled on

เนื้อความคำพิพากษา

กรณีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์โจทก์สิทธิครอบครองที่พิพาท ให้เพิกถอน น.ส. 3 ก. สำหรับที่พิพาทซึ่งมีชื่อจำเลย ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้จำเลยออกจากที่พิพาทภายใน 30 วันครบกำหนดตามคำบังคับจำเลยและบริวารไม่ยอมออก ศาลชั้นต้นหมายเรียกจำเลยและบริวารมาสอบถาม จำเลยแถลงว่าตามคำพิพากษาของศาลไม่ได้พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารให้ออกไปจากที่พิพาทนางยานผู้เข้ามาเป็นคู่ความแทนโจทก์แถลงว่าหากจำเลยและบริวารจะอยู่ในที่พิพาทต่อไปอีก 30 วัน ก็ไม่ขัดขวางศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาทภายในกำหนด 30 วันจำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142 บัญญัติว่า

"คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลที่ชี้ขาดคดีต้องตัดสินตามข้อหาในคำฟ้องทุกข้อ แต่ห้ามมิให้พิพากษาหรือทำคำสั่งให้สิ่งใด ๆ เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง เว้นแต่ (1) ในคดีฟ้องเรียกอสังหาริมทรัพย์ ให้พึงเข้าใจว่าเป็นประเภทเดียวกับฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยถ้าพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะมีคำสั่งให้ขับไล่จำเลยก็ได้ คำสั่งศาลเช่นว่านี้ให้ใช้บังคับตลอดถึงวงศ์ญาติทั้งหลายและบริวารของจำเลยที่อยู่บนอสังหาริมทรัพย์นั้น ซึ่งไม่สามารถแสดงอำนาจพิเศษให้ศาลเห็นได้" เห็นว่า คดีนี้ศาลฎีกาพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์มีสิทธิครอบครองที่พิพาทให้เพิกถอน น.ส. 3 ก.สำหรับที่พิพาทซึ่งมีชื่อจำเลย มิได้พิพากษาให้จำเลยออกจากที่พิพาทฉะนั้นศาลชั้นต้นจะออกคำบังคับให้จำเลยออกจากที่พิพาทภายในกำหนด30 วันไม่ได้

เพราะเป็นการออกคำบังคับเกินกว่า คำพิพากษาศาลฎีกา จริงอยู่แม้คดีนี้จะเป็นคดีฟ้องเรียกอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(1) บัญญัติว่า "ให้พึงเข้าใจว่าเป็นประเภทเดียวกับฟ้อง่ขอให้ขับไล่จำเลย ถ้าศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีเมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะมีคำสั่งให้ขับไล่จำเลยก็ได้" ย่อมหมายความว่าศาลจะต้องเห็นสมควรและมีคำสั่งไว้ขณะเมื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดี มิฉะนั้นแล้วในชั้นบังคับคดีก็จะเกิดโต้เถียงกันไม่มีที่สิ้นสุด โดยเฉพาะคดีนี้โจทก์เป็นยายจำเลยโจทก์อาจประสงค์เพียงให้ที่ดิน น.ส.3 ก. ที่พิพาทซึ่งมีชื่อจำเลยกลับมาเป็นชื่อของโจทก์เท่านั้น โดยไม่ประสงค์จะขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาท จึงมิได้มีคำขอท้ายฟ้องให้ขับไล่จำเลยในขณะยื่นฟ้อง ฉะนั้นที่ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้จำเลยออกจากที่พิพาทภายในกำหนด 30 วัน และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนมานั้น จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายพิพากษากลับ ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ออกคำบังคับให้จำเลยออกจากที่พิพาทภายใน 30 วัน

Matter details

Panel of judges
ชลูตม์ สวัสดิทัต · สุรัช รัตนอุดม · จุนท์ จันทรวงศ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 10011/2558

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดต่อโจทก์โดยชำระหนี้ตามสัญญากู้และโจทก์ประสงค์บังคับจำนองเอาแก่ที่ดินตามฟ้องซึ่งเป็นหลักประกัน อันเป็นการกล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะลูกหนี้แห่…

Supreme Court Judgment No. 5091/2552

โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินจำนองที่พิพาทของจำเลยเพื่อบังคับคดี ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ร้องและให้จำเลยมีชื่อในทะเบียนที่ดินแทน และผู้ร้องฟ้องจำเลยให้โอนที่ดินคืนผู้ร…

Supreme Court Judgment No. 7102/2546

ตามสัญญายอมระหว่างโจทก์กับจำเลยมีใจความสำคัญว่า จำเลยจะขนย้ายบริวารออกไปจากที่ดินที่เช่าและส่งมอบที่ดินคืนแก่โจทก์ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2539 ดังนี้ เมื่อล่วงพ้นเวลาดังกล่าวและยังมีผู้อาศัยในสิ่งปลูก…

Supreme Court Judgment No. 1304/2543

แม้ข้อเท็จจริงจะรับฟังได้ตามที่จำเลยที่ 1 กล่าวอ้างว่า คดีอยู่ระหว่างจำเลยที่ 1 ผ่อนชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลพิพากษาตามยอมและจำเลยที่ 1 ยังมิได้ผิดนัด การที่โจทก์มีหนังสือขอให้ศาลจังหว…

Supreme Court Judgment No. 4933/2541

ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ5,000 บาท นับแต่วันฟ้อง จนกว่าจำเลยจะเลิกผลิตและจำหน่ายน้ำปลาเครื่องหมายการค้าที่พิพาทเมื่อปรากฏว่าหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาคดีเดิมแล้ว จำเลยยังคงใช้เครื่องหม…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up