คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นแพทย์แผนปัจจุบันชั้น ๒ บังอาจมีปรอทได้จำหน่ายโดยไม่มีอำนาจขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. การแพทย์ พ.ศ.๒๔๖๖ มาตรา ๑๙ แลกฎกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๒ ข้อ ๒๙ จำเลยรับว่าได้จำหน่ายปรอทจริง แต่ต่อสู้ว่าเป็นปรอทตะกั่วน้ำ สำหรับทากะจกเงาแลเขาตรอกปากศพกันเน่ามิใช่เป็นของต้องห้ามตามพระราชบัญญัติ วันนัดพิจารณาศาลสอบถามจำเลย ๆ แถลงรับดังที่ให้การไว้แล้ว ศาลจึงสั่งงดสืบพะยานโจทก์จำเลยแลพิพากษาให้ปรับจำเลย
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่าไม่เป็นผิดตามพระราชบัญญัติแลกฎกระทรวงที่โจทก์อ้าง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าตามกฎกระทรวงข้อ ๒๙ (ข) มีใจความว่า ผู้ประกอบโรคศิลปจะใช้ยาในบัญชีท้ายกฎนี้ผสมด้วยไม่ได้ แลจะขายหรือจำหน่ายหรือสั่งตั้งหรือขายยาแผนปัจจุบันไม่ได้ เว้นแต่ยาตามบัญชียาตำราหลวงของโอสถศาลารัฐบาลแลบัญชีท้ายกฎกระทรวงมีปรอทอยู่ด้วย ข้อวินิจฉัยจึงมีว่าจำเลยขายปรอทตะกั่วน้ำสำหรับทำกะจกเงาแลตรอกปากศพกันเน่า จำเลยไม่ได้ขายเป็นยาหรือผสมยาขาย จำเลยจะมีผิดหรือไม่ แลยาแผนปัจจุบันกับยาตามบัญชีตำราหลวงของโอสถศาลารัฐบาลนั้นเป็นยาชนิดใดกฎกระทรวงไม่ได้ความชัดพอ แลบุคคลธรรมดาจะขายปรอทได้หรือไม่ก็ไม่มีกฎหมายห้าม คดีนี้โจทก์จำเลยก็ยังขอสืบพะยานอยู่จึง
Result
พิพากษาให้ศาลเดิมสืบพะยานโจทก์จำเลยให้สิ้นกระแสความแล้วตัดสินใหม่ตามรูปความ