Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2811/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยได้รับแบบแจ้งการประเมินภาษีเพิ่มเติมตามฟ้องแล้วยื่นอุทธรณ์การประเมินอากรขาเข้าต่ออธิบดีกรมศุลกากรเกินกำหนด 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมินตามพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 มาตรา 112 ทวิ วรรคท้าย และไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ตามประมวลรัษฎากร หรือหากจะถือว่าอุทธรณ์ของจำเลยที่ยื่นต่ออธิบดีกรมศุลกากรเป็นอุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าด้วยในฐานะที่กรมศุลกากรเป็นเจ้าหน้าที่เรียกเก็บภาษีการค้าเพื่อกรมสรรพากร การยื่นอุทธรณ์ภาษีการค้าของจำเลยก็เกินกำหนด 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30 เช่นกัน อุทธรณ์การประเมินของจำเลยจึงเป็นอุทธรณ์ที่จะรับไว้วินิจฉัยไม่ได้จึงไม่มีข้อวินิจฉัยหรือผลการพิจารณาอุทธรณ์ที่จะแจ้งให้จำเลยทราบ และเมื่อจำเลยไม่ชำระค่าอากรขาเข้าและภาษีการค้าตามที่เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์เรียกเก็บโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ จำเลยมิได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย จำเลยย่อมหมดสิทธิที่จะโต้แย้งคัดค้านว่าการประเมินภาษีเพิ่มเติมของโจทก์ไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 55 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 Section 112 ป.รัษฎากร Section 30 ป.รัษฎากร Section 78

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ สั่งสินค้าประเภทคอนเดนเซอร์เข้ามาในประเทศไทยโดยยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าและเอกสารประกอบสำแดงจำนวนสินค้าว่ามีราคาแท้จริง ๒๐๖,๔๐๒.๐๗ บาทและได้เสียค่าอากรขาเข้าภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาล รวมทั้งสิ้น ๘๔,๓๙๕.๕๐ บาท พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ได้ดำเนินการตีราคาสินค้าใหม่เป็นเงิน ๑,๑๔๔,๙๙๙.๖๖ บาท เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์จึงได้ประเมินภาษีสินค้าทั้งหมดของจำเลยที่ ๑ ใหม่ และแจ้งให้เสียเพิ่มเป็นเงิน ๓๗๖,๘๒๓.๗๗ บาท จำเลยที่ ๑ ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินแล้วไม่ชำระค่าภาษีอากรดังกล่าวภายในกำหนด และไม่อุทธรณ์การประเมิน จำเลยที่ ๑ จึงต้องเสียเงินเพิ่มตามกฎหมาย รวมเป็นเงินที่จำเลยที่ ๑ ต้องชำระให้โจทก์ทั้งสิ้น ๖๗๘,๔๔๑.๖๔ บาทจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิด และหุ้นส่วนผู้จัดการต้องร่วมรับผิดด้วย ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยเงินเพิ่มอากรขาเข้า เงินเพิ่มภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ สั่งและนำสินค้าเข้ามาในประเทศไทยโดยชำระภาษีครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว การประเมินภาษีของเจ้าพนักงานประเมินไม่ถูกต้อง จำเลยที่ ๑ ได้อุทธรณ์การประเมินต่อโจทก์แล้ว โจทก์มิได้พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย ขณะจำเลยที่ ๑ สั่งสินค้าตามฟ้องเข้ามาจำเลยที่ ๒ ยังมิได้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องและไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินเพิ่ม ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้อง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ได้รับแบบแจ้งการประเมินภาษีเพิ่มเติมตามฟ้องไว้แล้วตั้งแต่วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๑๘ เมื่อปรากฏตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ ตามเอกสารหมาย ล.๑ ว่าจำเลยที่ ๑ ยื่นอุทธรณ์การประเมินเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๑๘ จำเลยที่ ๑ จึงยื่นอุทธรณ์การประเมินอากรขาเข้าเกินกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมินตามพระราชบัญญัติศุลกากรพุทธศักราช ๒๔๖๙ มาตรา ๑๑๒ ทวิ วรรคท้าย แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๒๙ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ทั้งนี้โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ ได้ยื่นอุทธณ์การประเมินภาษีการค้าต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากรแต่ประการใด อย่างไรก็ดีหากจะถือว่าอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ ตามเอกสารหมาย

ล.๑ ที่ยื่นต่ออธิบดีกรมศุลกากร เป็นการยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าด้วยในฐานะที่กรมศุลกากรเป็นเจ้าหน้าที่เรียกเก็บภาษีการค้าเพื่อกรมสรรพากรตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๘ ทวาทศการยื่นอุทธรณ์ภาษีการค้าของจำเลยที่ ๑ ดังกล่าวก็เกินกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๓๐ เช่นกัน อุทธรณ์การประเมินของจำเลยที่ ๑ ตามเอกสารหมาย ล.๑ จึงเป็นอุทธรณ์ที่ทั้งอธิบดีกรมศุลกากรและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากร จะรับไว้วินิจฉัยไม่ได้ตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น จึงไม่มีข้อวินิจฉัยหรือผลของการพิจารณาอุทธรณ์ที่อธิบดีกรมศุลกากรจะแจ้งให้จำเลยที่ ๑ ทราบตามกฎหมายดังที่จำเลยทั้งสองฎีกา และเมื่อจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระค่าอากรขาเข้าและภาษีการค้าตามที่เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ประเมินเรียกเก็บโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองได้

ส่วนประเด็นข้อ ๒ นั้น เมื่อจำเลยที่ ๑ มิได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย จำเลยที่ ๑ ย่อมหมดสิทธิที่จะโต้แย้งคัดค้านว่าการประเมินภาษีเพิ่มเติมของโจทก์ไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายอีก

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ปรีชา พานิชวงศ์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
Lower court
ศาลแพ่ง - นายส่งศักดิ์ เปรมวุติ
ศาลอุทธรณ์ - นายเดือน จิตรกร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 11002/2554

จำเลยมิได้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 112 ฉ ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 7(1) และมาต…

Supreme Court Judgment No. 4356/2536

โจทก์นำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นเที่ยวแรกและเที่ยวที่สองเรียกว่าคอมเบิลเพลทส่วนเที่ยวที่สามเรียกว่ารีรอยเลเบิล สต๊อก เพลทเป็นสินค้าที่มีลักษณะแตกต่างกันจึงควรมีราคาไม่เท่ากัน ดังนั้นราคาแท้จริงในท้องตลาดจึง…

Supreme Court Judgment No. 4794/2533

พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 112 ทวิวรรคสามเป็นเพียงข้อกำหนดว่าอาจอุทธรณ์ได้ ถ้ามิได้อุทธรณ์ก็มิได้ตัดสิทธิในการฟ้องคดี เมื่อมีการอุทธรณ์แล้วแม้จะมิได้พิจารณาอุทธรณ์หรือพิจารณาไม่เสร็จก็มิได้ห้ามมิใ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2561 (ref. 626222)

การที่พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องจำเลยในข้อหาสำแดงเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงอากรเป็นเรื่องที่พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งสำนวนไปตามพยานหลักฐานเท่าที่ปรากฏในสำนวนการสอบสวน อันเป็นขั้นตอนในชั้นสอบสวนคดี…

Supreme Court Judgment No. 4496/2555

ข้อจำกัดในอำนาจฟ้องตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 8 ต้องเป็นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้ต้องอุทธรณ์การประเมิน ซึ่งในคดีนี้ แม้ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 30 บัญญัติให้ต้องอุ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up