Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2818/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

สัญญาร่วมหุ้นระหว่างโจทก์กับจำเลยข้อ 4 ระบุว่าคู่สัญญาตกลงแบ่งผลประโยชน์ในการดำเนินกิจการฝ่ายละครึ่งหนึ่งของผลกำไรสุทธิหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วในวันสุดท้ายของแต่ละเดือน โดยจำเลยจะจ่ายเงินขั้นต่ำ 35,000 บาท ต่อเดือน ให้โจทก์ภายในวันที่ 15 ของแต่ละเดือนเพื่อเป็นประกันผลกำไรตามที่ได้ตกลงกันไว้เป็นระยะเวลา 28 เดือน และข้อ 6 ระบุว่าหากจำเลยผิดสัญญาข้อ 4 ในเดือนใดก็ตาม เงินที่ค้างจ่ายนั้นจะต้องยกยอดไปเดือนถัดไปบวกกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 2 หากจำเลยไม่จ่ายเงินประกันผลกำไรเป็นเวลาติดต่อกัน 3 เดือน ย่อมมีผลให้สัญญาร่วมหุ้นนี้สิ้นสุดลงทันที แสดงว่าเงินที่โจทก์จะได้รับจากจำเลยในแต่ละเดือนมีลักษณะเป็นการแบ่งผลกำไรและประกันผลกำไร และเป็นเงื่อนไขสำคัญในการสิ้นสุดลงของสัญญา มิได้มีลักษณะเป็นค่าจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5 ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงไม่ใช่นายจ้างและลูกจ้างกัน

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าจ้างรวมจำนวน 1,086,781 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยขาดนัด ศาลจึงให้พิจารณาคดีไปฝ่ายเดียว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบว่า โจทก์ร่วมหุ้นกับจำเลยเปิดร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่รวม 3 ร้าน โดยโจทก์ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารจัดการร้าน แล้ววินิจฉัยว่าสัญญาร่วมหุ้นระหว่างโจทก์กับจำเลยในการประกอบกิจการร้านอินเตอร์เน็ต มีลักษณะเป็นการร่วมลงทุนประกอบธุรกิจในรูปแบบของห้างหุ้นส่วนเพื่อแบ่งปันผลกำไรที่ได้จากกิจการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1012 หาได้มีความสัมพันธ์ในลักษณะนายจ้างลูกจ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 ไม่ ทั้งตามสัญญาดังกล่าวข้อ 3 ระบุว่า ในการบริหารงานของร้านอินเตอร์เน็ต โจทก์จำเลยต้องให้ความเห็นชอบร่วมกันในการดำเนินกิจการที่เกี่ยวข้องกับร้าน

นั้น จำเลยหาได้มีฐานะเป็นนายจ้างโจทก์อันมีอำนาจบังคับบัญชาให้โจทก์ทำงานตามที่ได้รับมอบหมายไม่ ข้อ 4 ระบุว่า คู่สัญญาตกลงแบ่งผลประโยชน์ในการดำเนินกิจการฝ่ายละครึ่งหนึ่งจากผลกำไรสุทธิหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วในวันสุดท้ายของแต่ละเดือน โดยจำเลยจะจ่ายเงินขั้นต่ำ 35,000 บาท ต่อเดือน ให้โจทก์ภายในวันที่ 15 ของแต่ละเดือนเพื่อเป็นประกันผลกำไรตามที่ได้ตกลงกันไว้เป็นระยะเวลา 28 เดือน การปันผลกำไรงวดแรกเริ่มวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2550 นั้น เงินที่จำเลยต้องจ่ายให้โจทก์ตามสัญญาร่วมหุ้นมีลักษณะเป็นเงินส่วนแบ่งกำไรและประกันผลกำไรในการร่วมลงทุนระหว่างโจทก์จำเลย หาได้เป็นการจ่ายเงินค่าจ้างเพื่อตอบแทนการทำงานของโจทก์ตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5 หรือเป็นการจ้างแรงงานโจทก์โดยมีจำเลยเป็นนายจ้างไม่

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า สัญญาร่วมหุ้นระหว่างโจทก์จำเลยรวมการจ้างแรงงาน โดยจำเลยตกลงให้โจทก์เป็นผู้จัดการมีอำนาจบริหารจัดการร้านอินเตอร์เน็ตสองแห่ง โดยตกลงให้เงินค่าจ้างแก่โจทก์เดือนละ 40,000 บาท และ 35,000 บาท ตามลำดับ เงินดังกล่าวรวมค่าจ้างในการทำงานอยู่ด้วยไม่ว่าร้านอินเตอร์เน็ตทั้งสองแห่งจะมีผลกำไรหรือไม่ก็ตาม จึงไม่ได้มีลักษณะเป็นเงินส่วนแบ่งผลกำไรและประกันผลกำไรในการร่วมลงทุนระหว่างโจทก์จำเลยแต่เพียงอย่างเดียว แต่รวมเงินค่าจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5 ไว้ด้วย เห็นว่า หนังสือสัญญาร่วมหุ้น ข้อ 6 ระบุว่า...หากผู้ให้สัญญาผิดสัญญาข้อ 4 ในเดือนใดก็ตาม เงินที่ค้างจ่ายนั้นจะต้องยกยอดไปเดือนถัดไปบวกดอกเบี้ย 2 %

หากผู้ให้สัญญาไม่จ่ายเงินประกันผลกำไรเป็นเวลาติดต่อกัน 3 เดือน ย่อมมีผลให้สัญญาร่วมหุ้นนี้สิ้นสุดลงทันทีและนำมาซึ่งการขายกิจการ... แสดงว่าเงินที่โจทก์อ้างว่าจะได้รับจากจำเลยในแต่ละเดือนสามารถค้างชำระติดต่อกันได้โดยฝ่ายจำเลยยอมเสียดอกเบี้ยให้ และหากค้างจ่ายติดต่อกัน 3 เดือน มีผลให้สัญญาร่วมหุ้นสิ้นสุดลงทันที เงินดังกล่าวจึงมีลักษณะเป็นการแบ่งกำไรและประกันผลกำไร และเป็นเงื่อนไขสำคัญในการสิ้นสุดลงของสัญญา ไม่มีลักษณะเป็นเงินค่าจ้างตามกฎหมายแต่ประการใด หากโจทก์จำเลยต้องการให้เงินดังกล่าวรวมค่าจ้างในการทำงานอยู่ด้วยก็ควรระบุให้ชัดเจนในสัญญาเนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ได้เสียของทั้งสองฝ่าย

การที่หนังสือสัญญาร่วมหุ้นระหว่างโจทก์จำเลยระบุผลประโยชน์ไว้เพียงตามที่ปรากฏในข้อ 4 ดังกล่าวข้างต้น ยังไม่อาจรับฟังได้ว่าโจทก์จำเลยเป็นนายจ้างและลูกจ้างกัน อันจะเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องเรียกเอาค่าจ้างจากจำเลยได้ ที่ศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคดีมาฟ้องใหม่ต่อศาลที่คดีอยู่ในเขตอำนาจและภายในกำหนดอายุความ

Matter details

Panel of judges
ทวีป ตันสวัสดิ์ · ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · วิรุฬห์ แสงเทียน
Lower court
ศาลแรงงานกลาง - นายรัฐพล โลนา
Supreme Court black case no.
ร.1251/2553
Trial court black case no.
พ659/2553
Trial court red case no.
พ3699/2553
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3680/2567

บ. เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ตำแหน่งช่างเจียระไน โดยมีข้อเสนอนอกเหนือจากงานในตำแหน่งช่างเจียระไน ว่า จำเลยที่ 1 เสนอให้ บ. รับผลิตงานเพิ่มเติม ตามสัญญาการทำงาน ข้อ 2 แต่การรับผลิตงานเพิ่มเติมดังกล่าวจะ…

Supreme Court Judgment No. 7433/2560

ป.พ.พ. มาตรา 575 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5 ให้ความหมายของสัญญาจ้างไว้ในทำนองเดียวกันว่า สัญญาซึ่งบุคคลหนึ่งเรียกว่าลูกจ้างตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลง…

Supreme Court Judgment No. 15462/2558

การปรับขึ้นเงินเดือนประจำปีให้แก่ลูกจ้างหรือพนักงานไม่มีบทกฎหมายบังคับให้นายจ้างจะต้องกระทำ จึงเป็นอำนาจทางการบริหารจัดการของนายจ้างตามแต่ที่จะกำหนดหรือตามที่ได้ตกลงกันไว้ การปรับขึ้นเงินเดือนประจำปีแ…

Supreme Court Judgment No. 13163/2558

นิติสัมพันธ์ที่จะเป็นสัญญาจ้างแรงงานนั้นเป็นไปตามบทบัญญัติ ป.พ.พ. มาตรา 575 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5 คือ นายจ้างว่าจ้างอีกฝ่ายหนึ่งเป็นลูกจ้างเพื่อทำการงานให้ นายจ้างมีอำนาจบังคับบัญช…

Supreme Court Judgment No. 2470/2556

การพิจารณาว่าสัญญาใดเป็นสัญญาจ้างแรงงานหรือจ้างทำของต้องพิจารณาถึงข้อเท็จจริงในการทำงานของนายจ้างลูกจ้างจึงจะทราบเจตนาในการทำสัญญาว่าคู่สัญญาเจตนาทำสัญญาจ้างแรงงานหรือสัญญาจ้างทำของ แม้สัญญาจ้างหาโฆษณ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up