Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2819/2554

พ.ศ. 2554 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เหตุที่จำเลยถือขวานวิ่งไล่ฟันผู้เสียหาย เพราะโกรธที่ถูกกล่าวหาว่าลักพระจตุคามรามเทพ ผู้เสียหายวิ่งเข้าห้องนอนปิดประตู จำเลยฟันผู้เสียหายเพียงครั้งเดียวถูกประตูห้องนอนโดยไม่ปรากฏว่าจำเลยเลือกที่จะฟันอวัยวะสำคัญที่จะทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตาย และไม่ได้ฟันผู้เสียหายซ้ำอีกทั้งที่จำเลยสามารถทำได้ จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยใช้ขวานฟันผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่าผู้เสียหาย คงฟังได้แต่เพียงว่าจำเลยมีเจตนาทำร้ายร่างกายผู้เสียหายเท่านั้น จำเลยกระทำความผิดไปโดยตลอดแล้วแต่การกระทำไม่บรรลุผล จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามทำร้ายร่างกายผู้เสียหายซึ่งเป็นบุพการี และเป็นความผิดที่รวมอยู่กับความผิดฐานพยายามฆ่าบุพการีตามฟ้องของโจทก์ ศาลฎีกาจึงมีอำนาจที่จะพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดที่พิจารณาได้ความตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 80, 92 เพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย และริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้ เพิ่มโทษ เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (1) ประกอบมาตรา 80 ให้จำคุกตลอดชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุก 25 ปี ริบของกลาง คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายซึ่งเป็นบุพการีของจำเลยหรือไม่ โดยโจทก์มีผู้เสียหายมาเบิกความเป็นพยานว่า ก่อนเกิดเหตุมีคนร้ายงัดตู้เสื้อผ้ารื้อค้นสิ่งของแล้วลักเอาพระจตุคามรามเทพ จำนวน 10 องค์ไป ผู้เสียหายสงสัยว่าจำเลยเป็นคนร้าย เพราะจำเลยมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ เมื่อผู้เสียหายสอบถามจำเลย จำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้เอาไป จึงเกิดการโต้เถียงทะเลาะกัน แล้วผู้เสียหายไปที่บ้านนายสมชาย แซ่พั่วบุตรอีกคนหนึ่ง พบนางยอมภริยาของผู้เสียหาย สอบถามนางยอมได้ความว่า จำเลยขอเงิน 200 บาท เมื่อนางยอมไม่ให้เงินก็ถูกจำเลยขู่จะทำร้ายจึงหนีมาที่บ้านนายสมชาย

ผู้เสียหายเล่าเรื่องที่มีคนร้ายมาลักเอาพระจตุคามรามเทพไป นางยอมและญาติต่างก็สงสัยว่าจำเลยเป็นคนร้าย ผู้เสียหายจึงกลับมาที่บ้านอีกครั้ง และคาดคั้นให้จำเลยยอมรับว่าเป็นคนลักเอาพระจตุคามรามเทพไป จำเลยโกรธและต่อว่าผู้เสียหาย แล้วจำเลยถือขวานวิ่งมาหาผู้เสียหาย ผู้เสียหายวิ่งเข้าห้องนอนปิดประตู จำเลย ใช้ขวานฟันถูกประตูห้องนอน จำเลยพยายามผลักประตู ด่าว่าผู้เสียหายและห้ามผู้เสียหาย ไม่ให้ออกมาจากห้องนอน ถ้าออกมาจะฟันให้ตาย เห็นว่า เหตุที่จำเลยถือขวานวิ่งไล่ฟันผู้เสียหายเพราะโกรธที่ถูกกล่าวหาว่าลักพระจตุคามรามเทพ และจำเลยฟันผู้เสียหายเพียงครั้งเดียวถูกประตูห้องนอนเป็นรอยตามภาพถ่ายหมาย จ.1 แผ่นที่ 2 โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยเลือกที่จะฟันอวัยวะสำคัญที่จะทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตาย และไม่ได้ฟันผู้เสียหายซ้ำอีกทั้งที่จำเลยสามารถทำได้ ข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยใช้ขวานฟันผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่าผู้เสียหาย

คงฟังได้แต่เพียงว่าจำเลยมีเจตนาทำร้ายร่างกายผู้เสียหายเท่านั้น จำเลยกระทำความผิดไปโดยตลอดแล้ว แต่การกระทำไม่บรรลุผล จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามทำร้ายร่างกายผู้เสียหายซึ่งเป็นบุพการี และเป็นความผิดที่รวมอยู่กับความผิดฐานพยายามฆ่าบุพการีตามฟ้องของโจทก์ ศาลฎีกาจึงมีอำนาจที่จะพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดที่พิจารณาได้ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกฟ้อง ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน

อนึ่ง

โจทก์ฎีกาขอให้เพิ่มโทษจำเลยนั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นยกคำขอส่วนนี้ เนื่องจากจำเลยพ้นโทษก่อนมีพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ. 2550 จำเลยได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยได้ เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยปัญหาว่าควรเพิ่มโทษจำเลยหรือไม่จึงยุติไป โจทก์จะฎีกาขอให้เพิ่มโทษจำเลยได้ไม่ เพราะเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 8 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

Result

พิพากษาแก้เป็นว่าว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 296 ประกอบมาตรา 80 จำคุก 2 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 1 ปี ริบของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8

Matter details

Panel of judges
เกษม วีรวงศ์ · อร่าม แย้มสอาด · สิงห์พล ละอองมณี
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 584/2545

การที่จำเลยขับรถยนต์บรรทุกแซงออกไปทางด้านขวาเพื่อหลบหนีการจับกุมโดยมิได้ชนผู้เสียหายทั้งสองและรถที่จอดขวางทางนั้น มีเหตุสงสัยตามสมควรว่า จำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายทั้งสองหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสง…

Supreme Court Judgment, B.E. 2562 (ref. 635894)

จำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่ได้เข้าไปร่วมทำร้ายร่างกายโจทก์ร่วมตามที่วางแผนกันไว้ โดยอยู่ที่รถจักรยานยนต์ซึ่งจอดอยู่ด้านหลังรถยนต์ของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นระยะที่ใกล้ชิดกับสถานที่เกิดเหตุ อยู่ในลักษณะที่อาจเข้า…

Supreme Court Judgment No. 13908/2558

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 2 ก่อให้จำเลยที่ 1 กับพวกร่วมกันฆ่า ส. ผู้เสียหายและ อ. ผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ต่อมา จำเลยที่ 1 กับพวกใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายและผู้ตายหลายนัดโดยเจตนาฆ่าและโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเนื…

Supreme Court Judgment No. 16527/2555

การที่จำเลยขับรถยนต์กระบะชนรถจักรยานยนต์สายตรวจที่จอดขวางอยู่ก็เพื่อต้องการเปิดทางหลบหนีการจับกุม ซึ่งจำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าอาจทำให้ผู้เสียหายที่ 3 ที่ยืนอยู่บริเวณที่รถจักรยานยนต์ดังกล่าวจอดได้รับ…

Supreme Court Judgment No. 8268/2550

โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่าจำเลยกับพวกร่วมกันพยายามฆ่าผู้เสียหายซึ่งเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 และ 83 แม้โจทก์จะอ้างมาตรา 289 มาในคำขอท้ายฟ้องด้วย แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยพยายามฆ่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up