Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2860/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยทราบว่าไม้หวงห้ามของกลางเป็นไม้ที่มีคนลักลอบตัดแต่มิได้เป็นเจ้าของไม้ของกลาง เพียงแต่รับจ้างเฝ้าเพื่อประโยชน์ที่จะได้รับค่าจ้างเท่านั้นและจำเลยถูกจับขณะที่เฝ้าไม้หวงห้ามของกลางอยู่ ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้มีไม้ของกลางไว้ในความครอบครองอันจะต้องได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติป่าไม้ แต่เป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่นายจ้างซึ่งเป็นผู้มีไม้ไว้ในความครอบครอง จำเลยจึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 Section 69 ป.อ. Section 86

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องใจความว่า เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๒๔ เวลากลางวันจำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ จำเลยกับพวกที่ไม่ได้ตัวมาฟ้องร่วมกันทำไม้โดยทำการตัดฟันและเลื่อยไม้รัง ที่ในบริเวณป่าเชียงดาวซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ และร่วมกันตั้งโรงงานแปรรูปไม้ทำการแปรรูปไม้หวงห้ามขึ้น ๑ โรงภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้กับร่วมกันที่ไม้รังท่อนยังมิได้แปรรูป จำนวน๑๓ ท่อนปริมาตรเนื้อไม้ ๓.๓๒ ลูกบาศก์เมตร ไม้พลวงท่อนยังมิได้แปรรูปจำนวน ๑๖ ท่อน ปริมาตรเนื้อไม้ ๖.๘๘ ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ไว้ในครอบครองโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวง หรือรอยตรารัฐบาลขายในวันเวลาดังกล่าวเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยไม้ดังกล่าว กับยึดได้เครื่องสูบน้ำดัดแปลงขนาด ๔ แรงม้า ๑ เครื่อง

เลื่อยวงเดือน ๑ ปื้นสายพานเครื่องยนต์ ๑ สาย ถังน้ำมันขนาด ๒๐๐ ลิตร ๑ ใบ เหล็กแกน ๒ อันซึ่งเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเลยใช้กระทำความผิดเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษและขอให้ริบไม้กับเครื่องมือเครื่องใช้ของกลางทั้งหมด

จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า พยานโจทก์ไม่พอรับฟังลงโทษจำเลยฐานร่วมกับพวกทำไม้และตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยมิได้รับอนุญาต ส่วนข้อหาจำเลยมีไม้ของกลางไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตพยานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๕ มาตรา ๖๙ พระราชบัญญัติป่าไม้(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๓ ประกอบด้วย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ ซึ่งเป็นคุณกว่าจำคุก ๗ ปี เครื่องมือเครื่องใช้ของกลางให้ริบ ยกฟ้องความผิดฐานอื่น

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พยานโจทก์ไม่พอฟังว่าจำเลยกระทำความผิดฐานมีไม้หวงห้ามของกลางไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย จึงพิพากษายกฟ้องข้อหาดังกล่าวอีกข้อหาหนึ่ง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาจะต้องวินิจฉัยในชั้นศาลฎีกามีเพียงว่าจำเลยร่วมกับพวกกระทำความผิดฐานมีไม้ของกลางไว้ในครอบครองตามฟ้องหรือไม่ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่าในวันเวลาเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจเข้าจับกุมจำเลยได้ในเพิงหลังหนึ่งในป่าเหล่าฮอม ซึ่งอยู่ในป่าเชียวดาวอันเป็นป่าสงวนแห่งชาติมีไม้รัง ๑๓ ท่อน ปริมาตร ๓.๓๒ ลูกบาศก์เมตร ไม้พลวง ๑๖ ท่อน ปริมาตร ๖.๘๘ลูกบาศก์เมตร ของกลางซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. เป็นไม้ท่อนตัดใหม่ไม่มีรูปรอยหรือตราของเจ้าหน้าที่ประทับกองอยู่ใกล้เพิง โจทก์มีจ่าสิบตำรวจสุทัศน์คำพันธ์ พลตำรวจพนม สนสร้อย และพลตำรวจมงคล เผือกแก้ว เป็นพยานว่าพยานโจทก์ทั้งสามกับตำรวจอื่นรวม ๑๑ นาย พากันแอบซุ่มอยู่ใกล้เพิงที่เกิดเหตุประมาณ ๒๐ นาที

มีจำเลยเดินถือถังน้ำไปที่เพิงแล้วเข้าไปปัดกวาดทำความสะอาดเพิงนั้น จึงเข้าจับกุมจำเลยได้พร้อมเครื่องยนต์เลื่อยวงเดือนและอุปกรณ์อื่นสำหรับการทำไม้กับมีไม้หวงห้ามและไม้แปรรูปของกลางจำนวนมากในบริเวณใกล้ ๆเพิงและในเพิง พยานโจทก์ต่างไม่รู้จักจำเลยจึงไม่มีเหตุจะเบิกความกลั่นแกล้งปรักปรำในชั้นจับกุมจำเลยให้การรับว่าไม้หวงห้าม และเครื่องตัดฟันไม้ของกลางเป็นของนายศักดิ์จำเลยเป็นผู้รับจ้างเฝ้าดูแลรักษาตามบันทึกจับกุม เอกสารหมายจ.๒ ชั้นสอบสวนจำเลยก็ให้การตรงกับชั้นจับกุมตามคำให้การเอกสารหมาย จ.๗จำเลยมิได้นำสืบว่าไม่ได้ให้การชั้นจับกุมดังกล่าว คงนำสืบแต่เพียงว่าชั้นสอบสวนตำรวจเอากระดาษเปล่ามาให้จำเลยลงชื่อ แต่ชั้นสอบสวนตำรวจสอบสวนจำเลยไว้ ๒ ครั้ง โดยจำเลยลงชื่อไว้ใต้ข้อความทั้งสองครั้งได้พอดีกับข้อความไม่มีช่องเว้นว่างจำเลยอ้างว่าครั้งแรกตำรวจนำกระดาษเปล่ามาให้ลงชื่อ

เห็นว่าไม่มีทางที่ตำรวจจะให้จำเลยลงชื่อในกระดาษเปล่าได้ เพราะตำรวจไม่อาจกรอกข้อความเอาเองให้พอดีกับช่องว่างในกระดาษที่จำเลยอ้างว่าลงชื่อไว้เช่นนั้นได้ เชื่อว่าจำเลยให้การชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนโดยสมัครใจตามความเป็นจริง ไม้ของกลางเป็นไม้ตัดใหม่มีจำนวนมากและอยู่ในป่าทึบ จำเลยเป็นคนท้องที่เกิดเหตุย่อมทราบดีว่าป่านั้นเป็นป่าสงวนแห่งชาติและทราบว่าไม้หวงห้ามของกลางเป็นไม้ที่มีคนลักลอบตัด ที่จำเลยนำสืบว่าวันเวลาเกิดเหตุจำเลยเดินจะไปนำจำเลยมีฝนตกหนัก จำเลยหลบฝนเข้าไปในเพิ่งก็ถูกจับกุม ครั้งนี้นั้นขัดกับคำให้การชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลย ข้อนำสืบของจำเลยจึงรับฟังไม่ได้ คำให้การชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยประกอบพยานหลักฐานของโจทก์รับฟังได้มั่นคงว่า

จำเลยถูกจับขณะที่เฝ้าไม้หวงห้ามของกลาง จำเลยเป็นคนยากจน เชื่อว่า มิได้เป็นเจ้าของไม้ของกลางเพียงแต่รับจ้างเฝ้าเพื่อประโยชน์ที่จะได้รับค่าจ้างเท่านั้น ถือไม่ได้ว่าเป็นผู้มีไม้ของกลางไว้ในครอบครองอันจะต้องได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติป่าไม้ แต่เป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่นายจ้างซึ่งเป็นผู้มีไม้ไว้ในครอบครอง จำเลยจึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔มาตรา ๖๙ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๓ ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๒๕ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิดในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๖ จำคุก ๑ ปี คำให้การชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘หนึ่งในสาม คงจำคุก ๘ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
ดำริ ศุภพิโรจน์ · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · อำนวย อินทุภูติ
Lower court
ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายสุรภพ ปัทมะสุคนธ์
ศาลอุทธรณ์ - นายวิทวัส อยู่วัฒนา
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 274/2521

จำเลยที่ 4 ว่าจ้างจำเลยที่ 1, 2, 3 ให้นำรถยนต์เข้าไปบรรทุกไม้ยางของกลางที่ป่า ขณะจำเลยที่ 1, 2, 3 กำลังใช้รถยนต์นำไม้ของกลางจะออกจากป่าก็ถูกเจ้าพนักงานจับกุม โดยจำเลยที่ 1, 2, 3 ทราบอยู่แล้วว่าไม้ของก…

Supreme Court Judgment No. 1904/2517

จำเลยใช้ให้บุตรนำช้างไปชักลากไม้ท่อนของ ข. ซึ่งเป็นไม้หวงห้าม โดยจำเลยไม่ได้ไปร่วมทำการชักลากไม้ด้วยถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้มีไม้ดังกล่าวไว้ในความครอบครองอันจะต้องได้รับอนุญาต จำเลยไม่มีความผิดฐานมีไม…

Supreme Court Judgment No. 3555/2568

จำเลยที่ 1 ได้รับแต่งตั้งจาก อ. ให้ไปปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าคลังสินค้ากลาง มีหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง และตามคู่มือโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554 จำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตให้เ…

Supreme Court Judgment No. 4920/2567

การรับจ้างเปิดบัญชีแล้วมอบสมุดบัญชีเงินฝากให้บุคคลอื่นไปใช้เป็นเรื่องผิดปกติวิสัย ย่อมแสดงให้เห็นเจตนาร้ายของจำเลย ตามพฤติการณ์ดังกล่าวจำเลยเล็งเห็นได้ว่า ค. อาจเป็นผู้รับจัดหาคนมาเปิดบัญชีให้คนร้ายหร…

Supreme Court Judgment No. 4040/2567

กลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมมีลักษณะเป็นการรวมตัวกันของคณะบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ร่วมกันกระทำการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up