คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันเบิกความเท็จอันเป็นข้อสำคัญในการพิจารณาคดีแพ่งที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยที่ 1 ออกจากห้องเช่า ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 177ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องและมีคำสั่งประทับฟ้องจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 วรรค 1 ให้จำคุก 2 ปี ยกฟ้องจำเลยที่ 1 โจทก์และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามฟ้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาโจทก์เฉพาะจำเลยที่ 2 ไม่รับฎีกาโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 เพราะต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ทราบดีว่าห้องแถวที่จำเลยที่ 1 อาศัยอยู่นั้นจำเลยที่ 1 เช่ามาจากโจทก์
พยานหลักฐานจำเลยที่ 2 ฟังไม่ได้ว่าห้องแถวที่จำเลยที่ 1 เช่าเป็นของจำเลยที่ 2 ดังต่อสู้การที่จำเลยที่ 2 เบิกความต่อศาลในการพิจารณาคดีแพ่งที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยที่ 1 ออกจากห้องแถวของโจทก์ว่า ห้องแถวที่จำเลยที่ 1 เช่าอยู่เป็นของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นข้อแพ้ชนะในการพิจารณาคดีแพ่งดังกล่าวถือได้ว่าจำเลยที่ 2 เบิกความอันเป็นเท็จในข้อสำคัญในการพิจารณาคดีแพ่งจำเลยที่ 2 จึงมีความผิดตามฟ้องพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น