Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2932/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ทั้งห้ามีสัญชาติไทย แต่ปรากฏว่ามีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านญวนอพยพที่แสดงว่าเป็นคนสัญชาติญวน และการจัดทำทะเบียนบ้านญวนอพยพอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงานกิจการญวนอพยพ เมื่อจำเลยที่ 1 มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าสำนักงานและเป็นนายทะเบียนบ้านญวนอพยพการที่โจทก์ทั้งห้าได้แจ้งให้จำเลยที่ 1 ถอนชื่อโจทก์ทั้งห้าออกจากทะเบียนบ้านญวนอพยพดังกล่าว แต่จำเลยที่ 1 เพิกเฉยอ้างว่ากระทำการตามหน้าที่และคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจำเลยที่ 2เป็นผู้รักษาการ เช่นนี้ย่อมถือได้ว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิในเรื่องสัญชาติของโจทก์ทั้งห้าแล้ว โจทก์ทั้งห้าจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองได้ ตราบใดที่ยังมิได้มีการถอนชื่อโจทก์ทั้งห้าออกจากทะเบียนบ้านญวนอพยพให้ถูกต้องก็ต้องถือว่าโจทก์ทั้งห้าถูกโต้แย้งสิทธิในเรื่องสัญชาติอยู่ตลอดเวลา ฟ้องโจทก์ทั้งห้า จึงไม่ขาดอายุความ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์ทั้งห้าเป็นคนสัญชาติไทยให้จำเลยทั้งสองร่วมกันถอนชื่อโจทก์ทั้งห้าออกจากทะเบียนบ้านญวนอพยพเลขที่ 261 หมู่ที่ 2 ถนนสรรพสิทธิ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี

จำเลยทั้งสองให้การว่าโจทก์กล่าวอ้างว่าโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิมาตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ.2514 ซึ่งเป็นระยะเวลาล่วงเลยมานานและขาดอายุความแล้ว การกระทำของจำเลยไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิเกี่ยวกับสัญชาติของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ทั้งห้าเป็นบุคคลสัญชาติไทย ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันถอนชื่อโจทก์ทุกคนออกจากทะเบียนบ้านญวนอพยพ เลขที่ 261 หมู่ที่ 2 ถนนสรรพสิทธิตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานีจำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองถอนชื่อโจทก์ทั้งห้าออกจากทะเบียนบ้านญวนอพยพเลขที่ 261 หมู่ที่ 2ถนนสรรพสิทธิ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี คำขออื่นของโจทก์ให้ยก

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า นายต้าวหรือต่าว หรือเต้า หรือเตากับนางนา แซ่เหวียน หรือเวียนหรือเหงียน เชื้อชาติญวน สัญชาติญวน เป็นคนต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ทั้งห้าเป็นบุตรของนายต้าวกับนางนา เกิดที่อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามพระราชบัญญัติสัญชาติพ.ศ. 2508 มาตรา 7(3) เมื่อปี พ.ศ. 2514 พันตำรวจโทอนันต์ดวงบุบผา หัวหน้าสำนักงานกิจการญวนอพยพในขณะนั้น ได้อ้างประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ให้โจทก์ทุกคนไปทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวคนญวนอพยพ โดยนำชื่อโจทก์ทุกคนเข้าอยู่ในทะเบียนบ้านญวนอพยพ เลขที่ 261 ตำบลปทุม

อำเภอเมืองอุบลราชธานีจังหวัดอุบลราชธานี ต่อมาเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2527 โจทก์ทั้งห้าจึงฟ้องจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหัวหน้าสำนักงานกิจการญวนอพยพ และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นรัฐมนตรีและเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ในขณะที่ฟ้อง ให้ถอนชื่อโจทก์ทั้งห้าออกจากทะเบียนบ้านญวนอพยพดังกล่าว คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยข้อแรกว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า เมื่อปี พ.ศ. 2514 พันตำรวจโทอนันต์ ดวงบุบผา หัวหน้าสำนักงานกิจการญวนอพยพในขณะนั้นได้อ้างประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ให้โจทก์ทุกคนไปทำทะเบียนประวัติ และบัตรประจำตัวคนญวนอพยพ โดยนำชื่อโจทก์ทุกคนเข้าอยู่ในทะเบียนบ้านญวนอพยพดังกล่าว เมื่อโจทก์ทั้งห้ามีสัญชาติไทยแต่ปรากฏว่ามีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านญวนอพยพที่แสดงว่าเป็นคนสัญชาติญวน จึงเป็นการโต้แย้งสิทธิในเรื่องสัญชาติของโจทก์ทั้งห้า และการจัดทำทะเบียนบ้านญวนอพยพอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงานกิจการญวนอพยพ

หัวหน้าสำนักงานกิจการญวนอพยพเป็นนายทะเบียนบ้านญวนอพยพ และขณะที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าสำนักงานกิจการญวนอพยพ และโจทก์ทั้งห้าได้แจ้งให้จำเลยที่ 1 ถอนชื่อโจทก์ทั้งห้าออกจากทะเบียนบ้านญวนอพยพดังกล่าวแต่จำเลยที่ 1 เพิกเฉย อ้างว่ากระทำการตามหน้าที่ และคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจำเลยที่ 2 เป็นผู้รักษาการเช่นนี้ ย่อมถือได้ว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิในเรื่องสัญชาติของโจทก์ทั้งห้าแล้วโจทก์ทั้งห้าจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองได้ และมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยทั้งสองอีกว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่เห็นว่า ตราบใดที่ยังมิได้มีการถอนชื่อโจทก์ทั้งห้าออกจากทะเบียนบ้านญวนอพยพให้ถูกต้องก็ต้องถือว่าโจทก์ทั้งห้าถูกโต้แย้งสิทธิในเรื่องสัญชาติอยู่ตลอดมา ฟ้องโจทก์ทั้งห้าจึงไม่ขาดอายุความที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
มงคล เปาอินทร์ · สหัส สิงหวิริยะ · ถาวร ตันตราภรณ์
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 326/2534

ป.พ.พ. มิได้มีบทบัญญัติว่าผู้ชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนจะต้องชำระบัญชีให้เสร็จภายในกำหนดเวลาใด เมื่อการชำระบัญชียังไม่เสร็จผู้ชำระบัญชีย่อมมีอำนาจตามมาตรา 1259 ระยะเวลาการชำระบัญชีไม่ใช่อายุความจะนำบทบั…

Supreme Court Judgment No. 344/2531

การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมซึ่งคู่สมรสฝ่ายหนึ่งกระทำลงโดยไม่ได้รับความยินยอมของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งย่อมไม่สมบูรณ์ไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์และสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายในฐานะผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรมแต่…

Supreme Court Judgment No. 4070/2528

สัญญากู้มีข้อความว่า "ข้าพเจ้าจะนำดอกเบี้ยมาชำระให้ท่านตามกำหนดระยะเวลา 1 เดือนต่อครั้ง และจะนำต้นเงินมาชำระให้ภายในวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2515 ถ้าข้าพเจ้าไม่นำดอกเบี้ยและต้นเงินมาชำระให้ตามกำหนดด้วยเห…

Supreme Court Judgment No. 1753/2520

โจทก์ซึ่งหย่าขาดจากจำเลยฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรค่าเล่าเรียน ตลอดจนอุปกรณ์การเรียนและค่ารักษาพยาบาลบุตรตามสัญญาที่ทำกันไว้ ไม่ใช่คดีเกี่ยวกับสิทธิในครอบครัวเมื่อโจทก์และจำเลยทำสัญญากันว่าจำเลยยอมยกให้…

Supreme Court Judgment No. 474/2511

จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนขายกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 2257เนื้อที่ 6 ไร่ 45 วา. ซึ่งแบ่งแยกจากที่ดินโฉนดที่13 ให้แก่บิดาโจทก์โดยใส่ชื่อโจทก์ เมื่อวันที่ 16มีนาคม 2491. ต่อมาโจทก์ทราบว่าที่ดินที่โจทก์ครอบค…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up