Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2949/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เทศบาลให้จดข้อความอันเป็นเท็จลงในบันทึกคำให้การรับรองผู้ขอมีบัตรสำหรับเจ้าบ้านหรือบุคคลน่าเชื่อถือ บันทึกคำให้การผู้ขอมีบัตรคำขอมีบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ อันเป็นเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานในการแสดงตัวบุคคลเป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137,267 และพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526มาตรา 14 อันเป็นการกระทำต่อเนื่องกัน มีเจตนาเดียวกันที่จะให้ทางราชการออกบัตรประชาชนให้เท่านั้น จึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 90 ป.อ. Section 137 ป.อ. Section 267 พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526 Section 14

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับนายใหญ่ ไม่ทราบนามสกุลคนต่างด้าวชาวกะเหรี่ยงซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง พวกของจำเลยร่วมกันกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันกล่าวคือ จำเลยกับนายใหญ่ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่นายเปี่ยมศักดิ์ ตันนิรัตน์ นายอำพล อุ่นชูนางจงรัก รุ่งสว่าง พนักงานเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองโพธารามผู้มีอำนาจหน้าที่ในการออกบัตรประจำตัวประชาชนให้เจ้าพนักงานดังกล่าวจดข้อความอันเป็นเท็จลงในบันทึกคำให้การรับรองผู้ขอมีบัตรสำหรับเจ้าบ้านหรือบุคคลน่าเชื่อถือบันทึกคำให้การผู้ขอมีบัตร คำขอมีบัตรประจำตัวประชาชนใหม่(บ.ป. 1) ซึ่งเป็นเอกสารราชการว่านายใหญาคือนายณรงค์ เทียนทอง ผู้มีสัญชาติไทย อยู่บ้านเลขที่ 18ถนนเทียนทอง ตำบลโพธาราม

อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรีซึ่งจำเลยเป็นเจ้าบ้าน ความจริงนายใหญ่เป็นคนต่างด้าวสัญชาติกะเหรี่ยง ไม่มีสิทธิขอมีบัตรประจำตัวประชาชนและนายณรงค์ก็ถึงแก่ความตายไปแล้ว ทั้งนี้โดยมีวัตถุประสงค์ให้เจ้าพนักงานหลงเชื่อว่าเป็นความจริงและออกบัตรประจำตัวประชาชนให้ จนทำให้พนักงานออกบัตรได้ออกบัตรเหลือง(บ.ป. 2) หรือใบรับคำขอมีบัตรใหม่หรือเปลี่ยนบัตรประจำตัวประชาชนซึ่งใช้ได้เสมือนบัตรประจำตัวประชาชนให้แก่นายใหญ่ไปโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่เทศบาลเมืองโพธารามและประชาชน จำเลยได้สนับสนุนให้นายใหญ่ซึ่งได้รับอนุญาตให้พักอยู่ที่จังหวัดราชบุรี แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าเป็นผู้มีสัญชาติไทยแล้วยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวประชาชน โดยจำเลยรับรองว่านายใหญ่

คือ นายณรงค์ เป็นคนมีสัญชาติไทยอยู่บ้านเลขที่ 18 ถนนเทียนทอง ตำบลโพธาราม อำเภอโพธารามจังหวัดราชบุรี ซึ่งจำเลยเป็นเจ้าบ้านขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 367, 83, 86, 91พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267, 83 พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 เรียงกระทงลงโทษฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จและฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 6 เดือน

ฐานสนับสนุนให้ผู้ไม่มีสัญชาติไทยยื่นคำขอมีบัตร จำคุก 4 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก 10 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 5 เดือนจำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267 และพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือนโจทก์และจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"มีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมหรือไม่ เห็นว่าการที่จำเลยได้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองโพธารามให้จดข้อความอันเป็นเท็จลงในบันทึกคำให้การรับรองผู้ขอมีบัตรสำหรับเจ้าบ้านหรือบุคคลน่าเชื่อถือ บันทึกคำให้การผู้ขอมีบัตร คำขอมีบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ อันเป็นเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานในการแสดงตัวบุคคล การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการกระทำต่อเนื่องกัน มีเจตนาเดียวกันที่จะให้ทางราชการออกบัตรประจำตัวประชาชนให้เท่านั้นซึ่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14 ได้บัญญัติเป็นความผิดเฉพาะแล้ว จึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามาชอบแล้วฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สุรินทร์ นาควิเชียร · ดุสิต เพชรปลูก · ถวิล อินทรักษา
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 498/2553

จำเลยกับพวกร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ พ. ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานว่า อ. ซึ่งเป็นคนเชื้อชาติลาว สัญชาติลาว คือ ศ ซึ่งเป็นภริยาของจำเลย หลังจากนั้นในวันเดียวกันจำเลยกับพวกร่วมกันแสดงตนต่อ พ. ซึ่งเป็นเจ…

Supreme Court Judgment No. 788/2545

ขณะจำเลยกระทำความผิดเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2525 พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2505(ฉบับเก่า) ยังมีผลบังคับใช้อยู่แม้ต่อมาพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526(ฉบับใหม่) ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้…

Supreme Court Judgment No. 734/2533

จำเลยที่ 1 เป็นชาวญวนอพยพ ไม่มีสัญชาติไทยและไม่เคยมีบัตรประจำตัวประชาชน ได้แจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวนว่าบัตรประจำตัวประชาชนหาย แล้วนำหลักฐานที่พนักงานสอบสวนออกให้ไปยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวประชาชนโดยแจ…

Supreme Court Judgment No. 4109/2565

จำเลยได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตาม พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 7 (1) และ พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มาตรา 10 บัญญัติว่า บทบัญญัติมาตรา 7 (1) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเต…

Supreme Court Judgment No. 3823/2563

สัญญาบันทึกข้อตกลงชดใช้ค่าเสียหายมี ส. และผู้เสียหายร่วมลงลายมือชื่อเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่า ผู้เสียหายยินยอมชำระเงินให้แก่ ส. ซึ่งเป็นตัวแทนหรือผู้รับมอบอำนาจช่วงของบริษัท ด. โดยเอกสารดังกล่าวมีห…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up