Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2970/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยกู้เงินโจทก์และลงลายมือชื่อในสัญญากู้โดยยังไม่ได้กรอกข้อความ สามีโจทก์กรอกข้อความและจำนวนเงินขึ้นเองภายหลังมากกว่าจำนวนที่กู้จริงโดยจำเลยไม่ได้รู้เห็นยินยอม สัญญากู้จึงเป็นสัญญากู้ปลอม ถือได้ว่าโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานเป็นหนังสือที่จะฟ้องบังคับจำเลยได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์จำนวน 27,200 บาท ดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ครบกำหนดแล้ว จำเลยไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 39,270 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า จำเลยยืมเงินโจทก์เพียง 25,000 บาท โดยลงลายมือชื่อใน (แบบพิมพ์) สัญญากู้ที่ยังไม่ได้กรอกข้อความเท่านั้นจำเลยได้ชำระเงินกู้และดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว โจทก์ไม่คืนสัญญากู้ให้แก่จำเลย โดยอ้างว่าหายโจทก์กรอกข้อความในสัญญากู้ขึ้นเองโดยจำเลยไม่รู้เห็นยินยอม จึงเป็นสัญญากู้ปลอม โจทก์จึงไม่อาจแสวงประโยชน์จากเอกสารดังกล่าวได้ และโจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยเกินกว่า 5 ปี ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 37,125 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงิน27,000 บาท (ที่ถูกควรเป็น 27,200) นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์เบิกความเป็นพยานประกอบสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 ลอย ๆ ว่า จำเลยกู้เงินโจทก์จำนวน 27,200 บาท สามีโจทก์เป็นผู้เขียนสัญญากู้ เขียนเสร็จแล้วจึงให้จำเลยลงลายมือชื่อแต่โจทก์หาได้นำสืบสามีโจทก์เพื่อสนับสนุนข้อนำสืบของโจทก์ไม่ จำเลยนำสืบว่าจำเลยกู้เงินโจทก์เพียงจำนวน 25,000 บาท และลงลายมือชื่อไว้ใน (แบบพิมพ์) สัญญากู้โดยไม่ได้กรอกข้อความ ข้อนำสืบของจำเลยมีเหตุผลสนับสนุนคือจำเลยลงลายมือชื่อในสัญญากู้โดยเขียนนามสกุลผิดพลาดเป็นรักกสิกรรณ์ที่ถูกคือรักกสิการณ์ สามีโจทก์ผู้กรอกสัญญากู้ในภายหลัง จึงได้กรอกนามสกุลจำเลยในสัญญากู้โดยลอกตามที่จำเลยเขียนผิดพลาดนั้นหากสามีโจทก์เขียนสัญญากู้เสร็จก่อนให้จำเลยลงลายมือชื่อ

สามีโจทก์ย่อมจะเขียนนามสกุลของจำเลยได้ถูกต้องตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่จำเลยมอบแก่โจทก์ยึดถือ นอกจากนี้สีหมึกที่จำเลยลงลายมือชื่อและสีหมึกที่กรอกข้อความในสัญญากู้ก็แตกต่างกันโดยสีหมึกที่จำเลยลงลายมือชื่อนั้นเข้มกว่า และจำเลยยังมีนายวิชัยเบิกความยืนยันว่า ได้ชำระเงินให้แก่โจทก์จำนวน 40,000 บาท ในวันที่19 กรกฎาคม 2531 อันเป็นวันจดทะเบียนรับโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารหมาย ล.1 จากจำเลยนั้นด้วย คำนวณแล้วเป็นต้นเงินจำนวน 25,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีนับแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2527 ถึงวันที่ 19 กรกฎาคม 2531 เป็นค่าดอกเบี้ยประมาณ 14,650 บาท รวมแล้วเท่ากับจำเลยชำระเงินให้โจทก์เกินไปเพียง 350 บาท

นับได้ว่าเป็นจำนวนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการที่จำเลยผิดนัดชำระเงินกู้คืนแก่โจทก์นานเกือบ 4 ปีแล้วมีเหตุอันสมควรที่จำเลยจะชำระเกินแก่โจทก์ในจำนวนดังกล่าวได้ไม่เป็นข้อพิรุธอันใด หลังจากโจทก์มอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์แก่จำเลยไปจดทะเบียนโอนขายแก่นายวิชัยดังกล่าวแล้ว หากโจทก์ไม่ได้รับชำระเงินจากจำเลยในวันที่ 19 กรกฎาคม 2531 โจทก์ก็น่าจะได้ร้องทุกข์กล่าวโทษจำเลยที่หลอกลวงเอาหนังสือรับรองการทำประโยชน์ไปนั้น แต่โจทก์หาได้ทำเช่นนั้นไม่ การที่โจทก์ปล่อยเวลาล่วงเลยมาถึงวันที่ 6 สิงหาคม 2533 จึงได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ ย่อมมีเหตุอันควรเชื่อว่าโจทก์ได้รับเงินจากนายวิชัยจำนวน 40,000 บาทแล้วตามที่นายวิชัยและจำเลยเบิกความยืนยัน

พยานหลักฐานจำเลยจึงสมจริงและมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังว่าจำเลยกู้เงินโจทก์เพียงจำนวน 25,000 บาท และจำเลยลงลายมือชื่อในเอกสารหมาย จ.1 โดยยังไม่ได้กรอกข้อความ สามีโจทก์กรอกข้อความและจำนวนเงินขึ้นเองภายหลังโดยจำเลยไม่ได้รู้เห็นยินยอม สัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 จึงเป็นสัญญากู้ปลอม โจทก์จะนำมาอ้างเป็นพยานหลักฐานในคดีนี้หาได้ไม่ ถือได้ว่าโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานเป็นหนังสือที่จะฟ้องบังคับจำเลยได้จึงต้องยกฟ้องโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1313/2515 คดีระหว่างนายสอนบุราณ โจทก์ นายบุญ ชนะพันธ์ กับพวก จำเลย"

Result

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

Matter details

Panel of judges
สุนพ กีรติยุติ · ชลิต ประไพศาล · ชลอ ทองแย้ม
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3622/2568

เนื้อหาที่โจทก์และจำเลยสนทนากันทางแอปพลิเคชันไลน์นั้นไม่มีข้อความใดที่แสดงว่าการโอนเงิน 100,000 บาท เป็นการให้กู้ยืมเงิน แม้การสนทนากันดังกล่าวเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็ก…

Supreme Court Judgment No. 893/2568

แม้หนังสือสัญญากู้เงินไม่ได้ปิดอากรแสตมป์จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 แต่เอกสารหมาย จ.2 แผ่นที่ 2 เป็นตารางจ่ายเงินกู้ระบุยอดเงินกู้ 730,000 บาท ชำระเงินต้นงวดละ 29,200…

Supreme Court Judgment No. 1650/2567

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินกู้จำนวน 200,000 บาท ตามหนังสือสัญญากู้เงิน จำเลยให้การว่า จำเลยกู้เงินจากโจทก์เพียง 50,000 บาท คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน หักดอกเบี้ยล่วงหน้า ได้รับเงินกู้เพียง 45,…

Supreme Court Judgment No. 1263/2567

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติว่า "การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่"…

Supreme Court Judgment No. 540/2567

จำเลยเบิกเงินจากโจทก์เพื่อนำไปซื้อไม้ยางพาราจากเจ้าของสวนแล้วนำมาขายให้แก่โจทก์ จากนั้นจึงหักทอนบัญชีกัน นิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์และจำเลยจึงมีลักษณะเป็นสัญญาประเภทหนึ่งที่มิได้กำหนดแยกประเภทเป็นเอกเทศ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up