คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้ขวานฟันผู้ตายที่ศรีษะโดยเจตนาฆ่า ผู้ตายถึงแก่ความตายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยทำร้ายผู้ตายโดยบันดาลโทสะและโดยเจตนาฆ่าพิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 72โจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่มีเจตนาฆ่าผู้ตายนั้น การที่จำเลยใช้ขวานด้ามยาว 80 เซนติเมตร หน้าขวานกว้าง 10 เซนติเมตร ฟันศีรษะผู้ตายที่บริเวณเหนือหูซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญอย่างแรงจนกะโหลกศีรษะด้านนั้นแตก สมองบวม โลหิตจากเส้นเลือดดำไหลจนแพทย์ไม่สามารถห้ามโลหิตได้เช่นนี้ ฟังได้ว่าจำเลยฟันโดยเจตนาฆ่าที่จำเลยไม่ฟันซ้ำเมื่อผู้ตายล้มลงและอุ้มผู้ตายไปที่ถนนเพื่อรอขึ้นรถยนต์ประจำทางไปโรงพยาบาลนั้นเป็นเหตุการณ์หลังจากจำเลยฟันผู้ตายแล้ว
ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยกระทำไปโดยสำนึกในความผิดที่จำเลยได้กระทำไปแล้ว การกระทำของจำเลยหลังจากผู้ตายถูกจำเลยฟันล้มลงไปแล้ว หาทำให้การกระทำของจำเลยที่กระทำก่อนหน้านั้นซึ่งฟังได้ว่าเป็นการกระทำโดยเจตนาฆ่าผู้ตาย กลับเป็นการกระทำที่ขาดเจตนาฆ่าผู้ตายไม่ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นที่โจทก์ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 นั้น ข้อเท็จจริง ฟังว่าจำเลยมาพบต้นสะแบงที่นาผู้ตาย จำเลยเชื่อว่าต้นสะแบงดังกล่าวเป็นของจำเลย จึงเข้าไปพูดกับผู้ตายผู้ตายไม่ยอมรับว่าต้นสะแบงดังกล่าวตัดมาจากที่ดินของจำเลย และผู้ตายพูดกับจำเลยอย่างคนมีอารมณ์โกรธว่า "มึงจะไปที่ไหนก็ไป กูไม่กลัวมึงหรอก" จำเลยจึงใช้ขวานฟันผู้ตายข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ถือไม่ได้ว่าขณะจำเลยจะใช้ขวานของกลางฟันผู้ตาย จำเลยถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288