Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3038/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องคดีโดยอาศัยประเด็นสำคัญเพียงประเด็นเดียวว่า โจทก์หรือจำเลยที่ 3 มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทดีกว่ากัน การที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ด้วยก็โดยอาศัยข้ออ้างที่ต้องวินิจฉัยในประเด็นว่าโจทก์หรือจำเลยที่ 3 มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทดีกว่ากันและเป็นเรื่องที่โจทก์ชอบจะยกขึ้นว่ากล่าวในคดีเดิมได้ เมื่อศาลในคดีเดิมได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่าจำเลยที่ 3 คดีนี้เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทดีกว่าโจทก์ โจทก์จึงไม่อาจนำประเด็นเรื่องว่าโจทก์หรือจำเลยที่ 3 ผู้ใดเป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทดีกว่ากันมารื้อร้องฟ้องกันอีก แม้ว่าโจทก์จะได้ฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 พ่วงเข้ามาในคดีนี้อีกแต่ก็เป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ถือได้ว่าเป็นคู่ความเดียวกัน ฟ้องโจทก์จึงต้องห้ามเพราะเป็นฟ้องซ้ำตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินตามฟ้องเป็นสิทธิของโจทก์ ให้เพิกถอนชื่อจำเลยที่ 3 ออกจากหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) เลขที่ 235 เล่ม 3 หน้า 35 อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ และให้ขับไล่จำเลยที่ 3 กับบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยที่ 3 ใช้ค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์ในการทำนาปีละ 20,000 บาท ตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยที่ 3 และบริวารจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับที่ดินของโจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 ให้การว่า ก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ โจทก์เคยถูกจำเลยที่ 3 ฟ้องเกี่ยวกับที่ดินแปลงพิพาทเป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 683/2536 ของศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุดและมีการบังคับคดีโดยกักขังโจทก์ในคดีนี้เพราะไม่ปฏิบัติตามหมายบังคับคดี

การที่โจทก์มาฟ้องคดีนี้จึงเป็นการฟ้องซ้ำ โจทก์ไม่เคยเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทมาก่อน จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ได้สมรู้ร่วมคิดแย่งการครอบครองที่ดินพิพาทจากโจทก์มาให้จำเลยที่ 3 แต่อย่างใด การอนุญาตให้จำเลยที่ 3 เข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทเป็นไปตามกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในปัญหาข้อกฎหมายเพียงประเด็นเดียวว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นการรื้อร้องฟ้องกันในที่ดินพิพาทซึ่งได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 683/2536 ของศาลชั้นต้น โดยเป็นเรื่องที่เป็นประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันอันเป็นเหตุให้คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 683/2536 ของศาลชั้นต้น ดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมาหรือไม่ ปรากฏข้อเท็จจริงว่าในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 683/2536 ของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 3 ในคดีนี้ได้เป็นโจทก์ฟ้องขับไล่โจทก์คดีนี้ออกจากที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิตามหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิฉบับเดียวกับที่โจทก์นำมาฟ้องจำเลยทั้งสามเป็นคดีนี้ และในคดีดังกล่าวโจทก์คดีนี้ให้การต่อสู้ว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทดีกว่าจำเลยที่ 3 เพราะโจทก์ซื้อที่ดินพิพาทและชำระเงินให้จำเลยที่ 3 รวมทั้งเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทและเสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมา

คดีถึงที่สุดโดยศาลพิพากษาให้โจทก์คดีนี้และบริวารออกจากที่ดินพิพาท โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้กล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4 - 01 ก.) ให้แก่จำเลยที่ 3 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทดีกว่าจำเลยที่ 3 ขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นสิทธิของโจทก์ เห็นว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้โดยอาศัยประเด็นสำคัญเพียงประเด็นเดียวว่า โจทก์หรือจำเลยที่ 3 มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทดีกว่ากัน การที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 มาด้วยก็โดยอาศัยข้ออ้างที่ต้องวินิจฉัยในประเด็นว่า โจทก์หรือจำเลยที่ 3 มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทดีกว่ากันและเป็นเรื่องที่โจทก์ชอบจะยกขึ้นว่ากล่าวในคดีเดิมได้

ดังนั้น เมื่อศาลในคดีเดิมได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่าจำเลยที่ 3 คดีนี้เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทดีกว่าโจทก์ โจทก์จึงไม่อาจนำประเด็นเรื่องว่าโจทก์หรือจำเลยที่ 3 ผู้ใดเป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทดีกว่ากันมารื้อร้องฟ้องกันอีก แม้ว่าโจทก์จะได้ฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 พ่วงเข้ามาในคดีนี้อีกแต่ก็เป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ถือได้ว่าเป็นคู่ความเดียวกัน ฟ้องโจทก์จึงต้องห้ามเพราะเป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์มาชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
พรเพชร วิชิตชลชัย · ชาลี ทัพภวิมล · สมศักดิ์ จันทรา
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1858/2567

คดีก่อนมีประเด็นว่า โจทก์ทั้งเจ็ดมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสิบห้าออกไปจากที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสิบห้าได้หรือไม่ ซึ่งที่ดินพิพาทในคดีก่อนก็คือที่ดินพิพาทแปลงเดียวกันกับคดีนี้ แม้คดีน…

Supreme Court Judgment No. 883/2567

คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.951/2562 ของศาลจังหวัดทุ่งสง พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับ…

Supreme Court Judgment No. 4838/2566

ต. เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้อง ต. และผู้ร้องต่างยื่นคำร้องว่าตนได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ อันเป็นการกล่าวอ้างว่า ต. และผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทมาในระหว่างสมรส ที่ดิ…

Supreme Court Judgment No. 3956/2566

การที่โจทก์ฟ้องคดีก่อนแล้วมาฟ้องคดีนี้ แม้จำเลยที่ 2 คดีนี้และจำเลยในคดีก่อนจะเป็นนิติบุคคลแยกจากกัน แต่จำเลยในคดีก่อนและจำเลยที่ 2 คดีนี้ ต่างเป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งจะต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ พ. (จ…

Supreme Court Judgment No. 2354/2566

แม้คดีก่อนโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2559 หลังจาก พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 ใช้บังคับแล้ว แต่ลูกหนี้ผิดนัดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2557 ก่อนวันที่ พ.ร.บ.…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up