Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3052/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ตกลงซื้อที่ดินและบ้านจากจำเลยโดยทำหนังสือสัญญาซื้อขายและวางเงินมัดจำไว้ เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาโจทก์ชอบที่จะเรียกร้องให้จำเลยคืนเงินมัดจำพร้อมด้วยดอกเบี้ยตามที่กำหนดไว้ในสัญญาได้ สัญญาซื้อขายระบุว่าในวันทำสัญญาโจทก์ได้วางเงินมัดจำไว้เป็นเงิน 70,000 บาท จำเลยได้รับเงินเรียบร้อยแล้วจำเลยจะนำพยานบุคคลมาสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารดังกล่าวว่าโจทก์วางเงินมัดจำเพียง 50,000 บาท ไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 การที่จะให้คู่ความฝ่ายใดเสียค่าฤชาธรรมเนียมเป็นเรื่องที่ศาลจะใช้ดุลพินิจโดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการสู้ความหรือการดำเนินคดีของคู่ความ (โปรดดูคำพิพากษาฎีกาที่ 1497/2515 และคำพิพากษาฎีกาประชุมใหญ่ที่ 2216/2515)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์และจำเลยทำสัญญาซื้อขายที่ดินพร้อมบ้นซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินดังกล่าวซึ่งจำเลยสร้างรั้วล้อมรอบไว้แล้ว วันทำสัญญาโจทก์วางเงินมัดจำแก่จำเลยไว้เป็นเงิน ๗๐,๐๐๐ บาท ตกลงกันว่าจะโอนและรับโอนกรรมสิทธิ์พร้อมกับชำระเงินส่วนที่เหลือภายในวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๒๓ หลังจากทำสัญญาคนของโจทก์ตรวจสอบแนวเขตปรากฏว่าที่ดินที่โจทก์ตกลงซื้อขาดไปประมาณ ๑๓ เศษ ๑๐ ส่วน ๑๐๐ ตารางวาโจทก์จึงขอให้จำเลยลดราคาที่ดินลงตารางวาละ ๔,๐๐๐ บาท ตามที่จำเลยตีราคาไว้ตอนตกลงซื้อขายและให้จำเลยรังวัดแก้โฉนดเสียใหม่ให้ถูกต้อง แต่จำเลยไม่จัดการให้โจทก์แจ้งให้จำเลยคืนเงินมัดจำจำเลยก็ไม่ยอม กลับมีหนังสือบอกเลิกสัญญาแก่โจทก์และริบเงินมัดจำทั้งหมดทำให้โจทก์เสียหายขาดกำไร ๑๐๐,๐๐๐ บาท ที่โจทก์ควรจะได้จากการตกลงขายบ้านให้แก่ผู้อื่น เมื่อรวมกับเงินมัดจำพร้อมดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องอีก ๗๑,๔๐๐ บาท คงเป็นเงินที่จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์ ๑๗๑,๔๐๐ บาท ขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระเงิน ๑๗๑,๔๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า จำเลยทำสัญญาขายบ้านพร้อมที่ดินให้โจทก์จริง แต่โจทก์วางเงินมัดจำเพียง ๕๐,๐๐๐ บาท จำเลยมิได้แก้ไขสัญญาให้ถูกต้องตามความเป็นจริงโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา ไม่ยอมชำระราคาที่เหลือและรับโอนกรรมสิทธิ์ จำเลยจึงบอกเลิกสัญญา จำเลยไม่ต้องคืนเงินมัดจำ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๗๑,๔๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยรับกันฟังได้ว่าโจทก์ตกลงซื้อที่ดินและบ้านพิพาทจากจำเลย ได้ทำสัญญาซื้อขายกันตามเอกสารหมาย จ.๔ บ้านที่ตกลงซื้อได้ล้อมรั้วไว้เสร็จแล้ว ต่อมาปรากฏว่า ที่ดินบางส่วนของที่ดินโฉนดอื่นที่โจทก์ไม่ได้ตกลงซื้ออยู่ภายในรั้วบ้านพิพาท และที่ดินตามโฉนดที่โจทก์ตกลงซื้อบางส่วนออกไปอยู่นอกรั้วบ้านพิพาท สรุปแล้วเนื้อที่ที่ดินขาดไปจากที่ระบุในสัญญาซื้อขายโจทก์จึงมีหนังสือแจ้งให้จำเลยลดราคาลงตารางวาละ ๔,๐๐๐ บาท ตามที่ตกลงกันไว้และให้จำเลยจัดการแก้ไขโฉนดที่ดินให้ถูกต้อง จำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบว่าโจทก์ผิดสัญญา จำเลยจึงริบเงินมัดจำที่วางไว้ ประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า

จำเลยผิดสัญญาหรือไม่ จำเลยยอมรับว่าเนื้อที่ดินที่จำเลยล้อมรั้วไว้ขาดไปจากเนื้อที่ที่ดินตามโฉนดประมาณ ๙ ตารางวา สำหรับที่ดินที่ขาดไปนั้นมีข้อตกลงกันว่าจะลดราคาลงตารางวาละ ๔,๐๐๐ บาท แต่ตามหนังสือที่จำเลยมีไปถึงโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.๑๐ มีความว่า ที่โจทก์มีหนังสือแจ้งไปยังจำเลยทักท้วงความไม่ถูกต้องของที่ดินโดยจะให้จำเลยรังวัดใหม่ จะให้แก้ไขรั้ว จะขอลดราคาอ้างเนื้อที่ดินขาด จำเลยคิดว่าโจทก์กล่าวอ้างแบบเลื่อนลอย จำเลยขอปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งหมดโดยสิ้นเชิงข้อความในหนังสือดังกล่าวแสดงว่า จำเลยไม่ยอมรับรู้เกี่ยวกับการลดราคาที่ดินที่ขาดไปและการแก้ไขโฉนดให้ตรงกับความเป็นจริงตามที่โจทก์มีหนังสือแจ้งไปยังจำเลยซึ่งการที่จำเลยไม่ยอมจัดการแก้ไขโฉนดที่ดินในการที่จำเลยไม่ยอมจัดการแก้ไขโฉนดที่ดินในกรณีที่จำเลยล้อมรั้วบ้านเข้าไปในที่ดินโฉนดอื่นซึ่งไม่ใช่ที่โจทก์ตกลงซื้อนั้น

จะทำให้โจทก์ถูกผู้เป็นเจ้าของที่ดินที่ถูกรุกล้ำฟ้องร้องในภายหลัง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายได้ โจทก็จึงชอบที่จะให้จำเลยจัดการแก้ไขให้ถูกต้องเสียก่อน เมื่อจำเลยไม่ยอมจัดการแก้ไข จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาโจทก์ชอบที่จะเรียกร้องให้จำเลยคืนเงินมัดจำพร้อมด้วยดอกเบี้ยตามที่กำหนดไว้ในสัญญาได้ สำหรับเงินมัดจำ ตามสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.๔ ระบุว่าในวันทำสัญญาโจทก์ได้วางเงินมัดจำไว้เป็นเงิน ๗๐,๐๐๐ บาท จำเลยได้รับเงินเรียบร้อยแล้ว การซื้อขายรายนี้ได้มีการทำสัญญาเป็นหนังสือตามสัญญาระบุไว้ชัดแจ้งว่า โจทก์ได้วางเงินมัดจำไว้ ๗๐,๐๐๐ บาท จำเลยจึงจะนำพยานบุคคลมาสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารดังกล่าวว่าโจทก์วางเงินมัดจำเพียง ๕๐,๐๐๐ บาทไม่ได้

เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๙๔ จึงต้องฟังว่าโจทก์วางเงินมัดจำไว้ ๗๐,๐๐๐ บาท จำเลยต้องคืนเงินมัดจำดังกล่าวแก่โจทก์ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการขาดกำไรถ้าหากโจทก์ซื้อที่ดินพิพาทได้ และจะนำไปขายให้ผู้อื่นจะได้กำไร ๑๐๐,๐๐๐ บาท โดยที่โจทก์ทราบดีว่าโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายดังกล่าวได้ จำเลยจึงไม่ควรต้องรับผิดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในค่าเสียหายนี้นั้น เห็นว่า การที่จะให้คู่ความฝ่ายใดเสียค่าฤชาธรรมเนียมเป็นเรื่องที่ศาลจะใช้ดุลพินิจโดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการสู้ความหรือการดำเนินคดีของคู่ความ

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อุทิศ บุญชู · ศักดิ์ สนองชาติ · โกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา
Lower court
ศาลแพ่ง - นายเคียง บุญเพิ่ม
ศาลอุทธรณ์ - นายจรัส อุดมวรชาติ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 91/2541

หลังจากจำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินกับโจทก์แล้ว แม้ได้มีการเจรจาขอซื้อที่ดืนคืน แต่เมื่อไม่สามารถตกลงกันได้ สัญญาจะซื้อขายที่พิพาทจึงยังมิได้ถูกยกเลิกต่อกันแล้วโดยปริยาย เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาจำเ…

Supreme Court Judgment No. 3088/2526

โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินกันเป็นหนังสือ แม้จะมีการวางมัดจำด้วยก็ถือได้ว่าการวางมัดจำเป็นแต่เพียงข้อสัญญาข้อหนึ่งเท่านั้น หาใช่ทำสัญญากันด้วยการวางมัดจำไม่ การที่โจทก์นำสืบพยานบุคคลว่ายังมีข้อตก…

Supreme Court Judgment No. 1336/2545

โจทก์และจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายตึกแถวกัน ต่อมาจำเลยปลูกสร้างตึกแถวเสร็จพร้อมที่จะโอนให้แก่โจทก์แล้ว แต่โจทก์ไม่ยอมชำระราคาส่วนที่เหลือแก่จำเลย ทั้งโจทก์ยังขอร้องให้จำเลยช่วยบอกขายตึกแถวดังกล่าวให้ด้วย…

Supreme Court Judgment No. 1446/2541

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำดื่มบรรจุขวดกับโจทก์โดยจำเลยที่ 1 ต้องซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดจากโจทก์ไปจำหน่าย ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน2535 เป็นต้นไป แต่จำเลยที่ 1 ปฏิบัติผิดสัญญา ทำให้โจทก์เสียหาย ขา…

Supreme Court Judgment No. 8342/2540

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันตกลงทำหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินของจำเลยทั้งสองให้แก่โจทก์และตกลงรับเป็นผู้จัดหาที่ดิน หรือจะกระทำโดยวิธีการใดก็ตามให้โจทก์ได้ซื้อและจดทะเบียนรับโอนกรรมสิทธิ์หรือ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up