Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 306/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์นำรถเข้าวิ่งรับส่งคนโดยสารร่วมในเส้นทางสัมปทานของบริษัทขนส่ง จำกัด โดยบริษัทขนส่ง จำกัด เรียกค่าตอบแทนจากโจทก์เป็นรายเที่ยว และโจทก์ต้องทำสัญญาโอนทะเบียนรถใส่ชื่อบริษัทขนส่ง จำกัด เป็นเจ้าของ ในระหว่างที่โจทก์ยังคงใช้รถในเส้นทางดังกล่าวอยู่ สัญญาทำกันเป็นรายปี หากไม่ต่อสัญญาจะต้องโอนทะเบียนรถคืนให้แก่โจทก์ส่วนค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการใช้รถยังคงเป็นหน้าที่ของโจทก์ต้องจ่ายเองทั้งสิ้น พฤติการณ์ตามข้อตกลงดังกล่าว ไม่พอฟังว่าโจทก์ได้โอนกรรมสิทธิ์ในรถให้แก่บริษัทขนส่ง จำกัดไปโดยแท้จริงเพราะไม่ปรากฏว่าบริษัทขนส่งจำกัด ได้ชำระราคารถนั้นแต่อย่างใด ทั้งมีข้อตกลงว่าถ้าไม่มีการต่อสัญญาทะเบียนรถจะโอนกลับเป็นของโจทก์ กรรมสิทธิ์ในรถคันดังกล่าวยังเป็นของโจทก์ กรมการบินพลเรือนเป็นหน่วยราชการในสังกัดของจำเลยที่ 3ร้านค้าในกรมได้ตั้งขึ้นตามอำนาจหน้าที่ของเจ้ากรมเพื่อเป็นการช่วยเหลือข้าราชการในสังกัดของจำเลยที่ 3 ในด้านสวัสดิการต่างๆอันเป็นนโยบายประการหนึ่งของจำเลยที่ 3 ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 รับราชการมีหน้าที่ขับรถยนต์ของกรมการบินพลเรือน ได้ขับรถยนต์ไปทำการขนข้าวสารอันเป็นกิจการของร้านค้ากรมการบินพลเรือน ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในทางราชการส่วนหนึ่ง ดังนี้ จำเลยที่ 3 จะอ้างว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องนอกเหนือวัตถุประสงค์ นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ไม่ต้องร่วมรับผิดไม่ได้

Provisions the court ruled on

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหาย 85,040 บาทแก่โจทก์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 3 ชำระค่าเสียหาย83,240 บาทแก่โจทก์ จำเลยที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยที่ 3 ฎีกาข้อแรกว่าโจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.จ. - 3855 คันเกิดเหตุ เพราะโจทก์ได้โอนทะเบียนรถเป็นของบริษัทขนส่ง จำกัด ไปแล้วโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง คดีได้ความจากคำเบิกความของตัวโจทก์ถึงเหตุที่ต้องโอนทะเบียนรถใส่ชื่อบริษัทขนส่ง จำกัด เป็นเจ้าของว่า โจทก์ได้นำรถคันนี้เข้าวิ่งรับจ้างส่งคนโดยสารร่วมในเส้นทางสัมปทานของบริษัทขนส่ง จำกัด โดยทางบริษัทขนส่ง จำกัด เรียกค่าตอบแทนจากโจทก์เป็นรายเที่ยว เที่ยวละ 3 บาท และโจทก์ต้องทำสัญญากับบริษัทขนส่งที่กำหนดให้โจทก์โอนทะเบียนรถใส่ชื่อบริษัทขนส่ง

จำกัด เป็นเจ้าของรถในระหว่างที่โจทก์ยังคงใช้รถในเส้นทางสัมปทานดังกล่าวอยู่ สัญญาระหว่างโจทก์กับบริษัทขนส่ง จำกัด ทำกันเป็นปี ๆ ละ 1 ครั้ง เมื่อหมดสัญญาต้องต่ออายุสัญญาใหม่ หากไม่ต่อสัญญาทางบริษัทขนส่ง จำกัด จะต้องโอนทะเบียนรถคืนให้แก่โจทก์ ส่วนค่าใช้จ่ายในการใช้รถเช่น ค่าจ้างคนขับรถ ค่าคนเก็บค่าโดยสาร ค่าซ่อมแซมรวมทั้งค่าประกันภัยรถยนต์ ยังคงเป็นภารหน้าที่ของโจทก์ต้องจ่ายเองทั้งสิ้น พฤติการณ์ตามข้อตกลงระหว่างโจทก์กับบริษัทขนส่ง จำกัด ดังกล่าว จึงยังไม่พอให้รับฟังได้ว่าโจทก์ได้โอนกรรมสิทธิ์ในรถที่ใช้วิ่งร่วมในเส้นทางสัมปทานให้แก่บริษัทขนส่ง จำกัด ไปโดยแท้จริงเพราะไม่ปรากฏว่าทางบริษัทขนส่ง จำกัด ได้ชำระราคารถนั้นแต่อย่างใดแต่กลับมีข้อตกลงว่าถ้าไม่มีการต่อสัญญากันเกี่ยวกับที่ให้โจทก์ใช้รถวิ่งร่วมเส้นทางแล้ว ทะเบียนรถจะโอนกลับเป็นของโจทก์ทันที ดังนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่ากรรมสิทธิ์ในรถคันเกิดเหตุยังเป็นของโจทก์อยู่ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 3 ฎีกาข้อสองว่า ร้านค้าของกรมการบินพลเรือนไม่ได้อยู่ในวัตถุประสงค์ของกองทัพอากาศจำเลยที่ 3 การขับรถของจำเลยที่ 1 เพื่อกิจการของร้านค้ากรมการบินพลเรือนไม่ใช่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการของกรมการบินพลเรือน จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดร่วมด้วย

พิเคราะห์แล้วได้ความว่ากรมการบินพลเรือนเป็นหน่วยราชการในสังกัดของกองทัพอากาศจำเลยที่ 3 ร้านค้าในกรมการบินพลเรือนได้ตั้งขึ้นตามอำนาจหน้าที่ของเจ้ากรมการบินพลเรือน เพื่อเป็นการช่วยเหลือข้าราชการทหารอากาศในสังกัดของจำเลยที่ 3 ในด้านสวัสดิการต่าง ๆ อันเป็นนโยบายประการหนึ่งของทางราชการกองทัพอากาศจำเลยที่ 3 ขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 รับราชการเป็นทหารอากาศมีหน้าที่ในการขับรถยนต์ของกรมการบินพลเรือน กองทัพอากาศจำเลยที่ 3 จำเลยปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา โดยขับรถยนต์ไปทำการขนข้าวสารอันเป็นกิจการของร้านค้ากรมการบินพลเรือนซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในทางราชการส่วนหนึ่ง ดังนี้ จำเลยที่ 3 จะอ้างว่าการกระทำการตามที่ได้ความดังกล่าว เป็นเรื่องนอกเหนือวัตถุประสงค์นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ไม่ต้องร่วมรับผิด จึงหารับฟังได้ไม่"

Result

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะในเรื่องค่าเสียหาย

Matter details

Panel of judges
พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · จินดา บุญศิริ · พูน จักรเสน
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5129/2546

จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นอาจารย์สอนวิชาพลศึกษา ได้สั่งให้นักเรียนชั้น ม.1 วิ่งรอบสนามระยะทาง 200 เมตร ต่อ 1 รอบ จำนวน 3 รอบ เป็นการอบอุ่นร่างกายก่อนการเรียนวิชาพลศึกษาในภาคปฏิบัติ และได้สั่งให้นักเรียนวิ่งร…

Supreme Court Judgment No. 3883/2546

ขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสอง พระเทพปัญญามุนีไม่ใช่ผู้แทนของวัดจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพระลูกวัดและมีพรรษาอาวุโสสูงสุดของวัดจำเลยที่ 1 จึงต้องทำหน้าที่รักษาการแทนเจ้าอาวาสคำฟ้องโจทก์ที่ระบุว่า…

Supreme Court Judgment No. 8181/2540

โจทก์บรรยายฟ้องว่า การซื้อที่ดินของโจทก์ได้ กระทำ ขึ้น ต่อ พนักงาน เจ้าหน้าที่ ของ กรม ที่ดินจำเลยที่ 2 จึง มั่นใจ และ เชื่อ โดย สุจริตใจ ว่า การ ซื้อ ขายจะ ต้อง สมบูรณ์ และ ถูก ต้อง ตาม กฎหมาย ซึ่ง ก…

Supreme Court Judgment No. 2749/2540

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 23 และที่ 25 ถึงที่ 29 เป็นกรรมการดำเนินการของโจทก์ ซึ่งตามรายงานการประชุม ไม่ปรากฏว่าคณะกรรมการดำเนินการของโจทก์ได้ลงมติให้จ่ายเงินกู้แก่สมาชิกเป็นเช็คขีดคร่อมเป็นรายตัวเพียงแต่ที่ป…

Supreme Court Judgment No. 21/2540

จำเลยที่2เป็นสารวัตรใหญ่และจำเลยที่3เป็นพนักงานสอบสวนคนทั้งสองต่างเป็นข้าราชการในสังกัดของกรมตำรวจจำเลยที่1การที่จำเลยที่2และที่3ยึดรถยนต์พิพาทของโจทก์เป็นของกลางเป็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างหนึ่งตามระเบ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up