คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นดำเนินคดีสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว แล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองไปจดทะเบียนโอนที่ดินที่โจทก์เช่าซื้อไปแก่โจทก์ หากโอนไม่ได้ให้ร่วมกันคืนเงินค่าเช่าซื้อพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ต่อมาโจทก์ขอบังคับคดี ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้จำเลยทั้งสองปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน ๑ เดือน และเจ้าพนักงานศาลออกไปส่งคำบังคับให้แก่จำเลยที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๒๔ และได้ปิดคำบังคับไว้ตามคำสั่งศาล ณ บ้านของจำเลย วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๒๕ จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ อ้างว่าเพิ่งทราบว่าถูกฟ้องตอนโจทก์โทรศัพท์บอกให้ไปโอนที่ดินตามคำพิพากษาเมื่อเร็ว ๆ นี้เอง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดการอย่างใด ๆ ไว้เลยเพียงมีคำสั่งให้ส่งคำบังคับโดยวิธีส่งหมายธรรมดา หากไม่พบหรือไม่มีผู้รับ ก็ให้ปิดคำบังคับได้ จึงเป็นเรื่องให้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๗๙ ซึ่งหากมีการปิดคำบังคับก็จะมีผลใช้ได้ และถือว่าจำเลยที่ ๒ ได้ทราบคำบังคับหลังจากเวลาได้ล่วงพ้นไปแล้ว ๑๕ วันเท่านั้น เมื่อส่งคำบังคับคดีนี้ให้แก่จำเลยที่ ๒ โดยวิธีปิดคำบังคับในวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๒๔ จึงมีผลเท่ากับจำเลยที่ ๒ ได้ทราบคำบังคับในวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๒๕ จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ภายใน ๑๕ วัน ซึ่งครบกำหนดในวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๒๕ แต่จำเลยที่ ๒ ยื่นในวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๒๕ จึงเป็นการยื่นเมื่อล่วงพ้น ๑๕ วันนับแต่ได้ส่งคำบังคับให้แก่จำเลยที่ ๒
Result
พิพากษายืน