Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3068/2563

พ.ศ. 2563 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พ.ร.บ.อาคารชุด (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 มาตรา 17/1 วรรคสอง บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดประกอบการค้าในอาคารชุด เว้นแต่เป็นการประกอบการค้าในพื้นที่ของอาคารชุดที่จัดไว้ตามวรรคหนึ่ง เมื่อพระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลให้ใช้บังคับเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2551 โดย พ.ร.บ.อาคารชุด (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 มาตรา 32 มิให้นำมาตรา 17/1 มาใช้บังคับแก่อาคารชุดซึ่งได้จดทะเบียนเป็นอาคารชุดและมีห้องชุดที่ใช้เพื่อการประกอบการค้าอยู่ก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า ที่ประชุมใหญ่สามัญเจ้าของร่วม ครั้งที่ 1/2553 วันที่ 18 มีนาคม 2553 อนุมัติให้นิติบุคคลอาคารชุด ช. ลงนามในบันทึกร่วมกันให้จำเลยที่ 1 นำพื้นที่ส่วนบุคคลนอกห้องชุดและพื้นที่ทรัพย์ส่วนกลาง (บางส่วน) ดำเนินการให้มีร้านกาแฟ STARBUCK ร้านตัดผม SALON ร้านเสริมสวย สปา และสำนักงานของจำเลยที่ 1 บริเวณที่จอดรถชั้น 5 จึงรับฟังว่าจำเลยทั้งสองปรับปรุงพื้นที่ขึ้นมาภายหลังปี 2553 หลังจาก พ.ร.บ.อาคารชุด (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 มาตรา 17/1 วรรคสอง มีผลใช้บังคับโดยจำเลยทั้งสองไม่ได้ยื่นขออนุญาตก่อสร้าง/ดัดแปลงอาคารต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น จำเลยทั้งสองจึงต้องรื้อถอนร้านกาแฟ STARBUCK ร้านตัดผม SALON ร้านเสริมสวย สปา และสำนักงานของจำเลยที่ 1 ออกจากพื้นที่ลานจอดรถซึ่งเป็นทรัพย์ส่วนกลาง

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.อาคารชุด (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 Section 17/1 พ.ร.บ.อาคารชุด (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 Section 32

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อถอนร้านกาแฟ STARBUCK ร้านตัดผม SALON ร้าน SPA ห้องสำนักงานของจำเลยที่ 1 ห้องเก็บของและห้องน้ำของจำเลยที่ 1 ออกจากพื้นที่ลานจอดรถซึ่งเป็นทรัพย์ส่วนกลางของนิติบุคคลอาคารชุด ชาเทรียมและให้จำเลยทั้งสองร่วมกันปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลางดังกล่าวกลับเป็นลานจอดรถเหมือนเดิม

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษากลับเป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนร้านกาแฟ STARBUCK ร้านตัดผม SALON ร้าน SPA ห้องสำนักงานของจำเลยที่ 1 ห้องเก็บของและห้องน้ำของจำเลยที่ 1 ออกจากพื้นที่ลานจอดรถซึ่งเป็นทรัพย์ส่วนกลางของนิติบุคคลอาคารชุด ชาเทรียม ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลางดังกล่าวกลับเป็นลานจอดรถยนต์เหมือนเดิม ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกาโดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของโครงการอาคารชุด ชาเทรียมซึ่งเป็นอาคารชุดเพื่ออยู่อาศัย ทะเบียนอาคารชุด 12/2550 ตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 2240, 2241, 2623, 51363 พนักงานเจ้าหน้าที่รับจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2550 ชื่อ นิติบุคคลอาคารชุด ชาเทรียม โจทก์กับนายปธิกร เป็นเจ้าของห้องชุดในอาคารชุดดังกล่าวเลขที่ 26/140 จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของห้องชุดเลขที่ 26/1 และ 26/2 กับเลขที่ 26/276 ถึง 26/284 พร้อมที่จอดรถซึ่งเป็นทรัพย์ส่วนบุคคลนอกห้องชุด ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด

ชาเทรียม โจทก์อ้างว่าเมื่อปี 2553 จำเลยที่ 1 นำพื้นที่ทรัพย์ส่วนกลางบางส่วนของอาคารชุด ชาเทรียม อันได้แก่พื้นที่ห้องโถง ช่องจอดรถยนต์ และถนนภายในบริเวณอาคารชุดจอดรถชั้นที่ 1, 2, 3, 5 และ 6 ไปก่อสร้างเป็นร้านกาแฟ STARBUCK ร้านตัดผม SALON ร้าน SPA ห้องสำนักงานของจำเลยที่ 1 ห้องเก็บของและห้องน้ำของจำเลยที่ 1 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า จำเลยทั้งสองต้องรื้อถอนร้านกาแฟ STARBUCK ร้านตัดผม SALON ร้าน SPA ห้องสำนักงานของจำเลยที่ 1 ห้องเก็บของและห้องน้ำของจำเลยที่ 1 ออกจากพื้นลานจอดรถซึ่งเป็นทรัพย์ส่วนกลางของนิติบุคคลอาคารชุด ชาเทรียม หรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 4)

พ.ศ.2551 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 6 มีนาคม 2551 ซึ่งมาตรา 2 ของพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป โดยมาตรา 9 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 17/1 ว่า "ในกรณีที่มีการจัดพื้นที่ของอาคารชุดเพื่อประกอบการค้าต้องจัดระบบการเข้าออกในพื้นที่ดังกล่าวเป็นการเฉพาะไม่ให้รบกวนความเป็นอยู่โดยปกติสุขของเจ้าของร่วม" และวรรคสอง ความว่า "ห้ามผู้ใดประกอบการค้าในอาคารชุด เว้นแต่เป็นการประกอบการค้าในพื้นที่ของอาคารชุดที่จัดไว้ตามวรรคหนึ่ง" กับมาตรา 30 ให้เพิ่มหมวด 8 บทกำหนดโทษ โดยมาตรา 65 ความว่า "ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 17/1 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท และปรับอีกไม่เกินวันละห้าพันบาทตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนอยู่"

กรณีย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่า เมื่อพระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลใช้บังคับในวันที่ 4 กรกฎาคม 2551 กฎหมายจำกัดสิทธิห้ามประกอบการค้าในอาคารชุด เว้นแต่เป็นการประกอบการค้าในพื้นที่ของอาคารชุดที่จัดไว้ ซึ่งในกรณีที่มีการจัดพื้นที่ของอาคารชุดเพื่อประกอบการค้าต้องจัดระบบการเข้าออกในพื้นที่ดังกล่าวเป็นเฉพาะไม่ให้รบกวนความเป็นอยู่โดยปกติสุขของเจ้าของร่วม อย่างไรก็ดี มาตรา 32 บัญญัติว่า "มิให้นำบทบัญญัติในมาตรา 17/1 และมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาใช้บังคับแก่อาคารชุดซึ่งได้จดทะเบียนเป็นอาคารชุดและมีห้องชุดที่ใช้เพื่อการประกอบการค้าอยู่ก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ"

ดังนั้น อาคารชุดที่ไม่อยู่ในบังคับแห่งข้อจำกัดสิทธิห้ามประกอบการค้าในอาคารชุดตามมาตรา 17/1 แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 นอกจากเป็นอาคารชุดที่ได้จดทะเบียนเป็นอาคารชุดอยู่ก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 ใช้บังคับแล้ว ยังต้องมีห้องชุดที่ใช้เพื่อการประกอบการค้าอยู่ก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 ใช้บังคับด้วย แต่ได้ความจากนายวัชระ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโสของจำเลยที่ 2 ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนในการปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดเบิกความถึงเรื่องนี้อ้างถึงการประชุมใหญ่สามัญเจ้าของร่วม ครั้งที่ 1/2553 วันพฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม 2553 ที่อนุมัติให้นิติบุคคลอาคารชุด

ชาเทรียม ลงนามในบันทึกข้อตกลงการใช้ประโยชน์ร่วมกัน การชำระค่าใช้จ่ายและข้อตกลงต่างตอบแทน กับจำเลยที่ 1 และบันทึกข้อตกลงการใช้ประโยชน์ร่วมกัน การชำระค่าใช้จ่ายและข้อตกลงต่างตอบแทนลงวันที่ 22 มีนาคม 2553 ให้จำเลยที่ 1 นำพื้นที่ซึ่งเป็นทรัพย์ส่วนบุคคลนอกห้องชุดและพื้นที่ทรัพย์ส่วนกลาง (บางส่วน) ดำเนินการให้มีร้านกาแฟ STARBUCK ร้านตัดผม SALON ร้านเสริมสวย สปา และสำนักงานบริเวณที่จอดรถชั้น 5 ใช้พื้นที่ในการทำประโยชน์อื่น ๆ ในเชิงพาณิชย์ คดีจึงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองเพิ่งปรับปรุงพื้นที่ขึ้นมาในภายหลังเมื่อปี 2553 ไม่มีเหตุผลที่ควรฟังว่าร้านกาแฟ STARBUCK ร้านตัดผม SALON ร้าน SPA สำนักงานของจำเลยที่ 1 เป็นพื้นที่อาคารชุดจัดไว้เพื่อประกอบการค้าก่อนที่พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 4)

พ.ศ.2551 มีผลใช้บังคับ โดยยังไม่ได้ยื่นขออนุญาตก่อสร้าง/ดัดแปลงอาคารต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นดังที่จำเลยทั้งสองกล่าวในฎีกา เพราะขัดกับข้อเท็จจริงแห่งคดี กรณีจึงไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าอาคารชุด ชาเทรียมอยู่ในบังคับมาตรา 17/1 แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
นพรัตน์ สี่ทิศประเสริฐ · ประมวญ รักศิลธรรม · สันติชัย วัฒนวิกย์กรรม์
Lower court
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายสมชาติ เลิศลิขิตวรกุล
ศาลอุทธรณ์ - นางสาวสุจิตรา พัฒนภักดี
Supreme Court black case no.
ผบ.(พ)296/2562
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up