Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2516 (ref. 30731)

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่จำเลยบังคับจับมือเด็กหญิงให้จับของลับของจำเลยและจับมือให้รูดไปมาจนน้ำอสุจิของจำเลยไหล เห็นได้ว่าตัวของเด็กหญิงได้เข้าเกี่ยวข้องในการกระทำอนาจารนั้นด้วยจึงถือได้ว่าจำเลยได้กระทำอนาจารแก่เด็กหญิงนั้นจำเลยเป็นครูสอนเด็กหญิงและเป็นครูใหญ่ด้วย เด็กหญิงมาเรียนหนังสือในตอนเช้าตามปกติและกลับบ้านเมื่อเลิกเรียนแล้วการควบคุมดูแลปกป้องเด็กหญิงนั้นย่อมอยู่กับจำเลยตลอดระยะเวลาที่โรงเรียนเปิดทำการสอนอยู่ตามปกติ เมื่อจำเลยกระทำอนาจารแก่เด็กหญิงนั้นในระหว่างที่โรงเรียนเปิดทำการสอนอยู่ตามปกติ ย่อมถือได้ว่าจำเลยได้กระทำแก่ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแลตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 285จำเลยกระทำอนาจารแก่เด็กหญิงสามคนในสถานที่แห่งเดียวกันและในเวลาต่อเนื่องใกล้ชิดกัน แต่เป็นการกระทำต่อเด็กหญิงครั้งละหนึ่งคน จึงเป็นความผิดหลายกระทงแต่ละกระทงมีโทษหนักเท่ากันเมื่อศาลเห็นสมควรจะลงโทษจำเลยแต่เพียงกระทงเดียวก็ได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสามสำนวนนี้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษารวมกัน โดยโจทก์ฟ้องมีใจความว่า จำเลยมีตำแหน่งเป็นครูใหญ่โรงเรียนประชาบูรณะวิทยาและมีหน้าที่สอนนักเรียนชั้นประถมปีที่ 3 และปีที่ 4 จำเลยได้กระทำอนาจารแก่เด็กหญิงศิริมณฑล เด็กหญิงลำใยและเด็กหญิงมยุรี ซึ่งแต่ละคนมีอายุ 11 ปี และเป็นนักเรียนโรงเรียนประชาบูรณะวิทยาและเป็นศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแลของจำเลย โดยจำเลยจับมือของเด็กหญิงดังกล่าวครั้งละ 1 คนดึงไปจับของลับ (ลึงค์) ของจำเลย แล้วบังคับให้เด็กหญิงเหล่านั้นจับของลับของจำเลยรูดไปมาจนน้ำอสุจิของจำเลยไหล ทั้งนี้ โดยเด็กหญิงทั้งสามคนนั้นไม่อาจขัดขืนได้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279, 285 และนับโทษต่อกันจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรค 2, 285 จำคุกสำนวนละ 1 ปี 6 เดือน และให้นับโทษต่อกันจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ไม่เชื่อว่าจำเลยได้กระทำผิด

พิพากษายกฟ้องทั้งสามสำนวนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยบังคับและจับมือของเด็กหญิงแต่ละคนให้จับของลับของจำเลยรูดไปมาจนน้ำอสุจิของจำเลยไหล แล้ววินิจฉัยว่าการที่จำเลยบังคับจับมือเด็กหญิงทั้งสามคนดังกล่าวให้จับของลับของจำเลยและจับมือให้รูดไปมาจนน้ำอสุจิของจำเลยไหล เห็นได้ว่าตัวของเด็กหญิงดังกล่าวได้เข้าเกี่ยวข้องในการกระทำอนาจารนั้นด้วย จึงถือได้ว่าจำเลยได้กระทำอนาจารแก่เด็กหญิงทั้งสามคนนั้น ส่วนการกระทำของจำเลยจะถือว่าเป็นการกระทำแก่ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแลอันจะทำให้จำเลยต้องรับโทษหนักขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 285 หรือไม่เห็นว่า นอกจากเป็นครูสอนเด็กหญิงทั้งสามแล้ว จำเลยยังเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนนี้ด้วย

แม้เด็กหญิงทั้งสามคนมาเรียนในตอนเช้าตามปกติและเมื่อเลิกเรียนแล้วเด็กหญิงทั้งสามคนกลับบ้านก็ตาม ก็เห็นได้ว่าการควบคุมดูแลปกป้องเด็กหญิงทั้งสามคนนั้นได้อยู่กับจำเลยตลอดระยะเวลาที่โรงเรียนได้เปิดทำการสอนอยู่ตามปกติเมื่อจำเลยได้กระทำอนาจารแก่เด็กหญิงทั้งสามคนในระหว่างที่โรงเรียนได้เปิดทำการสอนอยู่ตามปกติ ย่อมถือได้ว่าจำเลยได้กระทำแก่ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแลตามความหมายของมาตรา 285 ดังกล่าวแล้ว จำเลยจึงมีความผิดดังฟ้องโจทก์การที่จำเลยกระทำอนาจารแก่เด็กหญิงทั้งสามคน แม้จะได้กระทำในสถานที่แห่งเดียวกัน และในเวลาต่อเนื่องใกล้ชิดกัน แต่ก็เป็นการกระทำต่อเด็กหญิงครั้งละหนึ่งคน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกระทง แต่ความผิดของจำเลยแต่ละกระทงมีโทษเท่ากัน เมื่อพิจารณาถึงการกระทำของจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาแล้ว เห็นสมควรลงโทษจำเลยเพียงกระทงเดียว ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 1286/2515พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 279 วรรค 2, 285

Matter details

Panel of judges
สนับ คัมภีรยส · วิกรม เมาลานนท์ · สุธี ชอบธรรม
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up