คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 วรรคหนึ่ง จำคุก 1 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังยุติได้ว่านางมาลัยพรผู้ตายเป็นมารดาของโจทก์ทั้งสองและจำเลยนางมาลัยพรทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีไว้แก่ธนาคารทหารไทยจำกัด สาขาสระบุรี วงเงิน 1,500,000 บาท โดยมอบหมายให้จำเลยสั่งจ่ายเช็คเบิกเงินจากบัญชีดังกล่าวได้ด้วย ในขณะถึงแก่ความตายนางมาลัยพรเป็นหนี้กู้เบิกเงินเกินบัญชีแก่ธนาคารเจ้าหนี้แห่งนั้นอยู่จำนวน 916,759.16 บาท ซึ่งเป็นยอดเงินกู้ที่ยังไม่เต็มวงเงิน หลังจากนางมาลัยพรถึงแก่ความตายแล้วจำเลยได้สั่งจ่ายเช็คเบิกเงินจากบัญชีกระแสรายวันของนางมาลัยพรจำนวน 580,000 บาท
ไปเข้าบัญชีของจำเลยเองโดยโจทก์ทั้งสองและทายาทของนางมาลัยพร คนอื่นไม่ทราบ เป็นเหตุให้กองมรดกของนางมาลัยพรต้องรับผิดชำระหนี้จำนวนดังกล่าวแก่ธนาคารผู้เป็นเจ้าหนี้ ทำให้โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกของนางมาลัยพรได้รับความเสียหาย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า จำเลยกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์มรดกของนางมาลัยพรดังที่โจทก์ทั้งสองฟ้องหรือไม่ เห็นว่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 มาตรา 1600 บัญญัติไว้ว่า"ภายใต้บังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ กองมรดกของผู้ตายได้แก่ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตายตลอดทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ เว้นแต่ตามกฎหมายหรือว่าโดยสภาพแล้วเป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้"
เกี่ยวกับเงินจำนวน 580,000 บาทที่จำเลยสั่งจ่ายเช็คเบิกไปจากบัญชีกระแสรายวันที่นางมาลัยพรมีอยู่แก่ธนาคารทหารไทย จำกัด สาขาสระบุรี นำไปเข้าบัญชีของจำเลยเอง หลังจากนางมาลัยพรถึงแก่ความตายแล้วนั้นไม่ใช่ทรัพย์สินของนางมาลัยพรที่นางมาลัยพรมีอยู่ในขณะถึงแก่ความตาย เงินจำนวนดังกล่าวจึงไม่ใช่มรดกของนางมาลัยพร หากแต่เป็นเงินของธนาคารทหารไทย จำกัด สาขาสระบุรี ที่ตกลงให้นางมาลัยพรทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีไว้เท่านั้น เพราะเมื่อนางมาลัยพรถึงแก่ความตาย สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีระหว่างธนาคารทหารไทย จำกัด สาขาสระบุรี กับนางมาลัยพรซึ่งเป็นเพียงบุคคลสิทธิก็ระงับหรือสิ้นสุดลง และนับแต่วันที่สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีระงับหรือนับแต่วันที่นางมาลัยพรถึงแก่ความตาย
จำเลยก็ไม่มีสิทธิสั่งจ่ายเช็คเบิกเงินจากบัญชีกระแสรายวันของนางมาลัยพรที่มีอยู่แก่ธนาคารทหารไทยจำกัด สาขาสระบุรี ในนามของนางมาลัยพรอีก การที่จำเลยสั่งจ่ายเช็คเบิกเงินจำนวน 580,000 บาท จากบัญชีกระแสรายวันของนางมาลัยพรไปเข้าบัญชีของจำเลย หลังจากนางมาลัยพรถึงแก่ความตายแล้วโดยที่ธนาคารทหารไทย จำกัด สาขาสระบุรีไม่ทราบถึงความตายของนางมาลัยพรจนทำให้กองมรดกของนางมาลัยพร ต้องรับผิดชำระหนี้จำนวนดังกล่าวให้แก่ธนาคารแห่งนั้นเป็นเรื่องที่จำเลยกระทำไปโดยไม่มีอำนาจซึ่งจำเลยจะต้องรับผิดในทางแพ่งต่อกองมรดกของนางมาลัยพรเป็นการส่วนตัว แต่การกระทำของจำเลยไม่มีความผิดทางอาญาฐานยักยอกมรดกของนางมาลัยพรดังที่โจทก์ทั้งสองฟ้องพิพากษายืน