Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3091/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การฟ้องกล่าวหาว่า จำเลยทั้งสองเบิกความเท็จหาจำต้องรอให้ศาลพิพากษาคดีที่จำเลยเบิกความเท็จเสียก่อนไม่ เพราะความผิดเกิดตั้งแต่จำเลยเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาลในคดีนั้นแล้ว เมื่อจำเลยทั้งสองแถลงหมดพยานบุคคล และขอให้ศาลชั้นต้นเดินเผชิญสืบบ้านพิพาท โจทก์แถลงคัดค้าน ศาลชั้นต้นเห็นว่าไม่มีความจำเป็น แต่เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจึงให้ทนายของคู่ความถ่ายภาพบ้านพิพาททั้งสองหลังส่งศาล แสดงว่าจำเลยทั้งสองพอใจคำสั่ง ศาลชั้นต้น และไม่ติดใจขอให้ศาลชั้นต้นเดินเผชิญสืบบ้านพิพาท การที่ศาลจะไปเดินเผชิญสืบหรือไม่เป็นดุลพินิจ ของศาล การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า บ้านพิพาทเป็นของจำเลยที่ 2แสดงว่า บ้านพิพาทไม่ได้เป็นส่วนควบกับบ้านเลขที่ 75 อยู่ในตัวถือได้ว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในประเด็นเรื่องส่วนควบแล้ว.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด1 ปี ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี ปรับ 4,000 บาท จำเลยที่ 1มีอายยุถึง 82 ปี ศาลเห็นว่าชราภาพมากแล้ว เห็นควรให้โอกาสจำเลยที่ 1 จึงให้รอการลงโทษจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปีจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 273/2529 ของศาลชั้นต้นยังไม่ถึงที่สุดโจทก์และจำเลยที่ 1ยังโต้เถียงกันเกี่ยวกับบ้านพิพาทอยู่ จำเลยทั้งสองจึงไม่มีความผิดนั้น เห็นว่า การฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองเบิกความเท็จหาจำต้องรอให้ศาลพิพากษาคดีที่จำเลยเบิกความเท็จเสียก่อนไม่ เพราะความผิดเกิดตั้งแต่จำเลลยเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาลในคดีนั้นแล้ว ที่ศาลล่างทั้งสองพิจารณาและพิพากษาคดีนี้มาถูกต้องแล้วฎีกาจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้นที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลชั้นต้นเดินเผชิญสืบบ้านพิพาทแต่ศาลชั้นต้นให้โจทก์และจำเลยทั้งสองถ่ายภาพมาแสดงแล้วศาลชั้นต้นนำเอาชื่อป้ายซึ่งมีชื่อนายไพโรจน์

กัลณา มาเป็นข้อวินิจฉัย โดยมิได้นำเอาภาพถ่ายบ้านพิพาทมาเป็นข้อวินิจฉัยเป็นการไม่ถูกต้องตามประเด็นเพราะจำเลยทั้งสองต้องการให้ศาลไปเดินเผชิญสืบจริง ๆ เพื่อให้ศาลได้เห็นว่า บ้านพิพาทมีสภาพเป็นส่วนควบกันจริงหรือไม่ศาลไม่ไปทำการเดินเผชิญสืบจึงถือว่าการนำสืบของจำเลยยังไม่หมดพยาน ขอให้ศาลฎีกาสั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่นั้น ได้ความว่า เมื่อจำเลยทั้งสองแถลงหมดพยานบุคคล และขอให้ศาลอุทธรณ์เดินเผชิญสืบบ้านพิพาท โจทก์แถลงคัดค้านศาลชั้นต้นเห็นว่า ไม่มีความจำเป็นต้องไปเดินเผชิญสืบแต่เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจึงมีคำสั่งให้ทนายโจทก์และทนายจำเลยทั้งสองถ่ายภาพพื้นบ้านพิพาท 2 หลังส่งศาล ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 24 มิถุนายน 2531 เอกสารในสำนวนอันดับที่112 ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้คัดค้าน

จำเลยทั้งสองได้ถ่ายภาพบ้านพิพาทส่งศาลปรากฏตามคำแถลงลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2531 และภาพถ่ายบ้านพิพาทเอกสารอันดับที่ 114 และ 115 แสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองพอใจตามคำสั่งของศาลชั้นต้น และไม่ติดใจขอให้ศาลชั้นต้นเดินเผชิญสืบบ้านพิพาทแล้ว การที่ศาลจะไปเดินเผชิญสืบหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาล กรณีถือได้ว่าจำเลยทั้งสองหมดพยานที่จะนำเข้าสืบต่อศาลแล้วที่จำเลยทั้งสองฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า ศาลอุทธรณ์ไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นที่ว่าบ้านพิพาทเป็นส่วนควบกับบ้านเลขที่ 75 หรือไม่เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยว่าบ้านพิพาทเป็นของจำเลยที่ 2 แสดงว่าบ้านพิพาทไม่ได้เป็นส่วนควบกับบ้านเลขที่ 75 อยู่ในตัว กรณีถือได้ว่า

ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวแล้วฎีกาจำเลยทั้งสองข้อฟังไม่ขึ้น แต่ตามข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เป็นบุตรจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ก็ย่อมจะเบิกความช่วยเหลือจำเลยที่ 1 เป็นธรรมดาประกอบกับจำเลยที่ 2 เป็นหญิงและไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน พฤติการณ์แห่งคดีมีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษให้จำเลยที่ 2 ด้วย"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 4,000 บาท อีกโสดหนึ่งและให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 ไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

Matter details

Panel of judges
บุญส่ง วรรณกลาง · ตัน เวทไว · อุไร คังคะเกตุ
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1694/2567

คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยยกฟ้องโจทก์ โดยเห็นว่า การพิจารณาที่จำเลยเบิกความนั้นศาลได้เพิกถอนกระบวนพิจารณาคดีดังกล่าวไปแล้ว แต่ขณะที่จำเลยเบิกความตามที่เป็นคดีในคำฟ้องนี้ การพิจารณาคดียังมิได้ถูกเพ…

Supreme Court Judgment No. 3054/2566

การที่โจทก์บรรยายฟ้องในความผิดข้อหาเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญาตาม ป.อ. มาตรา 175 โดยกล่าวถึงข้อความซึ่งอ้างว่าจำเลยเอาความอันเป็นเท็จฟ้องโจทก์ต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญา และได…

Supreme Court Judgment No. 53/2566

ผู้เสียหายในความผิดฐานเบิกความอันเป็นเท็จ ตาม ป.อ. มาตรา 177 หาใช่จะมีแต่เฉพาะเจ้าพนักงานเท่านั้นไม่ ราษฎรที่ได้รับความเสียหายโดยตรงเนื่องจากการกระทำความผิดดังกล่าวก็เป็นผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2…

Supreme Court Judgment No. 4129/2566

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 177 เป็นเรื่องที่ผู้กระทำความผิดนำเอาความอันเป็นเท็จไปเบิกความต่อศาลในคดีใดคดีหนึ่งซึ่งความเท็จนั้นต้องเป็นข้อสำคัญแก่คดีที่เข้าเบิกความเป็นพยานต่อศาลนั้น การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่…

Supreme Court Judgment No. 4111/2566

ความผิดฐานเบิกความเท็จตาม ป.อ. มาตรา 177 บัญญัติว่า "ผู้ใดเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล ถ้าความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี ต้องระวางโทษ..." เห็นได้ว่า การที่จะเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จนั้น น…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up