คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ช.16090/2528 ระหว่าง นางอรศิริ พุฒขาว โจทก์นางสาวสายฝน ประสิทธิพยงค์ จำเลย ของศาลชั้นต้น
จำเลยฟ้องโจทก์ว่า โจทก์ออกเช็คของธนาคารกสิกรไทย สาขาอ่อนนุช ลงวันที่19 พฤศจิกายน 2527 จำนวนเงิน 50,000 บาท นำมาแลกเงินสดจากจำเลยต่อมาธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน การกระทำของโจทก์เป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประเด็นข้อสำคัญในคดีดังกล่าวจึงมีว่าโจทก์ออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คหรือห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คนั้นโดยเจตนาทุจริตหรือไม่ การที่จำเลยเบิกความในคดีอาญาดังกล่าวเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2528 ว่าเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2527 โจทก์นำเช็คของธนาคารกสิกรไทยสาขาอ่อนนุช ลงวันที่ 19 เมษายน 2527 จำนวนเงิน 200,000 บาทมาแลกเงินสดไปจากจำเลย
จำเลยได้จ่ายเป็นเงินสด 6,000 บาท จ่ายเป็นเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขากล้วยน้ำไท จำนวนเงิน144,000 บาท และเป็นแคชเชียร์เช็คธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัดสาขาหัวหมาก สั่งจ่ายในนามของนายประเสริฐ จองวิริยะวงศ์สามีโจทก์จำนวนเงิน 50,000 บาท นั้น เห็นว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับการแลกเงินสดตามเช็คอีกฉบับหนึ่งต่างหากซึ่งไม่เกี่ยวกับเช็คฉบับที่จำเลยฟ้องโจทก์ทั้งไม่เกี่ยวกับประเด็นแห่งคดีที่ว่าโจทก์ออกเช็คฉบับที่ถูกจำเลยฟ้องโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คหรือห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คโดยเจตนาทุจริต ดังนั้นข้อความที่จำเลยเบิกความว่า "ข้าพเจ้าจ่ายเป็นเงินสด 6,000 บาท" ซึ่งโจทก์อ้างว่าเป็นความเท็จนั้น แม้จะเป็นความเท็จก็มิใช่เป็นข้อสำคัญในคดีนั้นแต่อย่างใดพิพากษายืน