คำฟ้องและคำให้การ
เนื่องจากการชำระบัญชีของจำเลยผู้ล้มละลาย เจ้าพนักงาานพิทักษ์ทรัพย์ได้ยืนยันว่าผู้ร้องเป็นหนี้ค่าซื้อสินค้าของผู้ล้มละลายรวม ๑๕๘,๒๐๕.๖๗ บาท ให้นำมาชำระ ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องต่อศาลว่า ได้ชำระหนี้หมดแล้ว และหนี้ขาดอายุความแล้ว ขอให้ศาลสั่งจำหน่ายหนี้ดังกล่าว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่าผู้ร้องยังค้างชำระตามที่เรียกร้อง หนี้ไม่ขาดอายุความเพราะผู้ร้องได้ผ่อนชำระหนี้บางส่วน และผู้ร้องมิได้คัดค้านหนี้ค่าแรงกับค่าซื้อสินค้าตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๙ เท่ากับยอมรับ จึงขอให้ศาลสั่งผู้ร้องชำระเงินดังกล่าว
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วสั่งยกคำร้องของผู้ร้องและให้ผู้ร้องชำระเงิน ๑๕๘,๒๐๕.๖๗ บาท แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาคงฟังว่า ผู้ร้องเป็นหนี้ค่าซื้อของเชื่อจากผู้ล้มละลายรวม ๕๒๖ คราว ตามบิลรับของและยังมิได้ชำระ แต่ข้อที่ผู้ร้องต่อสู้ว่าหนี้ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕ (๑) แล้วนั้น เห็ฯว่าาสิทธิเรียกร้องของผู้ล้มละลายคดีนี้เกิดจากการสั่งซื้อของและส่งมอบของเป็นคราว ๆ ตามวันที่ส่งมอบของนั้น และผู้ล้มละลายหรือผู้ร้องก็ดี ไม่เคยตกลงให้รวมยอดบัญชีหนี้สินอย่างบัญชีเดินสะพัดหรือให้รวมเป็นหนี้ก้อนเดียวอย่างไรไม่ เวลาผู้ร้องชำระหนี้ ผู้ล้มละลายออกใบรับเงินให้และเลือกคืนบิลค่าของให้ทุกครั้ง โดยกะเงินที่ชำระแต่ละครั้งพอประมาณกับราคาของในบิล พฤติการณ์เช่นนี้มิใช่เป็นการรับสภาพหนี้ด้วยการใช้เงินให้บางส่วน และตามพระราชบัญญัติล้มละลาย
พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๙ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่จำต้องฟ้องศาลให้บังคับตามสิทของผู้ล้มละลาย แต่บังคับได้ด้วยตนเอง และลูกหนี้ของผู้ล้มละลายย่อมเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ในที่สุด ฉะนั้น อายุความตามสิทธิเรียกร้องของผู้ล้มละลายย่อมสดุดหยุดลงในวันที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทวงหนี้ไปยังผู้ร้อง ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๘ คือ วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๐๐ เมื่อนับถอยหลังจากวันทวงถามไปอีก ๒ ปี คือวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๔๙๘ ปรากฏว่าผู้ร้องเป็นหนี้ผู้ล้มละลายอยู่ ๔๕,๐๗๖.๗๖ บาท ตามบิลรับของรวม ๑๔๒ ฉบับ บิลรับของก่อนนั้นขึ้นไปเป็นอันขาดอายุความ แต่ผู้ร้องต้องรับผิดค่าแรงงานที่ผู้ล้มละลายออกทดรองไปอีก ๗,๐๑๒.๕๐ บาท ซึ่งไม่ขาดอายุความ และมีหนี้ค่าซื้อสินค้าอีกจำนวนหนึ่ง ๔,๐๕๗ บาท ซึ่งผุ้ร้องมิได้คัดค้านตอบปฏิเสธภายใน ๑๔ วัน ต้องถือว่าผู้ร้องเป็นหนี้อยู่เป็นการเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๙
Result
จึงพิพากษาแก้ ให้ผู้ร้องชำระเงินแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รวม ๕๖,๑๔๖.๒๖ บาท