Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3114/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักเอาเม็ดพลาสติกที่โม่บดแล้วของผู้เสียหายไป แต่ทางพิจารณาได้ความว่า ผู้เสียหายกับจำเลยประกอบธุรกิจร่วมกัน โดยจำเลยมีหน้าที่แต่เพียงผู้เดียวที่ไปประมูลเม็ดพลาสติกมือสองนำมาบดแล้วนำไปขายและเก็บเงินจากลูกค้า ส่วนโจทก์มีหน้าที่ออกเงินลงทุน แต่สาเหตุที่ผู้เสียหายดำเนินคดีนี้แก่จำเลย เนื่องจากจำเลยนำเม็ดพลาสติกที่บดแล้วไปขายให้แก่ลูกค้า เมื่อรับเงินมาแล้วไม่ยอมส่งมอบให้แก่ผู้เสียหายหาใช่จำเลยลักเม็ดพลาสติกไม่ ทรัพย์ที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดจึงแตกต่างจากข้อเท็จจริงที่ได้ความจากทางพิจารณา เพราะเงินที่จำเลยไม่ยอมมอบแก่ผู้เสียหายไม่ใช่สิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยกระทำความผิด จึงเป็นข้อแตกต่างในสาระสำคัญ และศาลไม่อาจนำข้อเท็จจริงที่ได้จากทางพิจารณามาวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดอาญาฐานใดได้ เพราะเป็นการพิพากษาเกินฟ้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 336 ทวิ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 40,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 3 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 40,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ส่วนที่ไม่มีผู้โต้แย้งฟังได้เป็นยุติว่า ผู้เสียหายและจำเลยร่วมทำธุรกิจซื้อขายเม็ดพลาสติก ในส่วนที่เป็นพลาสติกเก่า (เศษพลาสติก) เมื่อซื้อมาแล้ว ผู้เสียหายและจำเลยจะว่าจ้าง นายวรชิต เป็นผู้โม่บดอัดแล้วบรรจุกระสอบเพื่อส่งให้แก่ลูกค้าต่อไป ตามวันเวลาที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยนำเศษพลาสติกน้ำหนักประมาณ 2 ตัน ไปว่าจ้างนายวรชิตโม่อัด จากนั้นจำเลยนำพลาสติกดังกล่าวไปขายให้แก่ลูกค้า และจำเลยได้รับเงินค่าขายพลาสติกจากลูกค้ามาแล้ว ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่โจทก์ฎีกาว่า ผู้เสียหายเป็นผู้ออกเงินในการลงทุนแต่เพียงผู้เดียว และมีหน้าที่ในการเก็บเงินจากลูกค้า

จำเลยไม่มีหน้าที่ดังกล่าวแต่มีหน้าที่เพียงติดต่อลูกค้าในการซื้อเม็ดพลาสติกเท่านั้นการที่จำเลยนำเม็ดพลาสติกไปขาย จึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์นั้น เห็นว่า ผู้เสียหายเบิกความว่า การทำธุรกิจร่วมกันระหว่างผู้เสียหายและจำเลยนั้น เป็นการทำกิจการที่บ้านผู้เสียหายไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล สาเหตุที่ให้จำเลยช่วยงานด้านการตลาดเพราะผู้เสียหายไม่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจเม็ดพลาสติกมาก่อน การแบ่งผลประโยชน์ระหว่างกันจะแบ่งเป็นคราว ๆ เมื่อขายสินค้าได้ สำหรับเม็ดพลาสติกมือสอง (น่าจะหมายถึงเศษพลาสติกตามที่โจทก์บรรยายมาในฟ้อง) จำเลยจะเป็นผู้ไปประมูลมาบดแล้วเก็บไว้ที่บ้านนายวรชิต จำเลยสามารถขนเม็ดพลาสติกบรรทุกรถไปขายคนเดียวได้

เนื่องจากทางปฏิบัติจำเลยก็ทำคนเดียวอยู่แล้ว จากคำเบิกความของผู้เสียหายดังกล่าว แสดงว่า สาเหตุที่ผู้เสียหายดำเนินดคีแก่จำเลย เป็นเพราะจำเลยนำเม็ดพลาสติกบดอัดไปขายแก่ลูกค้าและรับเงินค่าสินค้ามาแล้วแต่ไม่นำเงินดังกล่าวมามอบให้แก่ผู้เสียหาย หาใช่เป็นเพราะจำเลยลักเศษพลาสติก(เม็ดพลาสติก)ตามที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องไม่ เพราะการนำเม็ดพลาสติกไปขายแก่ลูกค้า เป็นหน้าที่ตามปกติของจำเลยในการร่วมลงทุนกับผู้เสียหายอยู่แล้ว ดังนั้น ทรัพย์ที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดจึงแตกต่างจากข้อเท็จจริงที่ได้ความจากทางพิจารณา เพราะไม่ใช่สิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยกระทำความผิด ย่อมถือว่าเป็นข้อแตกต่างในสาระสำคัญ

ศาลไม่อาจนำข้อเท็จจริงแห่งคดีที่ได้จากทางพิจารณาว่า การที่จำเลยไม่นำเงินที่ได้จากการขายสินค้ามอบแก่ผู้เสียหายตามข้อตกลง มาวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดอาญาในฐานใดหรือไม่ได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาเกินฟ้อง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้องนั้น ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ประยูร ณ ระนอง · สมควร วิเชียรวรรณ · สุริยง ลิ้มสถิรานันท์
Lower court
ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายศรัณย์ พรหมสุรินทร์
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายกษิดิ์เดช จีนสลุต
Supreme Court black case no.
อ.7725/2552
Trial court black case no.
อ3048/2549
Trial court red case no.
อ2318/2550
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3672/2568

โจทก์บรรยายฟ้องโดยสรุปว่า จำเลยลักเงินสดของผู้เสียหายไปรวม 5 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 9,804,760 บาท โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด การพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจั…

Supreme Court Judgment No. 1546/2568

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 339 ที่โจทก์ขอให้ลงโทษกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป แม้จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 17…

Supreme Court Judgment No. 1044/2568

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของศาลจังหวัดเวียงสระ และจำเลยที่ 7 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของ…

Supreme Court Judgment No. 809/2568

จำเลยดึงสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ยังไม่ได้ตรวจไปจากมือของโจทก์ร่วมโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมาโจทก์ร่วมปล่อยให้จำเลยนำสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์ร่วมไปตรวจรางวัลได้ การกระทำของจำเลยเป็นเพียงการถือวิสาสะเท่านั้น…

Supreme Court Judgment No. 1488/2567

ผู้ที่ได้รับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. 2503 ต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคลและต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเท่านั้น ซึ่งในการ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up